วันนี้ เวลา 09:34 • ประวัติศาสตร์

ความฝันในหอแดง 87 พี่เฟิ่งจับชู้

เป่าวี่กับพวกพี่น้องนั่งชมงิ้วเรื่อง 《บันทึกปิ่นไม้หนาม 荆钗记》 มาถึงตอน 《บุรุษบูชา 男祭》 ไต้วี่หันมาคุยกับเป่าไชว่า
“หวางสือเผิง 王十朋 (ตัวเอกของงิ้ว) นี่ไม่ได้เรื่องจริงๆ จะบูชาที่ไหนก็ได้ ทำไมต้องวิ่งมาริมแม่น้ำด้วย กล่าวกันว่า “เห็นสิ่งของรำลึกถึงเจ้าของ” น้ำในใต้หล้ามาจากแหล่งเดียวกัน จะตักสักกระบวยที่ไหนก็เหมือนกัน ก้มมองแล้วร้องไห้ก็แทนความรู้สึกเดียวกัน”
เป่าไชไม่ตอบ เป่าวี่ฟังแล้วหันไปขอสุราอุ่นมาอวยพรพี่เฟิ่ง
แม่เฒ่าเจี่ยคิดว่า วันนี้เป็นวันดี จักต้องให้พี่เฟิ่งมีความสุขเต็มที่สักวัน ตัวแม่เฒ่าเองนั้นคร้านที่จะนั่ง จึงเอนกายอยู่บนตั่งในห้องชมการแสดงอยู่กับแม่น้าเซวีย นึกอยากกินอะไรก็สั่งให้นำมาวางบนโต๊ะเล็กตรงหน้า กินไปคุยไปตามใจอยาก ส่วนโต๊ะใหญ่สองตัวหน้าที่นั่งนั้นยกให้พวกสาวใช้และแม่บ้านนำไปนั่งกินกันตามสบายที่ระเบียงนอกหน้าต่าง ไม่ต้องเคร่งพิธีรีตอง หวางฮูหยิน สิงฮูหยินนั่งที่โต๊ะสูงด้านล่าง ด้านนอกเป็นที่นั่งของพวกคุณหนูทั้งหลาย
แม่เฒ่าเจี่ยกำชับพวกนางอิ๋วสื้อว่า
“ให้ยายหนูเฟิ่งนั่งด้านบน (ที่นั่งทรงเกียรติ) ส่วนพวกเจ้าเป็นเจ้าภาพแทนข้าวันนี้ นางเหน็ดเหนื่อยมาตลอดปี”
นางอิ๋วสื้อรับคำ ยิ้มแล้วกล่าวต่อว่า
“นางบอกว่าไม่คุ้นนั่งที่ประธาน มันเก้ๆ กังๆ จะดื่มสุราก็ไม่ได้”
แม่เฒ่าเจี่ยหัวเราะว่า “เจ้าไม่ให้นาง เดี๋ยวข้าเอาให้นางเอง”
พี่เฟิ่งรีบเดินเข้ามายิ้มว่า “บรรพชนอย่าไปเชื่อพวกนาง ข้าดื่มไปหลายจอกแล้ว”
แม่เฒ่าเจี่ยหัวเราะ สั่งพวกนางอิ๋วสื้อว่า
“ลากตัวนางไปตรึงไว้กับเก้าอี้ พวกเจ้าผลัดกันเข้าไปอวยพร หากนางไม่ดื่ม ข้าจะลงมือเอง”
นางอิ๋วสื้อยิ้มแล้วรีบลากตัวพี่เฟิ่งไปนั่งเก้าอี้ สั่งให้นำจอกมารินสุราแล้วยิ้มว่า
“ครบขวบปีที่เจ้าแสดงความกตัญญูต่อเหล่าไท่ไท่ ไท่ไท่และข้า วันนี้ข้าไม่มีอะไรจะแสดงความปรารถนาดีนอกจากรินเหล้าให้เจ้าเอง เจ้าก็ดื่มจอกในมือข้าเสียดีดี”
พี่เฟิ่งยิ้มว่า “เจ้าจะอวยพรข้าก็คุกเข่า ข้าจึงดื่ม”
นางอิ๋วสื้อยิ้มว่า “เจ้าคงไม่รู้ตัวว่าเป็นใคร ข้าจะบอกอะไรให้ จัดงานวันนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย ต่อไปจะได้จัดอย่างนี้อีกหรือไม่ยังไม่แน่ ถือโอกาสนี้กรอกไปสองจอกเถิด”
พี่เฟิ่งไม่อาจผัดผ่อน ได้แต่ดื่มไปสองจอก
ถัดจากนั้นพวกพี่น้องก็ทยอยกันมา พี่เฟิ่งดื่มกับทุกคน คนละสองจอก ไล่หม่อมอ 赖嬷嬷 เห็นแม่เฒ่าเจี่ยกำลังอารมณ์ดี ก็นำพวกหม่อมอมาร่วมดื่มอวยพรด้วย พี่เฟิ่งขัดไม่ได้ต้องดื่มไปอีกหลายอึก ต่อไปก็เป็นพวกยวนยางมาดื่มอวยพร พี่เฟิ่งดูท่าจะไม่ไหว จึงวอนว่า
“พวกพี่พี่ ละเว้นข้าด้วย ไว้พรุ่งนี้ค่อยดื่มต่อ”
ยวนยางหัวเราะว่า “จริงสิ พวกเราไม่มีเกียรติพอ อยู่ต่อหน้าไท่ไท่ ให้เกียรติพวกเราบ้าง ปกติก็ยังพอมี วันนี้กลับมาวางท่านายบ่าวเสียแล้ว อันที่จริงข้าก็ไม่ควรมา ท่านไม่ดื่มพวกเราก็ไปละ”
ว่าแล้วก็ตั้งท่าจะไปจริงๆ
พี่เฟิ่งรีบยุดนางไว้ ยิ้มว่า “พี่คนดี ข้าดื่มแล้วกัน”
แล้วรับสุรามาดื่มจนหมดจอก ยวนยางจึงยิ้มแล้วแยกย้ายไป
พอทุกคนเข้าประจำที่นั่ง พี่เฟิ่งรู้สึกตัวว่าดื่มหนักไปแล้ว ภายในเริ่มขย้อนขึ้นมา อยากกลับเรือนไปนอนพัก ก็เห็นพวกนักแสดงกายกรรมเดินเข้ามา จึงบอกนางอิ๋วสื้อว่า
“ให้เงินรางวัลพวกเขาที ข้าจะกลับไปล้างหน้า”
นางอิ๋วสื้อพยักหน้า
พี่เฟิ่งเห็นว่าไม่มีใครจับตามอง จึงลุกออกจากที่นั่งเดินตามระเบียงมาทางประตูหลัง ผิงเอ๋อเห็นจึงรีบตามหลังมาแล้วเข้าพยุงพี่เฟิ่งเดินมาจนถึงโถงระเบียง เห็นสาวใช้ในเรือนของตนคนหนึ่งยืนอยู่ในโถง แต่พอเห็นทั้งสองมาก็รีบวิ่งหนี พี่เฟิ่งนึกสงสัยรีบตะโกนเรียก สาวใช้ผู้นั้น แรกทำเป็นไม่ได้ยิน แต่พอพี่เฟิ่งเรียกซ้ำๆ อีก ไม่มีทางเลี่ยงจำต้องกลับมา
พี่เฟิ่งนึกระแวง รีบเข้าไปในโถงระเบียงกับผิงเอ๋อ ทั้งเรียกสาวใช้นั้นให้ตามเข้ามาด้วย เปิดบังตาระบียงออก พี่เฟิ่งนั่งลงบนขั้นบันไดลงสู่ลาน สั่งสาวใช้นั้นให้คุกเข่า แล้วสั่งผิงเอ๋อว่า
“ไปตามบ่าวที่ประตูสองมาสองคน ให้เอาเชือกกับแส้มาด้วย ต้องสั่งสอนยายม้าดีดกระโหลกไม่เห็นหัวเจ้านายเสียบ้าง”
สาวใช้นั้นตกใจจนขวัญหนีดีฝ่ออยู่แล้ว ได้แต่ร้องไห้โขกหัวขอให้ละเว้นนาง
พี่เฟิ่งถามว่า “ช้าไม่ใช่ผี เจ้าเห็นข้า ไม่หยุดยืนคุยตามระเบียบ จะรีบหนีไปไหน”
สาวใช้ว่า “ข้าไม่เห็นคุณนาย แต่นึกได้ว่าที่เรือนไม่มีใครอยู่ จึงรีบวิ่งกลับ”
พี่เฟิ่งว่า “ที่เรือนไม่มีใครอยู่ ใครเรียกเจ้ามาที่นี่ เจ้าไม่เห็นข้าได้อย่างไร ข้ากับผิงเอ๋อโก่งคอเรียกเจ้าสิบกว่าเที่ยว ยิ่งเรียกยิ่งวิ่งหนี ระยะใช่ว่าห่าง เจ้าหูหนวกหรือ ยังกล้าปากแข็ง”
แล้วกางมือตบหน้าสาวใช้นั้นฉาดใหญ่จนหน้าหัน พอนางหันกลับมา ก็ตบอีกข้างจนสองแก้มสาวใช้บวมแดงขึ้นมา
ผิงเอ๋อรีบเตือนว่า “คุณนายระวังเจ็บมือ”
พี่เฟิ่งว่า “เช่นนั้นเจ้าตบ แล้วถามว่านางวิ่งทำไม ถ้าไม่ตอบ ก็ตบให้ปากฉีกไปเลย”
สาวใช้ผู้นั้น แรกก็ปากแข็ง ต่อมาพี่เฟิ่งว่าจะสั่งให้ตั้งเตา เอาเหล็กเผาไฟมานาบปากนาง จึงร้องไห้สารภาพว่า
“นายรองเหลียนอยู่ที่บ้าน สั่งให้ข้ามาเฝ้าคุณนายที่นี่ คุณนายจะกลับเมื่อใด ให้ข้ารีบกลับไปบอก ไม่คิดว่าคุณนายจะกลับเร็ว”
พี่เฟิ่งฟังแล้วมีเลศนัย จึงซักว่า
“ให้เจ้ามาเฝ้าดูข้าทำไม ไม่ได้ให้มาตาม ต้องมีสาเหตุอื่น รีบบอกมา ต่อไปข้าจะดีต่อเจ้า หากไม่บอกมาตามตรง คงต้องแล่เนื้อเจ้าตรงนี้”
ว่าแล้ว ก็ถอนปิ่นจากศีรษะเอามาทำท่าทิ่มไปมาแถวปากนาง สาวใช้ตกใจกลัวมัวแต่หลบแล้วร้องไห้ว่า
“ข้าบอกคุณนาย แต่อย่าบอกว่าข้าพูด”
ผิงเอ๋อก็คอยกระตุ้นเตือนนาง
สาวใช้ว่า “นายรองกลับมาถึง เปิดกำปั่นหยิบเงินออกมาสองก้อน ปิ่นสองเล่ม ผ้าต่วนสองพับ สั่งข้าลอบนำไปให้เมียของเป้าเอ้อ 鲍二 พอนางได้รับของ ก็รีบมาที่เรือนของพวกเรา นายรองสั่งให้ข้ามาเฝ้าดูคุณนาย เรื่องหลังจากนั้น ข้าไม่รู้แล้ว”
พี่เฟิ่งได้ฟัง โมโหจนอ่อนแรง รีบลุกขึ้นเดินกลับบ้าน พอมาถึงประตูลานบ้าน เห็นสาวใช้นางหนึ่งโผล่หน้าออกมาดู พอเห็นพี่เฟิ่งก็หดหัวหันหลังวิ่ง พี่เพิ่งตวาดเรียกให้หยุด สาวใช้ผู้นั้นฉลาดรู้สถานการณ์ รู้ว่าหลบไม่พ้น วิ่งออกมาสู้หน้า ยิ้มว่า
“ข้ากำลังจะไปเรียนคุณนาย คุณนายกลับมาพอดี”
พี่เฟิ่งว่า “เจ้าจะไปบอกอะไรข้า”
สาวใช้ผู้นั้นว่า “นายรองอยู่บ้าน……” เช่นนี้…เช่นนี้…เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นแก่พี่เฟิ่ง
พี่เฟิ่งถ่มน้ำลายใส่แล้วว่า “ก่อนหน้านี้เจ้าทำอะไร นี่เพราะข้าเห็นเจ้าจึงรีบออกมาแก้ตัวจนขาวสะอาด”
ว่าแล้วก็ยกมือตบจนสาวใช้ซวนเซ
พี่เฟิ่งย่องมายังริมหน้าต่าง เงี่ยหูฟังดู ได้ยินเสียงสตรีในห้องหัวเราะว่า
“ช้าเร็ว เมียพญายมของท่านก็ต้องตาย แล้วก็หมดเสี้ยนหนาม”
เสียงเจี่ยเหลียนว่า “นางตายแล้ว แต่งใหม่ได้เหมือนเดิม จะทำอย่างไร”
สตรีว่า “นางตายแล้ว ท่านก็ยกผิงเอ๋อขึ้นเป็นเอก ย่อมดีกว่านาง”
เจี่ยเหลียนว่า “ตอนนี้ แม้แต่ผิงเอ๋อนางก็ห้ามข้าไปยุ่งด้วย ผิงเอ๋อเองก็อัดอั้นตันใจแต่ไม่กล้าพูด ชะตาข้าทำไมต้องมาเจอดาวอสูร”
พี่เฟิ่งฟังแล้วโกรธจนตัวสั่น ยิ่งได้ฟังพวกเขาเอ่ยชมผิงเอ๋อ ให้เกิดระแวงว่าปกติผิงเอ๋อคงว่าร้ายนางลับหลังเป็นแน่ ฤทธิเหล้ากำเริบขึ้นมา ไม่ตรองอะไรทั้งสิ้น พี่เฟิ่งหันกลับมาตบผิงเอ๋อเข้าสองฉาด แล้วเตะเปิดประตู ก้าวเข้าห้องได้ ไม่พูดพล่ามทำเพลง จับตัวเมียเป้าเอ้อ 鲍二家的 ได้ ก็ลงมือทุบตี จากนั้นมายืนขวางประตูไว้ไม่ให้เจี่ยเหลียนหลบหนี แล้วด่าว่า
“นางสำส่อน ลักลอบล่อผัวเจ้านาย แล้วยังมาแช่งเมียเจ้านายให้ตายอีก ผิงเอ๋อมานี่ เจ้าพวกสำส่อนเทือกเถาเหล่าเดียวกัน ริษยาข้าแต่แกล้งทำดีตบตาข้า”
ว่าแล้วก็ทุบตีผิงเอ๋อเสียหลายที ผิงเอ๋อเจ็บใจแต่ไม่รู้จะแก้ตัวอย่างไร สะอึกสะอื้นแต่ไร้น้ำตาแล้วด่าว่า
“พวกท่านทำเรื่องน่าอับอายขายหน้า แล้วมาลงที่ข้าทำไม”
ว่าแล้วนางก็พลอยลงมือทุบตีเมียเป้าเอ้อด้วย
เจี่ยเหลียนดื่มเหล้ามาหนัก กลับมาอารมณ์ดีจนลืมเก็บความลับ พอเห็นพี่เฟิ่งมา แรกก็ไม่รู้จะทำอย่างไร พอเห็นผิงเอ๋อมาผสมโรงด้วยฤทธิ์เหล้าพาให้เกิดโมโห พี่เฟิ่งลงมือกับเมียเป้าเอ้อ ถึงโกรธแต่ก็อับอาย พูดอะไรไม่ออก แต่พอผิงเอ๋อลงมือตบตีเมียเป้าเอ้อด้วยก็เหลืออด ลุกขึ้นเตะผิงเอ๋อแล้วด่าว่า
“นางอีตัว เจ้าก็กล้าลงมือทุบตีด้วย”
ผิงเอ๋อตกใจกลัว หยุดมือร้องไห้ว่า
“พวกท่านแอบทำอะไรกันลับหลัง แล้วมาลากข้าไปเกี่ยวด้วยทำไม”
พี่เฟิ่งเห็นผิงเอ๋อกลัวเจี่ยเหลียนแล้วกลับโมโห ตรงเข้าไปตีผิงเอ๋อ แล้วสั่งให้นางไปทุบตีเมียเป้าเอ้อ
ผิงเอ๋อตื่นตระหนก วิ่งหนีออกมาหาคว้ามีดได้ก็จะฆ่าตัวตาย พวกแม่บ้านสาวใช้ที่มามุงอยู่ด้านนอกช่วยกันห้ามไว้
ทางด้านพี่เฟิ่งเห็นผิงเอ๋อจะฆ่าตัวตาย ก็พุ่งเข้าซบอกเจี่ยเหลียนแล้วร้องว่า
“พวกเจ้าสุมหัวกันเล่นงานข้า พอข้ารู้เรื่องเข้ากลับมาข่มขู่ข้า ท่านรัดคอข้าให้ตายเถิด”
เจี่ยเหลียนโกรธหันไปชักกระบี่ที่แขวนข้างผนัง แล้วว่า
“ไม่ต้องเกี่ยงกันตาย ข้าไม่มีทางแล้ว ฆ่าพวกเจ้าให้หมดแล้วข้าจะชดใช้ชีวิตให้ สิ้นเรื่องสิ้นราว”
เอะอะโวยวายกันอยู่นั้น นางอิ๋วสื้อกับพวกมาถึงถามว่า
“มีอะไรกัน เมื่อครู่ยังดีอยู่ เกิดเอะอะอะไรกัน”
เจี่ยเหลียนเห็นคนมา ยิ่งอาศัยฤทธิ์น้ำเมาวางก้ามหนักขึ้น ทำท่าจะลงมือฆ่าพี่เฟิ่ง พี่เฟิ่งเห็นคนมา ไม่วางท่าดุร้ายเช่นก่อนหน้า หลบหน้าทุกคน ร้องไห้แล้วออกวิ่งไปหาแม่เฒ่าเจี่ย
การแสดงต่างๆ เลิกแล้ว พี่เฟิ่งวิ่งมาตรงหน้าแม่เฒ่าเจี่ยแล้วเข้าไปซบตักฟ้องว่า
“บรรพชนช่วยข้าด้วย นายรองเหลียนจะฆ่าข้า”
แม่เฒ่าเจี่ย หวางฮูหยิน สิงฮูหยินพากันถามว่า
“เกิดอะไรขึ้น”
พี่เฟิ่งร้องไห้ว่า “ข้ากลับบ้านไปเปลี่ยนชุด ได้ยินเสียงนายรองเหลียนคุยกับใครอยู่ ข้าคิดว่าคงเป็นแขก ไม่กล้าเข้าไปทันที ไปยืนฟังอยู่ริมหน้าต่าง ที่แท้เป็นสะใภ้บ้านเป้าเอ้อกำลังปรึกษากันจะทำร้ายข้า โดยวางยาพิษให้ข้าตายแล้วยกผิงเอ๋อขึ้นเป็นเอก ข้าเกิดโมโหแต่ไม่กล้าทำอะไรพวกเขา ตบผิงเอ๋อเข้าไปสองที ถามนายรองว่าทำไมจึงคิดร้ายกับข้า เขาร้อนตัวจึงคิดจะฆ่าข้า”
แม่เฒ่าเจี่ยฟังแล้วคิดว่าเรื่องจริงตามนั้น จึงว่า
“นี่ร้ายกาจนัก ไปจับตัวเจ้าลูกชั่วมานี่”
พูดไม่ทันขาดคำ เห็นเจี่ยเหลียนถือกระบี่วิ่งมา มีคนวิ่งตามหลังเป็นพรวน
เจี่ยเหลียนถือดีว่าปกติแม่เฒ่าเจี่ยรักและเอ็นดูตน จึงไม่เห็นท่านแม่และป้าสะใภ้อยู่ในสายตา จึงอวดดีวางก้าม สิงฮูหยิน หวางฮูหยินเห็นแล้วโมโหขวางเอาไว้แล้วด่าว่า
“ชั่วชาติ อวดกำแหงนัก เหล่าไท่ไท่ยังอยู่ตรงนี้ ”
เจี่ยเหลียนตาขวางว่า
“เป็นเพราะเหล่าไท่ไท่เอาใจนางจนนิสัยเสีย นางจึงกล้าเช่นนี้ แม้แต่ข้ายังกล้าด่า”
สิงฮูหยิน (มารดาเจี่ยเหลียน) โกรธ แย่งกระบี่จากมือเจี่ยเหลียน ตวาดว่า
“ไปให้พ้น”
เจี่ยเหลียนงอแงฟูมฟายราวกับเด็ก
แม่เฒ่าเจี่ยโมโหว่า
“ข้ารู้ว่าเจ้าไม่เห็นพวกเราอยู่ในสายตา ไปตามพ่อเขามา ดูว่าจะไปไม่ไป”
เจี่ยเหลียนได้ฟัง ก็กระฟัดกระเฟียดออกไป ไม่กลับบ้านแต่ไปยังห้องหนังสือด้านนอก
สิงฮูหยิน หวางฮูหยินว่ากล่าวตักเตือนพี่เฟิ่ง
แม่เฒ่าเจี่ยว่า “มีเรื่องสำคัญอะไร พวกเด็กๆ เถียงกันอย่างกับแมว ใครจะไปห้ามได้ ใครใครก็เคยผ่านเรื่องแบบนี้มาแต่เล็ก ต้องโทษข้าที่ให้เจ้าดื่มมากไป จนเกิดเรื่องหึงหวงขึ้นมา”
ทุกคนเปลี่ยนมาขำ
แม่เฒ่าเจี่ยว่า “ทำใจให้สบาย พรุ่งนี้ข้าจะให้เขยตัวดีมาขอโทษเจ้า วันนี้เจ้าไม่ต้องไปแหย่อะไรเขาอีก”
แล้วหันมาด่าว่า
“ยายม้าดีดกะโหลกผิงเอ๋อ ปกติข้าก็เห็นนางเป็นคนดี ทำไมลับหลังจึงได้เลวเช่นนี้”
นางอิ๋วสื้อยิ้มว่า “ผิงเอ๋อไม่ควรถูกตำหนิ เป็นยายเฟิ่งที่ไประบายอารมณ์ใส่นาง สองคนทะเลาะกันจึงใช้ผิงเอ๋อเป็นแพะรับบาป ผิงเอ๋อเป็นผู้รับเคราะห์ยังถูกเหล่าไท่ไท่ตำหนิซ้ำ”
แม่เฒ่าเจี่ยว่า “จริงดังว่า เด็กนี่ไม่ใช่ปีศาจจิ้งจอก เป็นเช่นนี้ก็น่าสงสาร กลายเป็นที่รองรับอารมณ์ไปเปล่า”
แล้วเรียกหู่พ่อ 琥珀 มาสั่งว่า
“ไปบอกผิงเอ๋อว่าข้ารู้แล้วว่านางถูกรังแก พรุ่งนี้ข้าจะให้เจ้านายนางมาขอโทษนางเอง วันนี้เป็นวันเกิดของเจ้านายนาง ห้ามทำอะไรเหลวไหล”
ตอนก่อนหน้า : เซ่นไหว้ที่อารามสุ่ยเซียน
ตอนถัดไป : ไกล่เกลี่ย

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา