6 เม.ย. เวลา 09:24 • ประวัติศาสตร์

ความฝันในหอแดง 86 เซ่นไหว้ที่อารามสุ่ยเซียน

ชั่วพริบตาก็ถึงวันที่สองเดือนเก้า นางอิ๋วสื้อตระเตรียมงานไว้ในอุทยานครึกครื้นยิ่งนัก มีทั้งงิ้ว กายกรรม นักเล่านิทานตาบอดหลากหลายการละเล่น
หลี่หวานกล่าวกับพวกพี่น้องว่า
“วันนี้เป็นวันสำคัญของชมรมกวีเราด้วย อย่าลืมกันเล่า เป่าวี่ไม่มานี่เพราะไม่รู้หรือเที่ยวเล่นเพลินจนลืม”
แล้วสั่งสาวใช้ว่า “ไปดูว่าทำอะไรอยู่ รีบเชิญมา”
สาวใช้หายไปครึ่งวันกลับมาแจ้งว่า
“พี่ฮวา (สีเหยิน) บอกว่า วันนี้ออกจากเรือนไปแต่เช้า”
ทุกคนต่างแปลกใจว่า
“วันนี้ไม่น่าจะไปไหน สาวใช้นี่คงเหลวไหล”
แล้วสั่งให้ชุ่ยม่อ 翠墨 ไปดูใหม่
สักพัก ชุ่ยม่อกลับมาแจ้งว่า “ออกไปข้างนอกจริง เห็นบอกว่าเพื่อนเสียชีวิต จึงไปแสดงความเสียใจ”
ทั่นชุนว่า “ไม่น่ามีเรื่องเช่นนี้ ไม่ว่าอย่างไร ก็ไม่ควรออกไปไหนในวันนี้ เจ้าไปตามสีเหยินมา ข้าจะถามนางเอง”
สั่งยังไม่ทันขาดคำ เห็นสีเหยินเดินมาเอง พวกหลี่หวานจึงว่า
“วันนี้ไม่ว่าจะมีเรื่องอะไร ก็ไม่น่าจะไปไหน หนึ่งเพราะวันนี้เป็นงานวันเกิดคุณนายรอง เหล่าไท่ไท่อารมณ์ดีจัดงานให้ทั้งสองจวนได้รื่นเริงกัน สองเพราะวันนี้เป็นวันเปิดชมรมกวีวันแรก ไม่ลาแล้วหนีไปไหน”
สีเหยินถอนหายใจว่า “เมื่อเย็นวานนี้ เห็นบอกว่าเช้าวันนี้มีเรื่องสำคัญต้องไปที่จวนท่านอ๋องเป่ยจิ้ง 北静王 แล้วจะรีบกลับ ข้าเตือนเขาแล้วแต่ไม่ฟัง วันนี้ตื่นแต่เช้าใส่ชุดขาวออกไป คิดว่าที่จวนท่านอ๋องคงมีคนสำคัญถึงแก่กรรมจึงต้องไปกระมัง”
พวกหลี่หวานว่า “ถ้าเช่นนั้นก็ควรไป แต่นี่ก็ควรกลับมาแล้ว”
ว่าแล้ว ก็หารือกันเองว่า
“ถึงเวลาพวกเราก็เริ่มต่อบทกวี เขามาถึงค่อยปรับลงโทษ”
แม่เฒ่าเจี่ยให้คนมาตาม ทั้งคณะจึงมาพบ สีเหยินเรียนแม่เฒ่าเรื่องเป่าวี่ แม่เฒ่าเจี่ยไม่พอใจ สั่งคนให้ไปตามเป่าวี่กลับมา
อันที่จริง เป่าวี่มีแผนอย่างอื่นในใจ วันก่อนหน้าก็สั่งเป้ยหมิงไว้ว่า
“พรุ่งนี้ข้าจะออกจากบ้านแต่เช้า เจ้าเตรียมม้าไว้ที่ประตูหลังสองตัว อย่าให้ใครตามมา บอกหลี่กุ้ย 李贵 ว่า ข้าจะไปจวนท่านอ๋องเป่ย ถ้ามีใครมาตาม บอกให้เขาสกัดไว้ แล้วบอกว่าทางจวนอ๋องเป่ยรั้งตัวข้าไว้ แต่ช้าเร็วอย่างไรก็ต้องกลับ”
เป้ยหมิงก็ไม่รู้ต้นสายปลายเหตุ ได้แต่ไปจัดการตามที่สั่ง เช้าวันนี้ ก็เตรียมม้าไว้สองตัวที่ประตูหลังอุทยาน
พอฟ้าสาง เป่าวี่แต่งชุดขาวจากหัวจรดเท้าออกมาทางประตูหัวมุม ไม่พูดไม่จาขึ้นคร่อมม้าแล้วเร่งฝีเท้ามาตามถนน เป้ยหมิงรีบขึ้นม้าลงแส้ไล่มาทันแล้วถามว่า
“จะไปไหนกัน”
เป่าวี่ว่า “ทางเส้นนี้ไปไหน”
เป้ยหมิงว่า “นี่เป็นทางหลวงออกประตูเมืองทิศเหนือ ออกไปแล้วเป็นที่รกร้างว่างเปล่าไม่มีอะไรน่าเที่ยว”
เป่าวี่ผงกหัวว่า “ขอให้เป็นที่รกร้างว่างเปล่า”
แล้วลงแส้เร่งม้า เลี้ยวไปสองโค้งก็ออกพ้นประตูเมือง
เป้ยหมิงได้แต่เร่งตามมาติด ๆ
ควบม้ามารวดเดียวเจ็ดแปดลี้ ผู้คนเริ่มเบาบาง เป่าวี่หยุดม้าหันมาถามเป้ยหมิงว่า
“แถวนี้มีผงหอมขายไหม”
เป้ยหมิงว่า “ผงหอมมี แต่จะเอาชนิดไหน”
เป่าวี่คิดว่าอย่างอื่นไม่หอม ต้องเป็น ถานเซียง 檀香 (จันทน์) หยุนเซียง 芸香 (อีหรุด) เจี้ยงเซียง 降香 (พะยูงหอม) สามอย่างนี้เท่านั้น
เป้ยหมิงว่า “สามอย่างนี้หายาก”
เป่าวี่ลำบากใจ เป้ยหมิงเห็นเช่นนั้นจึงว่า
“จะเอาผงหอมไปทำอะไร ปกติข้าก็เห็นนายรองพกถุงหอมอยู่ ทำไมไม่ลองตรวจดู”
เป่าวี่ฉุกใจได้คิด จึงเอามือคลำปกเสื้อแล้วล้วงเอาถุงหอมออกมาคลำดูพบว่ายังมีเฉินซู่ 沉速 เหลืออยู่สองซิง 星 (1 ซิง ราว 3.75 กรัม) จึงแอบดีใจแต่คิดว่า
“แต่จะเป็นการไม่เคารพหรือเปล่า”
มาตรองอีกที
“ของที่ติดตัวมานี่ดีกว่าของที่หาซื้อได้”
จึงถามหากระถางกำยานแทน
เป้ยหมิงว่า “ที่รกร้างอย่างนี้จะหาได้ที่ไหน ถ้าต้องใช้ทำไมไม่บอกก่อน เอาติดมาด้วยง่ายกว่า”
เป่าวี่ว่า “เหลวไหล เอาติดมาได้ คงไม่ต้องแอบออกมาแบบนี้”
เป้ยหมิงตรองอยู่ค่อนวันจึงยิ้มว่า “ข้าพอมีหนทางไม่ทราบว่านายรองจะว่าอย่างไร นายรองคงไม่เพียงต้องการกระถาง อาจมีอย่างอื่นอีก พวกเรารีบไปข้างหน้าอีกสองลี้จะถึงอารามสุ่ยเซียน 水仙庵 (อารามเทพวารี)”
เป่าวี่ว่า “อารามสุ่ยเซียนอยู่แถวนี้หรือ ดีสิ รีบไปกัน”
ว่าแล้วก็รีบลงแส้ม้า พร้อมหันมาบอกเป้ยหมิงว่า
“แม่ชีที่อารามสุ่ยเซียนไปหาพวกเราบ่อย เขายอมให้เรายืมกระถางแน่”
เป้ยหมิงว่า “อย่าว่าแต่พวกที่จวนเรามาไหว้พระที่อารามบ่อยเลย ถึงเป็นคนอื่นเขาก็ให้ยืม ว่าแต่ปกตินายรองรังเกียจอารามสุ่ยเซียน ตอนนี้ทำไมดีใจนัก”
เป่าวี่ว่า “ที่ข้ารังเกียจก็คือ พวกที่หลับหูหลับตาไหว้เจ้าสร้างศาล พวกผู้เฒ่ามีเงินแต่โง่เขลา ฟังว่ามีเทพเจ้าก็แห่มาสร้างศาลทั้งที่ไม่รู้ว่าเทพอะไร ฟังเขาเล่าเชิงตำนานหน่อยก็หลงเชื่อว่าจริง อย่างที่อารามสุ่ยเซียนนี่สร้างขึ้นบูชาล่อเสิน 洛神 จึงตั้งชื่ออารามว่าเทพวารี 水仙 หารู้ไม่ว่าแต่โบราณมาไม่เคยมีล่อเสิน เป็นเรื่องที่เฉาจื่อ 曹子 กุขึ้น พวกโง่เขลาก็เอามาสร้างรูปบูชา วันนี้ข้ามีเรื่องต้องทำ จึงต้องไปยืมของ”
(เทพีล่อเสิน 洛神 (เทพีลุ่มน้ำล่อ) มาจากบทกวีของเฉาจื๋อ 曹植 (โจสิด) สมัยสามก๊ก ประพันธ์ว่าตนได้พบกับเทพีในฝันที่แม่น้ำล่อสุ่ย 洛水 ต่อมา กลายเป็นเทพีที่คนกราบไหว้)
พอมาถึงหน้าอาราม แม่ชีเฒ่าเห็นเป่าวี่มาก็แปลกใจรีบออกมาต้อนรับดังมังกรเหาะลงมาจากสวรรค์ สั่งให้ศิษย์วัดไปรับม้า แล้วนำเป่าวี่เข้ามาในอาราม
เป่าวี่ไม่ไหว้รูปเทพีล่อเสินเพียงยืนชม แม้จะเป็นรูปปูนปั้นแต่ท่วงท่า
翩若惊鸿 婉若游龙
ปราดเปรียวปานห่านป่าหวาดถลา
งามสง่าดังมังกรร่อนลีลา
ดูโดดเด่นดัง
荷出渌波 日映朝霞
ดอกบัวบานโผล่พ้นเกลียวคลื่นใส
ตะวันใหม่เฉิดฉายกลางแสงสาง
เป่าวี่น้ำตาร่วงไม่รู้ตัว แม่ชีเฒ่านำน้ำชามาให้ เป่าวี่จึงขอยืมกระถางกำยานจากนาง แม่ชีหายไปครึ่งวัน กลับมาพร้อมกระถาง ม้าและเครื่องกระดาษ
เป่าวี่ว่า “อย่างอื่นไม่ต้อง”
แล้วสั่งให้เป้ยหมิงนำเฉพาะกระถางไปยังสวนด้านหลังหาจุดที่สะอาดวาง แต่หาได้ไม่ถูกใจ
เป้ยหมิงว่า “ตรงลานข้างบ่อน้ำนั่นเป็นไร”
เป่าวี่พยักหน้า
เป้ยหมิงวางกระถางลงบนลานข้างบ่อ แล้วก้าวไปยืนรอด้านข้าง เป่าวี่ล้วงเอาผงหอมมาจุด ยืนกระทำคารวะครึ่งพิธีการทั้งน้ำตาแล้วหันมาสั่งให้เก็บของขึ้น เป้ยหมิงรับคำแต่ไม่ไปเก็บ กลับรีบคุกเข่าโขกศีรษะคารวะตั้งอธิษฐานว่า
“ข้าเป้ยหมิง ติดตามนายรองมาหลายปี ความในใจของนายรอง ข้าเข้าใจดีทุกเรื่อง แต่ที่มาเซ่นไหว้ในวันนี้ ท่านไม่บอกข้า ข้าก็ไม่กล้าถาม ดวงวิญญาณที่ได้รับการเซ่นไหว้ แม้ไม่รู้ชื่อแต่คงต้องเป็นหนึ่งในแดนดิน ไม่เป็นสองบนฟากฟ้า คงเป็นหนึ่งในพี่น้องสาวผู้ปราดเปรื่องงามสง่า นายรองท่านลำบากใจไม่เอ่ยปาก ข้าขออธิษฐานแทน
แม้นท่านศักดิ์สิทธิ์จริง โปรดรับรู้ว่านายรองรำลึกถึงท่าน ได้โปรดหมั่นมาเยี่ยมเยียนนายรอง แต่หากไม่อาจมาได้ ท่านอยู่ในปรโลก ได้โปรดคุ้มครองนายรอง แม้ยังมีชีวิตขอให้ได้เป็นสตรีเพศ เพื่อจะได้ร่วมเสพสุขกับท่านตลอดไป”
กล่าวจบก็โขกศีรษะหลายครั้งก่อนจะลุกขึ้น
เป่าวี่ฟังจบอดไม่ได้ต้องหัวเราะแล้วเตะเป้ยหมิงว่า
“อย่าเหลวไหล ใครได้ยินเข้าคงขำกลิ้ง”
เป้ยหมิงลุกขึ้นเก็บกระถาง เดินตามเป่าวี่มาแล้วว่า
“ข้าบอกท่านแม่ชีแล้วว่า นายรองยังไม่ได้กินข้าวเช้า ให้ท่านเตรียมให้ด้วย นายรองก็ฝืนใจกินสักหน่อย ข้ารู้ว่าวันนี้มีเลี้ยงโต๊ะกันครึกครื้น แต่นายรองหลบมาอยู่ที่นี่ทั้งวัน หากยังไม่กินอะไร คงไม่ไหว”
เป่าวี่ว่า “สุรามงคลไม่ได้กิน อะไรก็กินได้ทั้งนั้น”
เป้ยหมิงว่า “ต้องอย่างนี้สิ ยังมีอีกเรื่อง พวกเรามานี่ ต้องมีคนไม่วางใจ ไม่เช่นนั้น พวกเรารอค่ำแล้วค่อยเข้าเมืองก็ได้ แต่เพราะมีคนไม่วางใจ นายรองก็ควรต้องรีบกลับ ข้อแรกเลย เหล่าไท่ไท่ ไท่ไท่ต้องไม่สบายใจแน่ ข้อสองคือ พิธีที่มาทำก็เสร็จแล้ว กลับไปดูงิ้วดื่มสุราจะชอบใจหรือไม่ ก็ได้แสดงความกตัญญูต่อผู้ใหญ่ หากปล่อยให้เหล่าไท่ไท่ ไท่ไท่ท่านเป็นห่วง ข้าว่าดวงวิญญาณที่ท่านมาเซ่นไหว้ในปรโลกก็คงไม่เป็นสุข นายรองเห็นเช่นไร”
เป่าวี่ยิ้มว่า “ข้าเดาเจตนาเจ้าออก เจ้าคิดว่าแอบตามข้ามานอกเมืองอยู่คนเดียว กลัวรับผิดชอบไม่ไหว จึงชักแม่น้ำทั้งห้ามากล่อมข้าเข้าเมือง ข้ามาแล้ว พิธีก็เสร็จสมความตั้งใจแล้ว ควรรีบเข้าเมืองให้ทุกคนสบายใจ”
เป้ยหมิงว่า “ดียิ่งนัก”
ทั้งสองมาถึงหอปฏิบัติธรรม แม่ชีเตรียมอาหารเจไว้ให้ เป่าวี่กินตามมีตามเกิด เป้ยหมิงก็กินด้วย แล้วรีบขึ้นม้ากลับมาตามทางเก่าเข้าเมือง เข้าอุทยานทางประตูหลัง รีบกลับมายังลานชื่นแดง พวกสีเหยินไม่มีใครอยู่ ทิ้งไว้แต่แม่บ้านเฒ่าเฝ้าเรือน พอเห็นเป่าวี่กลับมาก็ดีใจยิ้มว่า
“อามิตาภพุทธ กลับมาแล้ว พวกคุณหนูร้อนใจจนแทบเป็นบ้า งานเลี้ยงเริ่มแล้ว นายรองรีบไปเถิด”
เป่าวี่รีบถอดชุดขาวเปลี่ยนใส่ชุดสีแล้วถามว่า
“เขาจัดงานกันที่ไหน”
ยายเฒ่าว่า “ที่ห้องโถงบุปผาสร้างใหม่”
เป่าวี่ตามเสียงขลุ่ยเสียงปี่มายังห้องโถงบุปผาพอถึงโถงระเบียงก็เห็นวี่ช่วนเอ๋อ 玉钏儿 แอบมานั่งร้องไห้อยู่คนเดียวใต้ชายคาระเบียง พอเห็นเป่าวี่มาถึง ก็ถอนหายใจยาว ตบริมฝีปากว่า
“อา หงส์ฟ้าเหินมาแล้ว รีบเข้าไปเร็ว ช้ากว่านี้อีกครู่คงเกิดจลาจล”
เป่าวี่ถามทั้งรอยยิ้มว่า “เจ้าทายว่าข้าไปไหนมา”
วี่ช่วนเอ๋อบิดตัวกลับเดินเช็ดน้ำตาไป ไม่สนใจเป่าวี่ เป่าวี่รีบเข้าไปในโถงบุปผา เห็นแม่เฒ่าเจี่ย หวางฮูหยินและพวกเหมือนฝูงหงส์ฟ้าจริงอย่างว่า
แม่เฒ่าเจี่ยถามก่อนว่า “เจ้าไปไหนมาถึงได้มาสายป่านนี้ ยังไม่รีบอวยพรพี่เจ้าอีก”
ยิ้มแล้วหันมาหาพี่เฟิ่งว่า
“น้องชายเจ้าไม่รู้มีเรื่องด่วนอะไร หนีออกไปไม่บอกกล่าว วันหน้ายังทำเช่นนี้อีก รอพ่อเขากลับมาต้องให้ตีเสียให้เข็ด”
พี่เฟิ่งยิ้มว่า “อวยพรหรือไม่ยังเรื่องเล็ก น้องเป่าไม่ควรไปไหนโดยไม่บอกกล่าว ทั้งไม่เรียกใครติดตามไปด้วย บนถนนผู้คนพลุกพล่าน ทำให้คนอื่นไม่วางใจ”
แม่เฒ่าเจี่ยเอ่ยด่าผู้ติดตามว่า “เขาบอกจะไปไหนก็ปล่อยเขาไป ไม่มารายงานสักคำ”
แล้วถามเป่าวี่ว่า “เจ้าไปไหนมา กินอะไรมาหรือยัง ตกใจหรือไม่”
เป่าวี่ตอบว่า “ภรรยาน้อยของเป่ยจิ้งอ๋องที่ท่านรักมากถึงแก่กรรม ข้าไปร่วมงานมา ท่านอ๋องร้องไห้เสียใจมาก ข้าทำใจทิ้งท่านมาทันทีไม่ได้ จึงต้องอยู่เป็นเพื่อนพักใหญ่”
แม่เฒ่าเจี่ยว่า “วันหลังแอบออกไปไม่บอกข้าก่อนแบบนี้อีก ข้าจะให้พ่อของเจ้าตีเจ้า”
เป่าวี่รับปากว่าจะไม่ทำอีก แม่เฒ่าเจี่ยจะให้ลงโทษผู้ติดตาม ทุกคนจึงช่วยกันกล่อมแม่เฒ่าว่า
“เหล่าไท่ไท่อย่าได้โมโห เขารับปากแล้วว่าจะไม่ทำอีก ทั้งกลับมาแล้วไม่มีเรื่องอันใด ทุกคนทำใจให้สบายหาความสำราญกันเถิด”
แม่เฒ่าเจี่ยร้อนใจแต่แรก พอเห็นเป่าวี่กลับมาก็สบายใจ ไม่ติดใจเอาเรื่อง เอาแต่ถามเป่าวี่ว่ากินอะไรหรือยัง ตกใจหรือไม่ พวกสีเหยินก็คอยเฝ้าปรนนิบัติ ทุกคนจึงได้มีเวลาดูงิ้วได้อย่างสบายใจ
งิ้ววันนี้แสดงเรื่อง 《จิงไชจี้ 荆钗记 (บันทึกปิ่นไม้หนาม)》 มีทั้งทุกข์สุขรักชังเรียกทั้งน้ำตาและเสียงหัวเราะ
(จบบทที่สี่สิบสาม)
ตอนก่อนหน้า : ทุนจัดงานวันเกิด
ตอนถัดไป : พี่เฟิ่งจับชู้

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา