วันนี้ เวลา 06:00 • สิ่งแวดล้อม

‘เนเธอร์แลนด์’ พัฒนาโซลาร์เซลล์เพอร์รอฟสไกต์โค้งงอได้ ติดกับตัวบ้าน ไม่ทำลายทัศนียภาพ

สถาบัน TNO เนเธอร์แลนด์ พัฒนากระเบื้องหลังคาพลังงานแสงอาทิตย์เพอร์รอฟสไกต์แบบยืดหยุ่นสำเร็จเป็นครั้งแรกโลก โดยใช้โมดูลฟิล์มบางติดตั้งบนกระเบื้องโค้งมนได้โดยคงประสิทธิภาพสูง เตรียมผลิตในระดับอุตสาหกรรมภายในปี 2030 หวังสร้างพลังงานสะอาดที่กลมกลืนกับสถาปัตยกรรมและพึ่งพาตนเองได้ยั่งยืน
“กระเบื้องหลังคาพลังงานแสงอาทิตย์เพอร์รอฟสไกต์แบบยืดหยุ่น” ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการรวมพลังงานแสงอาทิตย์เข้ากับอาคารสิ่งก่อสร้าง เพราะช่วยให้สามารถผลิตไฟฟ้าที่ยั่งยืนได้มากขึ้น โดยไม่ต้องใช้พื้นที่เพิ่มเติมหรือรบกวนทัศนียภาพของโครงสร้างพื้นฐานเดิม
นวัตกรรมนี้เป็นผลการร่วมกันระหว่าง TNO และบริษัท ASAT B.V. ผู้เชี่ยวชาญด้านเซลล์แสงอาทิตย์แบบใช้กับอาคาร (BIPV) โดยนำเอาโมดูลแสงอาทิตย์ชนิดเพอร์รอฟสไกต์บนแผ่นฟอยล์ที่มีความยืดหยุ่นติดตั้งลงบนกระเบื้องหลังคาคอมโพสิตที่มีลักษณะโค้งมน ผลการทดสอบแสดงให้เห็นว่าการดัดโค้งตัวโมดูลให้เข้ากับรูปทรงของกระเบื้องมีผลกระทบต่อประสิทธิภาพการทำงานเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งถือเป็นความสำเร็จทางวิศวกรรมที่น่าทึ่ง
โมดูลเพอร์รอฟสไกต์สามารถทำความสามารถในการแปลงพลังงานได้สูงสุดถึง 13.8% และเมื่อนำไปติดตั้งบนกระเบื้องหลังคาที่มีความโค้ง ตัวโมดูลยังคงรักษาประสิทธิภาพไว้ได้สูงถึง 12.4% ตัวเลขนี้พิสูจน์ให้เห็นว่าวัสดุเพอร์รอฟสไกต์มีความเหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการใช้งานในรูปแบบที่ต้องปรับตัวตามรูปทรงของสถาปัตยกรรมที่หลากหลาย
ทีมงานกำลังผลักดันเทคโนโลยีนี้ไปสู่การผลิตแบบ Roll-to-Roll (R2R) อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งเป็นกระบวนการผลิตที่มีลักษณะคล้ายกับกระบวนการพิมพ์หนังสือพิมพ์ ช่วยให้สามารถผลิตโซลาร์เซลล์ได้อย่างต่อเนื่องบนม้วนวัสดุที่มีความยาวและยืดหยุ่น พร้อมต้นทุนการผลิตและสามารถผลิตเทคโนโลยีฟิล์มบางอย่างเพอร์รอฟสไกต์ได้ในปริมาณมาก
โรลันด์ วาลเคนบอร์ก ผู้จัดการโครงการอาวุโสของ TNO Solar กล่าวว่า “นวัตกรรมนี้ทำให้หลังคาและโครงสร้างพื้นฐานสามารถผลิตไฟฟ้าที่ยั่งยืนได้โดยไม่สูญเสียความสวยงามหรือการออกแบบไป” ซึ่งถือเป็นขั้นตอนที่สำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนาพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับสภาพแวดล้อมในเมือง ช่วยให้เจ้าของบ้านสามารถติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าที่กลมกลืนไปกับตัวบ้านได้อย่างไร้รอยต่อ
มาร์ติน ฟาน กรูยท์ฮุยเซน รองผู้ว่าราชการด้านเศรษฐกิจของจังหวัดนอร์ทบราแบนต์ ให้ความเห็นว่าความร่วมมือนี้ช่วยตอบโจทย์ความท้าทายทางสังคมทั้งในปัจจุบันและอนาคต เป้าหมายหลักคือการทำให้พลังงานแสงอาทิตย์มีประสิทธิภาพสูงขึ้น เข้าถึงได้ง่ายขึ้น และมีราคาที่จับต้องได้มากขึ้นสำหรับประชาชนทั่วไป ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาดอย่างยั่งยืน
โฆษณา