10 เม.ย. เวลา 01:39 • ปรัชญา
คนเรานั้น เป็นจิตน้อยๆ อาศัยอยู่กาย ที่มันก็ .กินแล้วโต ต้องอาศัยอาหาร มาเสริม กินเข้าไปแล้วก็มีการขับถ่ายกากออกไปกินไปถ่ายไปทุกวัน ก็แก่เจ็บตาย แล้ว. มันมีเรื่องราว ความอยาก ความทะเยอทะยาน ความโลภโกรธหลง แล้วแต่ละดวงจิต เกิดมา ก็มีเรื่องราว มุ่งมั่น อารมณ์อารมณ์นึกคิด ต่างๆ จิตที่อาศัยอยู่ในกายนั้น.มันไม่รู้จักอารมณ์นึกคิด .ที่พัดพา จูงจิต ดูดจิต ให้สั่งกายไปตาม อารมณ์นึกคิดคิดต่างๆ มีการ ใช้กาย ไปตาม อารมณ์นึกคิดที่ฃซ่อนเร้น ในกาย ทีสะสมมาเก็บไว้ที่ธาตุทั้งสี่ประกอบกาย .เป็นนิสัยในอดีตสะสมมา
1
สิ่งที่ดูด จิตไปตามอารมณ์นึกคิด นั่น เหมือนแรงแม่เหล็กแรงๆ ดูดจิต .บางที่ก็แสดงเป็นเหมือนหมอกควันดำ แสบร้อน ปกคลุมจิต .เสมือนว่า จิตนั้นที่เป็น ตัวเรา เข้าไปสูดดมควันดำที่เป็นพิษ จิตก็มึนเมาอ่อนเปลี้ย .ต้านทานอารมณ์ไม่ได้ .สิ่งนั้น ที่เค้าเรียกว่า อวิชชาปกคลุมจิต เราก็มองดู พวกสัตว์ .ที่หากิน .นั้น เค้าทำได้ ไปตามสัญชาตญาณ คนเราก็เป็นเยี่ยงนั้น
..ในจิตที่อาศัยรูปมนุษย์ รูปสัตว์ รูปคน ดีหน่อย ตรงที่ สามารถ พัฒนาสติปัญญา ให้สูงกว่าสัตว์ได้ แล้วสามารถอาศัยกายพ่อแม่เป็นมนุษย์ มาเรียนรู้ในสิ่งที่ว่า เป็นอวิชชาปกคลุมจิต สามารถที่จะ เอาสิ่งที่เป็นควันดำ นั้นออกไปจากกายที่เป็นกรรมมีแต่ควันดำ สีดำออกไปได้
1
โฆษณา