10 เม.ย. เวลา 03:58 • การศึกษา
ครูทางโลก เอาอารมณ์มาสอน .สังสอน เรียนรู้ จดจำ ไปทำมาหากิน มีอาชีพนั้นอาชีพนี้มากมาก ที่ต้องไปทำงานอยู่กับคน ช่วนกันเอาอารมณ์ ที่เป็นโคลนตม ช่วยกันสาด เข้าในสัน ด้วยอารมณ์ท่าทางต่างๆ เกิดมีความชอบไม่ชอบ โกรธเกลียด หักล้าง อาฆาต มีทิ้งต่างๆไม่ยอม กลัวเสียหน้า เสียผลประโยชน์ มีการแบ่งพัก แบ่งพวก แม้ในหมู่ที่ว่า ครูอาจารย์ ..ที่เค้าว่า โลกนี้ ให้แต่กรรม ให้ให้หลง อยากได้ ที่ตาสัมผัส หูได้ยิน เห็นเค้ามี ก็อยากมี อยากเป็นเหมือนเค้า ..เรียบแบบ ทำตามๆกันมา ตั้งงแร่เกิดลืมตา ขึ้นมา เริ่มต้นเรียนรู้ใหม่
เดี๋ยวว่าว จะมาเขียนต่อ ไปทำงานก่อนล่ะ เค้าเรียกว่า เอากายพ่อแม่ ไปทำมาหากิน ไม่ทำก็ไม่มีกิน ..มีเรื่องราวใช้อารมณ์ต่างๆ มากมาย .ที่เค้าว่า กายเคลื่อนที่ เคลื่อนไหว ขันธ์ห้าก็เปลี่ยนแปลงไปตามอารมณ์ .รู้ไม่เท่าทันอารมณ์ ยับยั้งอารมณ์นึกคิดที่เป็นตัวกรรมไม่ได้เลย ตั้งอต่เช้าจนจะหลับนอน อารมณ์ก็มาแกล้ง ให้จิตหลงใหล จมอยู่กับโคลนตม
มีเรื่องราว โรงเรียนชนบท พอพักเที่ยง กินข้าว. ก็มีแม่คนหนึ่ง เอาข้าวมาส่งให้ลูกชาย เรียนชั้นประถม . พอเด็กเห็นแม่ นั่งรอที่รถ มอเตอร์ไซค์ ก็วิ่งไปอม่ คว้ากล่องข้าว .บัญเอิญ ครูมาเจอพอดี ..ก็บอกเด็ เรียกเด็ก ..เฮ้ย .แม่ มึงมา เอาข้าวมาให้ ทำไมไม่ไหว้ ขอบคุณแม่มึง .หัดทำเสียหน่อย . ไอ้ห่า .สินแล้วไม่จำ .. เรื่องราวอย่างนี้ เราก็มาทบทวน เรื่องราวจิงการสอนเด็ก
เอ้า..คราวนี้ที่บ้าน ก็อยู่ใกล้โรงเรียน เดี๋ยวนี้ เครื่องเสียงมันดี มันก็มีเสียงดังมาให้ได้ยิน เราก็อุดหู ตัวเองไม่ได้ เพราะหูไม่ได้ตึง ..เสียงมันเล็ดลอดมาให้ได้ยิน ..แหม มีเสียงคุณครูท่านหนึ่ง อบรมนักเรียน .น้ำเสียง เสียดสีกระแทกทั้น ข่มขู่ มีให้เราได้ยิน .มันน้ำเสียง เหมือนผู้คุม นักโทษเรือนจำ
.แล้วจิตน้อยๆของเด็ก มันจะเป็นอย่างไรบ้าง ชอกช้ำมั้ยนะ นี่ขนาดเราเป็นผู้ใหญ เราก็ไม่ขอบในน้ำเสียงเช่นนั้น แล้วหากเค็กเค้าก็มีอารมณ์ไม่ขอบใจ น้ำเสียงของคุณ เกิดทิฐิ ต่อต้าน เค้าจะฟังคุณครูมั้ยหนอ ..ที่เค้าว่า มีแต่น้ำร้อน ลาดไปที่เด็ก เด็กนั้นจะเป็นอย่างไร คงคิดได้ ว่าเวลาถูกน้ำร้อน มันทุกข์ทรมาน ทำไมไม่เอาน้ำเย็นมาใช้ เป็นถึงคุณครู ที่เค้ายกย่องให้
.แหม..เราก็คิดไปโน้น ..สมัยเด็กๆ ครูคนนี้ .อบรม นักเรียนดี ..แหม.ครูอีกคน ไม่น่า เสียงไม่น่าฟัง ช่างหงุดหงิด . เวลามาสอนเด็กห้องท้าย เรียนก็ไม่เก่ง มีแต่อารมณ์ . บางที่บ่นไป เกือนหมดชั่วโมง ไม่รู้มาระบายอารมณ์หรือเปล่านี่
มีเรื่องราวเด็ก สองสามขวบ เราถามเค้าว่า โตขึ้น อยากเป็นอะไร ..เค้ามองหน้า ..ดูงง ..แล้วพูดว่า ก็เป็นคนนะซิ. เราก็คิดว่า แหม..เด็กไร้เดียงสานี่ มันตอบตรงดี อีกคนหนึ่ง มีน้องอายุสามสิบ .ผิวดำ ..ไปเจอเด็กน่ารัก ..ผิวขาว .ก็พูกหยอก ว่า ทำอย่างไรนะ จะได้ผิวแบบนี้บ้าง .
เด็ก ..ที่ไร้เดียงสาผิวขาว พูดว่า ..น้าต้องไปเกิดใหม่ ..เราอยู่ตรงนั้นพอดี ..ก็ได้แต่ขำ ..ในคำตอบของเด็กไร้เดียงสา
เรื่องราว ของครู เรื่องราว .ผอ..(ผัวแอ๋ว) ..บางที เวลาเราไปงานศพ เค้าเซิญ ตนใหญ่ตนโต ร่ำรวย ยศศักดิ์ ไปเป็นประทาน ..แหม ..นั่งใกล้โลงเข้าไปทุกทีเชียว นี่เค้าสอนเรื่องราวอะไร ..เค้าสอนให้ไปอยู่ใกล้โลง จะได้ปลงๆเสียบ้าง ไอ้ทีว่า กายนี้มันต้องตาย ปลงให้ได้ อาศัยกายนี้ ใช้อารมณ์นั่น รู้รอบรู้เี เก่งฉลาดสร้างกรรม แก่งแย่งชิงดีชิงเด่น ด้วยอารมณ์นึกคิดที่มันไม่มีตัว .ก็หลงใช้มันอยู่ได้ ยึดมันอยู่ได้
แล้วที่นอนในโลง มีอะไรเอาไปได้ บ้าง ..ส่วนมากพสกที่เค้าเจ้าไปใกล้ คิดไม่ได้ไม่เคยคิด คิดแต่ .ไอ้นี้อยากได้มาเป็นของกู แล้วที่สุด กู.ที่เป็นจิตนั้น ก็เอาไปไม่ได้ ที่เค้าว่า ไปเพียงจิต ของทุอย่างเป็นของโลกต้องทิ้งไไว้ในโลก แหม..แต่กายนี้ก็เอาไปไม่ได้เลย
เรื่องราวที่เหล่านี้ ..นั่นกเรื่องราวที่คนเราไม่รู้จักกรรม ไม่รู้จักอารมณ์กรรม มันปลงไม่ได้ คำว่า ปลงนั้น หมายถึง ทำความเข้าใจให้ดี ในชีวิต ที่ได้กายมา ..ใช้กายให้เป็นประโยชน์ หรือ ใช้กายนี้สร้างกรรมให้แก่จิต เมื่อต้องจากกายนี้ไป
คราวนี้ เมื่อเราเป็นผู้ที่ประพฤติปฏิบัติธรรม การประพฤติปฏิบัติธรรม นั่นเราต้อวแยกให้ออก ..นี่เวลาที่เราอยู่อารมณ์ นึกคิด ใช้กายไปทำมาหากิน มันก็ไม่เรื่องราวที่ต้องคิด บางที่ เอ้า .มีเรื่องราวไปนั่งในวงเหล้า
เรากิมีเรื่องราวเสียงกระแนะกระแหน เสียดสี่ .ได้ยินคำพูดถากถาง .ไหนว่า ปฏิบัติธรรม .เมื่อแหม.ทำตัวเสมือนเป็นคนดี . เรื่องสาระพัดที่จะจับผิดติเตียน .ไม่รู้ว่า อิจฉาหรือเปล่าเนี่ย . ก็เวลานี้ มันเปเวลาทำมาหากิน เหมือนอยู่ในเล้าเป็ดไก่ เราก็บอกว่า ตอนเป็นเวลาทำมาหากิน มีอารมณ์นึกคิด เปเวลาที่ใช้อารมณ์ .
แล้วเมื่อเรา เข้าไปนั่งหน้าพระ เอากายพ่อแม่ให้มา เราก็ไปนอบน้อมกราบพระ สวดมนต์ ประพฤติปฏิบัติธรรม ตาทเวลาที่เรากำหนด กายวาจาใจจองเราเวลานั้น ไม่มีอารมณ์นึกคิด ไม่ได้ไปใข้วาจาติเตียนใคร ไม่ได้ไปนั่งกินเหล้า กินกับแกล้มหน้าพระ เวลานั้น เป็นเวลาที่เราสร้างบุญกุศลให่จิตของตัวเอง
มันเป็นเรื่องเฉพาะตน เรื่องของจิตเราเอง เวลานั่งสวดมนต์ภาวนาเราก็ทำของเราคนเดียว ภาวนาคนเดียว .ก็เหมือนกายนี้ ไปนอนในโลง นั่งนิ่ง จิตเฉย ไม่นึกคิดอะไรเลย ภาวนา แค่สองคำ พุทโธ มีสติปัญญา ขันติ อยู่ที่ลมหายใจ หายเข้า ไม่ออกก็ตาย หายใจออกไม้เข้าก็ตาย หากว่ากายมีนตาย จิตเราก็ไปกับพระ .ที่ภาวนาพุทโธ
โฆษณา