10 เม.ย. เวลา 10:14 • การเมือง

ภาพใหญ่การเมือง เซนเซอร์ตัวเอง

ในวันที่เพดานการเมืองไทยถูกกดลงต่ำด้วย “นิติสงคราม” ที่มาพร้อมการตีความ “จริยธรรม” อย่างไร้ขอบเขต กลายเป็นเครื่องมือจัดการ สส. อย่างเบ็ดเสร็จ
“อ.ป๊อก” ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า หลังประกาศไร้พันธะผูกพันกับพรรคประชาชน (พรรคส้ม) ขอออกมาเป็นนักวิจารณ์ แสดงความคิดเห็นไปเรื่อยเปื่อย ส่วนจะทำหรือไม่ทำ เป็นการตัดสินใจของเขาเอง
คดี 44 สส.พรรคส้ม ภาพใหญ่ผลกระทบทางการเมือง คือ...
นิติสงคราม "สั่งสอน" - ถ้าไม่อยากโดน ก็อย่าทำ
นิติสงคราม "ตัดกำลัง" - รุ่นใหม่เริ่มเซนเซอร์ตัวเอง เดี๋ยวโดนตัดสิทธิ์เหมือนรุ่นพี่
นิติสงคราม "ล้อมคอก" - ไม่มีสส.ชุดไหน กล้าเสนอกฎหมายที่เกี่ยวกับสถาบัน
พูดตรงไปตรงมา ต่อให้เสนอแก้ 112 เข้าไป เชื่อไม่มีทางผ่านในโครงสร้างปัจจุบัน ติดทั้งเสียงในสภา วุฒิสภา และช่องทางร้องศาล ทุกอย่างมีกลไกถ่วงดุล
แต่กลัวกันไปก่อน...เหมือน “โก่งคันไม้ โดยที่ยังไม่เห็นกระรอก”
ปัญหาเชิงระบบ เมื่อไก่ในเข่งตีกัน
กลับมาไล่เรียงเชิงระบบ ในคดีฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรง
สืบทอดจาก รธน.40 และรธน.50
คดีทางการเมือง -> วุฒิสภาถอดถอน
ส่วนคดีอาญา -> ศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
แต่ รธน.60
ช่องถอดถอนออกจากตำแหน่ง เปลี่ยนให้เป็นเรื่อง “จริยธรรม” ให้ศาลรัฐธรรมนูญ องค์กรอิสระกำหนดมาตรฐาน และศาลฎีกาตัดสิน
ปัญหาจึงอยู่ที่ “มาตรฐานจริยธรรม”
- ศาล เป็นตุลาการจะมากำหนดมาตรฐานจริยธรรมให้นักการเมืองได้อย่างไร ควรให้แต่ละองค์กรกำหนดมาตรฐานเอง จัดการกันเอง
- จริยธรรมไม่ใช่กฎหมาย มีองค์ประกอบชัดเหมือนคดีอาญาและคดีแพ่ง
- เรื่องเดียว มี 2 ศาล ถ้าศาลรัฐธรรมนูญกับศาลฎีกาตัดสินไม่เหมือนกัน แล้วมาตรฐานจริยธรรมอยู่ตรงไหน
- เนื้อหาไม่ชัด คำว่าฝ่าฝืน “อย่างร้ายแรง” ขอบเขตอยู่ตรงไหน
- เวลาไม่ชัด เอาเรื่องในอดีตมาตัดสิทธิ์นักการเมืองได้
- โทษรุนแรง ถึงขั้นประหารชีวิตทางการเมือง
- กรรมเดียว แต่หลายสถาน ถูกไล่ร้องต่อได้อีก
ทั้งหมดเป็นปัญหาเชิงระบบ ที่ควรเอาเรื่องนี้ออกไป ต่อให้ไม่ใช่ 44 สส.พรรคส้ม ใครโดนก็มีปัญหา
ถ้ากลไกนี้ยังเดินต่อ อนาคตนักการเมืองจะเหลือ 2 แบบ คือพวกทำงานรูทีนตามระบบไปวัน ๆ กับพวกสวามิภักดิ์ เลือกอยู่ฝั่งที่ปลอดภัย
แล้วนักการเมืองต้องมีมาตรฐานจริยธรรมหรือไม่ !?
ต้องมี แต่ควรมีกลไกตรวจสอบที่ชัดเจน และไม่ถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง จนไม่เกิดการแข่งขันกันเชิงนโยบาย แล้วกลายสภาพเป็น “ไก่ในเข่งตีกัน” ใครแพ้ก็ไปร้อง
เข้มมุ่งให้ชัด แล้วพุ่งให้เต็มเหนี่ยว
สิ่งที่พูดมาทั้งหมด กลับมาสู่โจทย์เดียว คือพรรคประชาชน ต้องไปคุยกันทั้งองคาพยพให้ชัดว่าจะเอา “เข็มมุ่งแบบไหน” ไม่เช่นนั้นเส้นมันพร่าเลือน
เข็มมุ่งแบบต้องเป็นรัฐบาล...
วันข้างหน้าไม่ว่าจะเป็นที่ 1 หรือไม่ ต้องเข้าไปมีอำนาจรัฐ เพื่อสร้างผลงานและต่อยอด ดังนั้นต้องแสวงการเป็นรัฐบาล
เข็มมุ่งแบบยืนทวนกระแส...
อดเปรี้ยวไว้กินหวาน เชื่อว่าระบบรัฐบาลจำเป็นต้องมีพรรคแบบนี้ ยืนทัดทานระบบอำนาจ อดทนรอให้ประชาชนค่อย ๆ เปลี่ยน แล้ววันหนึ่งโอกาสจะมาถึง ดังนั้นทิศทางการเดินต้องเข้มข้นขึ้น
วันนี้...
ฝั่งอนุรักษ์นิยม “ได้อำนาจรัฐ แต่ไม่ได้ใจคน”
ฝั่งพรรคส้ม “ได้ใจคน แต่ไม่ได้อำนาจรัฐ” พร้อมกับ
คำถามเดิม ถ้าพลาดที่1 ส้มจะร่วมกับใคร?
การบริหารจัดการ ต้องมีทั้ง “อำนาจรัฐ + ครองใจคน” การเมืองในสภามันก็ส่วนหนึ่ง แต่ในภาคประชาชนและจิตใจของคนก็ส่วนหนึ่ง ใครได้ครบก่อน คนนั้นได้เปรียบ
ผลงานสภาครั้งนี้ พรรคส้มอย่าลืม !!
เจอตัวเปรียบ + ตัวป่วน...
หันหน้าชัดกับนายกฯ - หันหลังเจอคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ดรีมทีมพรรคประชาธิปัตย์ – ขนาบด้วยพรรคเล็กคอยตอด
งานสภาไม่ใหม่ ไม่เซ็กซี่แล้ว...
ทุกพรรคชูคนรุ่นใหม่ - เสนอสิ่งใหม่ – ข้อมูล สไลด์ การอภิปราย มาทรงเดียวกันหมด ดังนั้นต้องหาความแตกต่าง อาจ “รุก” เสนอแนะทางการเมือง และสาธารณชนเข้มข้นขึ้น พรรคอื่นแค่เสนอ แต่ต้องอธิบายให้คนเข้าใจ รวมถึงคดี 44 สส. ถึงจะโดน ก็ต้องให้อธิบายให้คนเข้าใจ เห็นถึงผลกระทบ
สร้างกระแสภาพใหญ่ “ปู” รอสมัยหน้า...
แม้หมกมุ่นกับการแก้เรื่องหาผู้สมัครเขต และป้องกันการโกงอยู่ แต่สุดท้ายคะแนนมาจาก “กระแสใหญ่” ถ้าไม่มีกระแสใหญ่ ไม่มีวันดึงคะแนนให้ผู้สมัครได้หรอก
สิ่งที่พูดมาทั้งหมด...
พรรคส้มจะเลือกทางไหน ก็เคารพการตัดสินใจ และเอาใจช่วย สถานการณ์ครั้งนี้ว่าหนักแล้ว แต่รอบหน้าจะหนักกว่านี้แน่
ถึงเวลาต้องคิดให้ชัดแล้วว่า...เข็มจะมุ่งไปทางไหน? --//--
.
#บูรพาแมวเหมียว
10 เม.ย. 69
#WhoChillDay
#การเมืองหัวไม่ร้อน
#ปิยบุตรแสงกนกกุล
#พรรคประชาชน
#รัฐบาลอนุทิน2569

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา