Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ดร. ธีร์รัฐ บุนนาค
•
ติดตาม
10 เม.ย. เวลา 12:15 • การศึกษา
“ดูหมิ่นซึ่งหน้า.. ตามพระไตรปิฏก..”
ดูหมิ่นผู้อื่นซึ่งหน้า หรือด้วยการโฆษณา เช่น โพสต์ข้อความสาธารณะ.. เป็นความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 393..
มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท.. เป็นความผิดลหุโทษ..
ลหุโทษ เป็นความผิดไม่ร้ายแรง.. แม้จะยอมความไม่ได้ แต่ก็จบลงได้ถ้ายินยอมเสียค่าปรับในชั้นโรงพัก..
ดูหมิ่น คือ การกล่าวคำหยาบคาย คำด้อยค่า เพื่อทำร้ายจิตใจผู้อื่น ให้เจ็บใจ เสียใจ..
โดยทฤษฎีแล้ว การด่านิติบุคคล หรือหน่วยงาน จึงไม่น่าเป็นความผิด เพราะสิ่งเหล่านั้น ไม่รู้สึกเจ็บใจ....
นอกจากนี้ ความผิดฐานดูหมิ่น ยังไม่มีข้อยกเว้นความผิด.. ต่างจากความผิดฐานหมิ่นประมาท ตามมาตรา 326 ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ใช่คำหยาบ แต่เป็นการพูดนินทา ใส่ร้าย ทำให้คนอื่นเสียชื่อเสียง..
หมิ่นประมาทนั้น มีข้อยกเว้นความผิดว่า ถ้าเป็นเรื่องจริง และทำเพื่อประโยชน์ของชาติบ้านเมือง.. ก็ไม่ผิด..
โดยทั่วไป คำหยาบมาจาก กิเลส คือ โทสะในใจก็มี.. เช่น เพราะไม่พอใจ..
หรืออาจจะมาจากความเคยชินก็มี เช่น คำพูดระหว่างคนสนิท หรือผู้ใหญ่ในสมัยก่อน..
แต่ตามมารยาทสังคมแล้ว คำหยาบไม่ควรปรากฎในที่สาธารณะ.. ตามสื่อต่างๆ.. หรือกับคนที่ไม่สนิทกัน.. เพราะผู้พูดจะกลายเป็นคนไร้มารยาท เป็นตัวอย่างไม่ดีทางสังคม หรืออาจถือว่าทำผิดกฎหมายได้..
เคยมีกระแสสังคม กล่าวหาฆราวาสบรรยายธรรม ที่ใช้คำหยาบ.. ภิกษุสงฆ์หรือพระเกจิผู้ปฏิบัติดีที่พูดคำหยาบว่า.. ไม่เหมาะสมบ้าง.. ว่าผิดศีล 5 บ้าง.. ว่าผิดพระวินัยบ้าง..
แม้แต่ทางสื่อโซเชี่ยลเอง ก็ใช้คำหยาบ เช่น ผู้สื่อข่าวที่อ่านข่าวเล่าข่าวบางช่อง.. เนตไอดอล.. พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์.. บทบรรยาย บทพากษ์ไทยของภาพยนต์ต่างประเทศ.. บทพูดในภาพยนต์ไทยหลายเรื่อง..
โพสต์นี้ จะมาเล่าว่า มีพระวินัยห้ามพูดหยาบ หรือคำด่ามั้ย.. มีข้อยกเว้นความผิดมั้ย..
ในพระไตรปิฏก หมวดพระวินัย มีกล่าวเรื่องอาบัติ ปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ 2 เรื่องภิกษุด่าคำหยาบว่า..
ครั้งหนึ่ง ภิกษุกลุ่มหนึ่ง ด่าว่าภิกษุอื่นด้วยคำด่า คำหยาบคาย..
พระพุทธเจ้า เรียกมาตำหนิ.. แล้วบัญญัติพระวินัยว่า..
“ภิกษุ ด่าภิกษุอื่นด้วยคำหยาบ ต้องอาบัติปาจิตตีย์..
ถ้าพูดล้อเลียนภิกษุหรือชาวบ้าน เป็นอาบัติ ทุพภาสิต..
ถ้าด่ากระทบชาวบ้าน เป็นอาบัติทุกกฏ..“
คำหยาบ หมายถึง โอมสวาท คือ คำพูดที่ด่า โดยอ้างความต่ำ ความเลว.. ความดี ความสูง.. ของชาติกำเนิด ชื่อ สกุล การงาน ความป่วย ผิวพรรณ ศิลปะ กิเลส และอาบัติ..
ภาษากฎหมาย อาจเรียกว่า ดูถูก ดูหมิ่น ใส่ร้าย ด้อยค่า เหยียดหยาม..
มีข้อยกเว้นว่า ไม่อาบัติ ดังนี้..
1) พูดเน้นให้เกิดประโยชน์แก่ผู้ฟัง..
2) พูดเน้นความถูกต้องตามธรรม..
3) พูดเพื่ออบรมสั่งสอน..
4) ภิกษุพูดขณะวิกลจริต..
5) ภิกษุพูดเพราะจิตฟุ้งซ่าน..
6) ภิกษุพูดเพราะเกิดเวทนามาก..
7) ภิกษุผู้เป็นต้นเรื่องพระวินัยนี้..
ถ้าปรับในแง่กฎหมาย ความผิดฐานดูหมิ่น ก็คือ ไม่ผิด เพราะขาดเจตนานั่นเอง..
มีตัวอย่างคำพิพากษาฎีกามากมาย ทั้งความผิดฐานดูหมิ่น และฐานหมิ่นประมาทที่วินิจฉัยทำนองว่า..
แม้จะเป็นถ้อยคำไม่สุภาพ.. แม้จะทำให้ผู้เสียหายไม่พอใจ.. แม้เป็นคำพูดที่ไม่เหมาะสมบ้าง..
แต่ก็ไม่ถึงขนาดว่ามีเจตนาใส่ความ หรือดูหมิ่น หรือทำให้ผู้อื่นเสียชื่อเสียง..
ส่วนใหญ่ เป็นคดีที่ศาลมองว่า เขาพูดเพราะมีเหตุผลบางประการ.. ไม่ใช่เจตนาร้าย.. กรณีเหล่านี้ จึงไม่มีความผิด..
ต่อไป หากเราพบเจอ ได้ยินคำหยาบ.. กรณีใด คำพูดของใครขะเหมาะสม ไม่ผิด.. หรือคำพูดของใครจะผิด ไม่เหมาะสม..
วิธีแยกแยะ ดูอย่างไร..
หวังว่า ข้อมูลเหล่านี้ จะเป็นหลักให้เราใช้ตอบข้อสงสัย ข้อวิพากษ์วิจารณ์ เรื่องการใช้คำหยาบของสื่อ.. ของคนดังทางสังคม.. และของพระภิกษุสงฆ์บางองค์บางรูปได้นะครับ..
ความรู้
สังคม
พุทธศาสนา
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย