วันนี้ เวลา 04:00 • นิยาย เรื่องสั้น

เสียงตะลุมบอนผสมเสียงปืนดังลั่นทุ่ง

เฮ้ย ควายอยู่ครบหรือเปล่าวะ?
ครบครับพี่
เออ ดี ไอ้คบ ทางนั้นเป็นไงวะ?
ผู้ใหญ่คบกับลูกบ้านจับตัวโจรปล้นควายมัดไว้ได้หลายคน
แต่ยังไม่ทันจะเอ่ยปาก เสียงอ่วมก็ดังขึ้น
ฉิบหายแล้วพี่ มันหนีไปทางฟากขะโน้นคนหนึ่ง
ห่าเอ๊ย นั่นมันบ้านคุณจำเนียรนี่หว่า
ชานสบถดังลั่น
ไอ้คบ ไอ้อ่วม ตามข้ามาเร็ว
พวกมึงต้อนควายกลับก่อน อีก5คนเฝ้าพวกมันไว้ ถ้ามันหนีก็เป่าทิ้ง เดี๋ยวกูจะไปบอกนายอำเภอเองว่าพวกมันขัดขืน
ผู้ใหญ่คบพูดทิ้งท้ายก่อนวิ่งตามไปสมทบกับชานและอ่วม
...
ลมพัดแรงคล้ายจะมีพายุ
เสียงหมาที่เคยหอนกลับเงียบกริบ
มีแต่เสียงฝีเท้าของทั้งสามวิ่งไล่ตามโจรไป
ทั้งสามไบ่ตามโจรไปอย่างกระชั้นชิด แต่ด้วยความมืดจึงคลาดกันหลายหน
เสียงปืนดังลั่นพร้อมเสียงร้องของคน
ทั้งสามวิ่งไปตามเสียงทันที
...
ภาพที่เห็นตรงหน้าคือโจรนอนบาดเจ็บร้องครางโอดโอย
ทั้งสามรีบยกมือไหว้เจ้าของพื้นที่
ยังไม่ตายนะผู้ใหญ่ เจิดยิงที่ขา
เป็นเสียงทรงอำนาจของคุณจำเนียรเอ่ยขึ้น ด้านข้างมีเจิดถือปืนยืนคุมเชิงอยู่
ผู้ใหญ่คบบุ้ยบ้ายให้ชานกับอ่วมไปดูโจรที่นอนอยู่
พวกผมต้องขอโทษคุณท่านกับคุณจำเนียรด้วยครับที่เกิดเรื่องวุ่นวายที่นี่
ไม่เป็นไร ฉันแค่ไม่อยากให้เสียงเอะอะรบกวนคุณท่านมากกว่า อ้อ แล้วถ้าต้องให้ไปเป็นพยานก็บอกมานะผู้ใหญ่
ครับคุณจำเนียร ยังไงผมขอพาพวกมันไปก่อน ต้องไปรายงานที่อำเภอครับ
คุณจำเนียรพยักหน้ารับ
แล้วทั้งสามจึงล่าถอยออกมา
...
ลมสงบ
เสียงหมาหอนรับกันเป็นทอดๆ
ต้นมะพร้าวกับต้นตาลหยุดไหวเอนตามแรงลม
ชาวบ้านเขาลือกันว่ามีเปรตออกมาอาละวาดครับ
เขาน่ะใครวะไอ้ป๋อง?
พี่จอนครับลุงกำนัน แกว่าคืนนั้นแกไปหาปลาแถวทุ่งพร้าวทุ่งตาลแล้วเจอครับ
เฮ้อ แถวนั้นมะพร้าวกับต้นตาลมันเยอะ ข้าว่าไอ้จอนมันตาฝาดมากกว่า ยิ่งกลางคืนมืดๆดูออกกันที่ไหนวะ
แต่แกว่าแกเห็นชัดๆเลยครับลุงกำนัน
ข้าอยู่ที่นี่มาตั้งแต่พวกเอ็งกับพวกมันยังไม่เกิด ยังไม่เคยเห็นเปรตเลยสักที
อ้าว ไม่เห็นก็ไม่ใช่ว่าไม่มีนะครับลุงกำนัน
กำนันยกมะเหงกให้ไอ้ป๋องไอ้บอย เล่นเอาพวกมันหลบแทบไม่ทัน
คุณครูสอนว่าเปรตมันตัวสูงๆ มือใหญ่เท่าใบตาลเพราะตีพ่อแม่จริงไหมครับหลวงปู่?
ไอ้บอย เอ็งลืมรึเปล่าว่าเปรตมันปากเท่ารูเข็ม ร้องได้แต่เสียงกรี๊ดๆ
เออๆ นั่นล่ะ แล้วมันมีจริงไหมครับหลวงปู่?
มันไม่มีจริงหรอกครับน้องบอยน้องป๋อง พี่หมอรับรอง
เป็นเสียงหมอเต้อแทรกขัดจังหวะหลวงปู่พอดี
พี่หมอเคยไปที่นั่นแล้ว ทั้งบ้านทั้งสวน ไม่เจออะไรเลย อีกอย่างแถวนั้นมันรกมาก ไม่รู้ว่ามีงูมีอะไรเยอะหรือเปล่า แต่แน่ใจเถอะว่าผีหรือเปรตน่ะไม่มีแน่นอน พี่หมอยืนยันได้เพราะพี่หมอเอาเครื่องมือเข้าไปตรวจเองด้วย
แหม หมอ พูดอย่างนี้ค่อยรื่นหูหน่อย ผมเห็นด้วยกับหมอจริงๆนะเที่ยวนี้ เห็นไหมล่ะพวกเอ็ง คุณหมอเอาเครื่องมือไปตรวจเองเลยนะเว้ย ยังไม่เจออะไรเลย
กำนันพูดยิ้มๆ
แต่พี่จอนบอกว่า...
ข้าก็บอกเอ็งนี่ไงว่ามันตาฝาดแหงๆ เห็นต้นมะพร้าวต้นตาลถูกลมพัดตอนกลางคืนก็ว่าเป็นเปรตเดินไปมา คุณหมอเองก็ยืนยันว่าไม่มี แล้วพวกเอ็งจะเอาอะไรอีกวะ?
กำนันคบพูดตัดบทด้วยการถามกลับ ทำเอาไอ้บอยไอ้ป๋องเงียบไป
เอาเถอะวะพวกเอ็ง คุณครูเขาก็สอนไปตามตำรานั่นล่ะ พวกเอ็งก็อ่านเอาไว้ใช้สอบก็แล้วกัน
หลวงปู่ชานพูดยิ้มๆ
ครับหลวงปู่
...
เอ็งจะเอาไงวะ
คืนนี้เลยว่ะ เราต้องพิสูจน์ให้ได้ว่ามันมีจริง
เฮ้ย เอางั้น?
เออสิวะ รึเอ็งป๊อดวะไอ้ป๋อง
แหม มึงพูดแบบนี้ก็เกินไป
งั้นคืนนี้เราจะข้ามไปที่ทุ่งพร้าวทุ่งตาลกัน อย่ามาสายล่ะมึง
เออ มึงก็อย่าช้าล่ะ
ไอ้บอยกับไอ้ป๋องจับมือกระชับมั่น
คำไหนคำนั้น
ท่าทางฝนจะตกหนักนะครับหลวงพี่ แต่ก็ดีเหมือนกัน จะได้ไถหว่านกันซะที
กำนันคบมองเมฆดำครึ้มฝนใกล้ตก
สักพักฝนก็เริ่มตกลงมาดังว่า
...
มาลีกับหมอเต้อวิ่งฝ่าฝนเข้ามาในศาลา
อ้าว มาลี ดึกป่านนี้มาตามไอ้บอยกลับรึไงวะ?
เจ้าค่ะหลวงปู่ แม่ให้มาตามเจ้าค่ะ เห็นว่าฝนตกหนักแล้ว
เออ เดี๋ยวเอ็งไปตามไอ้บอยมาที สงสัยจะอยู่กับไอ้ป๋องที่ท้ายวัดน่ะ
ครับหลวงปู่
...
หลวงปู่ครับ ไอ้บอยไอ้ป๋องไม่อยู่ด้วยกันทั้งคู่ครับ ไม่รู้ว่าไปไหน
อ้าว อะไรกันวะ ป่านนี้แล้วพวกมันจะไปไหนกันอีกล่ะเนี่ย
กำนันเอ่ยขึ้นอย่างขัดใจ
ลองโทรตามรึยังล่ะมาลี หมอเต้อพูดขึ้น
มันไม่รับค่ะพี่หมอ แต่มาลีว่าจะลองโทรอีกที
มาลีเงียบไปพักหนึ่ง
มันไม่รับค่ะทุกคน เอาไงดีคะ?
ทุกคนนั่งนิ่งไปพักใหญ่ท่ามกลางฝนที่ตกหนัก
หรือว่า...
ว่าไงคะพี่หมอ?
เมื่อตอนเย็นๆพวกเรานั่งคุยกันเรื่องที่จอนเห็นเปรตที่ทุ่งพร้าวทุ่งตาล พวกเราว่าไม่มีเปรต แต่เหมือนทั้ง2คนจะไม่เชื่อ
เป็นไปได้นะหมอ งั้นผมว่าเรารีบตามไปที่นั่นเถอะ
กำนันกับหมอลุกขึ้นแล้วเตรียมตัวไป
เดี๋ยวค่ะ มาลีไปด้วย
งั้นก็รีบเถอะ ป่านนี้พวกมันน่าจะใกล้ถึงทุ่งแล้ว ไป ไปรถข้าก็แล้วกัน
...
เสียงฟ้าร้องกับฟ้าผ่าดังขึ้นเป็นระยะ
แสงวาบทำเอาสว่างขึ้นทันตา
ทุกคนในรถนิ่งเงียบ
สีหน้าวิตกกังวล
แม้แต่หมอเต้อก็ไม่เว้น
อีกนานไหมครับพ่อกำนัน?
อีกสักพักน่ะหมอ พ้นโกดังเก็บโลงไปก็เข้าเขตทุ่งพร้าวทุ่งตาลแล้วล่ะ
มาลีทำหน้าเหมือนจะร้องไห้
เถอะวะอีมาลี พวกมันไปกัน2คน น่าจะช่วยอะไรกันได้ ไอ้ป๋องนี่ก็น่าจะดึงไอ้บอยไว้ได้บ้าง เฮ้อ นี่ไอ้อ่วมก็ไม่อยู่ ไม่งั้นยังพอรั้งพวกมันไว้ได้บ้าง
นั่นสิมาลี
แต่มาลีไม่คิดอย่างนั้นนะ ยิ่งไปกัน2คนอาจจะทำอะไรห่ามๆมากกว่าเดิมอีก คุณพระคุณเจ้าเจ้าคะ ได้โปรดช่วยให้พวกเราเจอตัวไอ้บอยกับไอ้ป๋องเถิดเจ้าค่ะ
มาลีพนมมือยกขึ้นเหนือหัว
...
ฝนยังคงตกอย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย
เสียงฟ้าครั่นครืนดูน่ากลัว
เฮ้อ อะไรวะ ฝนดันมาตกซะงั้น
นั่นสิวะ อย่างนี้เราจะรอดูเปรตไหวเหรอวะ
ก็มาแล้วจะถอยกลับได้ยังไง
ฝนแม่งตกหนักเกินว่ะ ดีนะที่เราเดินผ่านทางน้ำมาได้
ข้าไม่เคยเห็นทางน้ำนี้เลยว่ะ
นั่นดิ เฮ้อ ชักเหนื่อยแล้วล่ะมึง
งั้นกูว่าเราไปหลบฝนที่บ้านตรงนั้นดีกว่า
เออ ดีเหมือนกัน
...
เสียงฟ้าร้องยังดังไปทั่ว
มีฟ้าผ่าลงมาบ้างเป็นระยะ
ลมพัดแรงทำเอาต้นไม้โอนเอนไปมาดูน่ากลัว
...
พ่อกำนันคะ ทางน้ำข้างหน้านี่มันมาจากไหนคะ?
นั่นสิครับ ผมว่าผมไม่เคยเห็นนะ
กำนันค่อยๆขับรถของแกลุยไปอย่างช้าๆแต่ชำนาญ
ที่แถวนี้มันแปลก ถ้าฝนตกหนักมากๆเกินสักชั่วโมงสองชั่วโมงไอ้ทางน้ำที่ว่าก็จะโผล่มาให้เห็น ดีที่เรายังมาเร็ว ไม่งั้นเผลอๆรถจะติดหล่มเลนเอา
แล้ว...
ข้าว่าพวกมัน2คนน่าจะข้ามไปก่อนที่น้ำจะขึ้น แต่คงติดฝนอยู่แถวนี้ล่ะ
กำนันค่อยๆขับรถลุยไปเรื่อยๆเหมือนใจเย็นแต่ที่จริงร้อนเป็นไฟ
ถึงอยากจะรีบแต่ถ้าเราติดหล่มคงช่วยพวกมันไม่ได้เหมือนกัน
กำนันพึมพัมออกมา
...
ทั้งหมดนั่งนิ่งเงียบ
ได้แต่ภาวนาให้ทั้ง2คนปลอดภัย
กูหนาวว่ะ
เออ กูก็เหมือนกัน
รู้งี้นอนอยู่กับบ้านดีกว่า
นั่นดิ ป่านนี้หลวงปู่คงเรียกหาแล้วมั้ง
เออ แม่กูกับพี่มาลีด้วย ฉิบหายสิ ป่านนี้คงตามหากูให้ควั่ก กลับบ้านมีหวัง...
กูก็ด้วย ไม้เรียวหลวงปู่นี่...
ทั้ง2คนนั่งปรับทุกข์กัน
...
เอาล่ะ อีกนิดเดียวนะทุกคน จะพ้นแล้ว
ไม่กี่อึดใจรถของกำนันก็พ้นทางน้ำที่ว่าจนได้
แล้วเด็กๆล่ะคะพ่อกำนัน?
ข้าว่าน่าจะไปหลบฝนที่บ้านเก่าของคุณท่านกับคุณจำเนียรนี่ล่ะ ไม่ไกลแล้ว อีกแป๊บเดียว
กำนันพูดอย่างมั่นใจ
...
โอ้ยพี่ เบาๆหน่อยสิ ผมเจ็บนะ
โห ลุงกำนันครับ ผมก็เจ็บครับ
เด็ก2คนโวยวายลั่น
...
มาลีตีไอ้บอยจนเจ็บมือแล้วร้องไห้
ถ้าเอ็งเป็นอะไรไป พ่อแม่กับพี่จะเป็นยังไง คิดบ้างหรือเปล่าหา
ผมขอโทษครับพี่ ต่อไปจะไม่ทำอีกแล้ว
ผมก็เหมือนกันครับ ไม่เอาอีกแล้ว
เออ ถ้ายังมีหนหน้าอีกล่ะก็...
กำนันพูดสำทับ
พวกผมไม่ทำอีกแล้วครับ เข็ดแล้วครับ
ให้มันแน่เถอะครับ พี่หมอเห็นมาเยอะ ตอนไม่สบายก็บอกเข็ดแล้วไม่เอาแล้ว พอหายก็เหมือนเดิม
พวกผมให้คำมั่น ด้วยเกียรติของลูกเสือครับ
ทั้งคู่พูดพร้อมกัน
เหล่าผู้ใหญ่หัวเราะอย่างเอ็นดูปนโล่งใจ
แล้วเราจะขับกลับออกไปยังไงครับพ่อกำนัน ป่านนี้น้ำน่าจะขึ้นสูงมากแล้ว
จริงๆก็ขับออกไปอีกทางก็ได้ แต่มันเปลี่ยวกับไกลหน่อยเท่านั้นเอง
งั้นผมว่าเรากลับกันเลยดีกว่าครับพ่อกำนัน
แต่คงต้องรอให้ฝนซากว่านี้ล่ะหมอ ไปตอนนี้ผมก็ไม่ไหวเหมือนกัน สายตาไม่ดีเหมือนก่อน
งั้นดีเลยครับพ่อกำนัน อย่าลืมไปตรวจตาที่โรงพยาบาลนะครับ เดี๋ยวผมให้แผนกตาทำนัดไว้ให้เลย
เออๆ ขอบใจมากนะหมอ
...
กองไฟเล็กๆถูกจุดขึ้นมาพอให้ความอบอุ่นได้บ้าง
หมอเต้อนั่งเช็ดแว่นที่ขึ้นฝ้าอยู่เป็นระยะ
ดีนะที่ในบ้านยังมีพวกเศษไม้อะไรบ้างเลยยังพอก่อไฟได้บ้าง
เฮ้อ ไอ้ฝ้าบ้านี่ก็ขึ้นเอาขึ้นเอา ฝนนะฝน
หมอเต้อพูดอย่างหงุดหงิด
แล้วที่แถวนี้มันที่ของคุณจำเนียรหมดเลยหรือคะพ่อกำนัน
กำนันคบพยักหน้ารับ
ทั้งหมด...?
เออ ไอ้ทุ่งพร้าวทุ่งตาลนั่นก็ด้วย
ทุกคนอ้าปากค้าง
โห มากมายขนาดนี้...
แล้วไหงกลายเป็นรกร้างแบบนี้ได้ล่ะครับ
กำนันถอนหายใจยาว
...
เมื่อก่อนคุณท่านกับคุณจำเนียรมาบุกเบิกทำสวนมะพร้าวกับสวนตาลที่นี่ แต่พอกำลังจะได้ผลคุณท่านก็มาเสียไปก่อน คุณจำเนียรเลยตรอมใจแล้วก็เสียตามไปในเวลาไม่นาน
ส่วนที่แถบนี้เห็นว่าลูกหลานท่านไม่สนใจเพราะบ้านเรามันไกลไป ทางอำเภอส่งเรื่องให้มาติดต่อเสียภาษีก็ไม่มีอะไรคืบหน้า ข้าทำได้แค่กันพวกชาวบ้านไม่ให้มายึดที่ที่นี่ ไม่งั้นจะเป็นเรื่องเอา
คุณท่านกับคุณจำเนียรแกเป็นคนดี แกช่วยออกทุนทำประโยชน์ให้กับบ้านเราไม่น้อย วัดนี่ก็ที่ที่แกยกถวายให้ โรงเรียนเอย โรงพยาบาลเอย ทั้งนั้นล่ะ
...
ผมแปลกใจครับพ่อกำนัน ทำไมแกเลือกที่ตรงนี้ครับ พื้นที่มันดูแปลกๆ มีทางน้ำไหลผ่าน2ข้าง แบบนี้มันเกาะชัดๆเลยนะครับ
หมอเต้อพูดไปเช็ดแว่นไป
เรื่องนั้นผมก็ไม่รู้หรอก แต่คิดว่าน่าจะเพราะทางน้ำที่คั่นระหว่างบ้านกับทุ่งน่ะมันมีน้ำตลอดปี ไม่ต้องพึ่งประปาเลย ก็อยู่ได้มากกว่า เออ นี่ฝนก็ซาไปเยอะแล้ว ข้าว่าอีกสักพักเราก็กลับกันได้ รถข้าพอฝ่าไปไหว
แต่พอทุกคนกำลังจะลุกขึ้น ฟ้าก็ผ่าลงมาตรงทุ่งพร้าวทุ่งตาลพอดี
...
แสงสว่างวาบจนมองเห็นหมู่ต้นไม้ได้ชัดเจน
ต้นไม้ไหวเอนไปมาตามลมที่ดูเหมือนจะแรงขึ้น
...
แต่ก่อนที่ทุกคนจะเดินกลับไปที่รถ ฟ้าก็ผ่าลงมาอีกครั้ง
และครั้งนี้แทบทุกคนหลับตากับอุดหูด้วยความตกใจ
...
พวกเอ็งเห็นไหมล่ะ นั่นไง ฟ้าผ่าลงมาที่ต้นตาลไหม้หมดแล้ว
กำนันบอกพวกเด็กๆ
ถ้าเป็นเวลาปกติข้าก็ไม่อยากจะว่าอะไรหรอก แต่เวลาฝนตกหนัก แถวนี้จะโดนฟ้าลงบ่อยมาก เหมือนมีสายล่อฟ้ายังไงยังงั้น
ทุกคนหันมามองกำนัน
ส่วนไอ้เรื่องเปรตที่เอ็งจะมาพิสูจน์น่ะ หลวงพี่กับข้าบอกว่าชาวบ้านทุกคนเหมือนกันว่ามันไม่มีหรอก แต่ชาวบ้านไม่เชื่อ ชอบลือกันไปเองว่าเจอเปรต มันจะมีอะไรได้วะนอกจากต้นมะพร้าวกับต้นตาล จริงไหมล่ะ
แต่ลือแบบนั้นจะดีหรือคะพ่อกำนัน ในเมื่อ...
ตอนแรกข้าก็คิดเหมือนเอ็งน่ะมาลี แต่ในเมื่อชาวบ้านเขาเชื่อแบบนี้หลวงปู่กับข้าจะทำอะไรได้
กำนันถอนหายใจเฮือกหนึ่ง
หลังๆข้าก็ไม่สนแล้วล่ะว่ะเพราะถ้าเรื่องที่มันลือกันมันทำให้คนไม่กล้าเข้ามา ที่ตรงนี้ข้าว่ามันอันตราย นอกจากฟ้าผ่าบ่อยก็มีพวกลูกตาลลูกมะพร้าวหล่นใส่หัวเดี๋ยวจะตายเอา อีกอย่าง เข้ามาในที่มันก็บุกรุก เผลอๆจะเข้าซังเตกันหมด
ทุกคนพยักหน้ารับ
มีเพียงหมอเต้อที่ยังทำหน้าเหมือนสงสัยอะไรบางอย่างพร้อมเช็ดแว่นไปด้วย
เอาเถอะวะ กลับกันก่อนดีกว่า ป่านนี้หลวงปู่กับแม่เอ็งคงชะเง้อว่าพวกเอ็งจะกลับหรือยังแล้วล่ะมั้ง ไปๆ กลับๆ
ทุกคนขึ้นรถกำนันอย่างว่าง่าย
แล้วกำนันก็ขับรถกลับออกไปทางเดิม
...
เสียงฟ้าร้องค่อยๆเงียบลงไป มีบางครั้งที่ฟ้าแลบบ้าง
น้ำยังไหลผ่านทางน้ำอยู่แต่น้อยลงไป
ลมอ่อนแรงลงไปมาก
ต้นไม้อยู่นิ่งสนิท
หลังชำระความทุกอย่างแล้วทุกคนก็ลาหลวงปู่กลับ มีเพียงกำนันที่ค้างที่วัดเพราะต้องพาหลวงปู่ไปทำกิจธุระช่วงเช้า
กำนันโทรศัพท์คุยกับที่บ้านเรียบร้อยแล้วจึงเข้ามานั่งคุยกับหลวงปู่
พูดจริงๆครับ พวกมัน2คนนี่ก็กล้ามากเลยนะครับหลวงพี่ ทั้งฝนทั้งทางน้ำโคลนเลน อันตรายทั้งนั้น ไหนจะฟ้าผ่าอีก
หลวงปู่หัวเราะ
ข้าล่ะนึกถึงตอนที่ข้า เอ็งกับไอ้อ่วมไปดูเปรตที่ทุ่ง ตอนนั้นพวกเราก็ใช่ย่อย แค่โตกว่าพวกมันมากหน่อยเลยไม่ค่อยคิดอะไร
นั่นสิครับ
...
เสียงฟ้าครั่นครืนไกลๆ
...
มีหมอเต้อนี่ล่ะครับที่ดูจะยังไม่ค่อยเชื่อที่ผมพูด เห็นแกทำหน้าสงสัยอยู่
หลวงปู่จิบน้ำ ท่าทางสบายใจ
นั่นก็ปกติของหมอล่ะนะ แกช่างสงสัย
จริงครับ
หมอแกเคยไปทดสอบมาแล้วนี่ แกก็พูดเองว่าไม่มีอะไร
นั่นล่ะครับ คำพูดมันรัดคอหมอเอาเอง
กำนันเงียบไปพักใหญ่แล้วค่อยพูดต่อ
บางทีผมก็นึกเห็นใจหมอเหมือนกันครับ แกเหมือนจะพิสูจน์อะไรได้แต่ก็...
แกอธิบายอะไรไม่ได้น่ะ เลยถูกปัดตกง่ายๆ
หลวงปู่พูดจบก็นั่งอมยิ้ม
...
เสียงฟ้าร้องแสงฟ้าแลบกลับมาอีกครั้ง ฝนที่หยุดตกไปก็เช่นกัน
ฟ้าผ่าลงที่ทุ่งอีกครั้ง
แสงสว่างวาบ
...
พวกเขามาอีกใช่ไหมวะ?
ครับหลวงพี่
เหมือนเดิม?
กำนันพยักหน้า
ไม่ได้สนใจเราเลยครับ ไม่ได้เหลือบมองมาเสียด้วยซ้ำ
ดีแล้วล่ะวะ ต่างคนต่างอยู่ดีกว่า ไม่ต้องมาข้องแวะกัน
จริงครับ
เราดูพวกเขามานานเท่าไหร่แล้วล่ะวะไอ้คบ?
ก็...นานพอดูล่ะครับ
หลวงปู่พยักหน้ารับ
ผมว่าเราไม่ต้องห่วงอะไรมากหรอกครับ เขาไม่ได้สนใจเราเลยจริงๆ อ้อ มีแค่ที่ตอนนั้นหมาวัดตายไปตัวนึงกับหลังคาศาลาพัง
บางทีข้าก็คิดเล่นๆเองว่าพวกเขาอาจจะนึกอะไรแผลงๆล่ะมั้ง ไม่ก็เกิดอยากทักทายเราเล่นๆเหมือนที่ไปโผล่ในกระจกห้องน้ำ
นั่นสิหลวงพี่ ผมก็สงสัยเหมือนกัน
แล้วใครมันจะไปรู้ล่ะวะ
จริงครับหลวงพี่
ทั้งสองคนหัวเราะให้กัน
...
กำนันลาหลวงปู่ไปนอน
หลวงปู่นั่งสวดมนต์อยู่สักพักก็กลับไปกุฏิ
...
ลมพัดเรื่อยๆ
ฝนยังตกลงมาเบาๆ
ต้นไม้ที่ทุ่งไหวเอนเล็กน้อย
...
ฟ้าผ่าลงมาที่ต้นตาลอีกครั้ง...

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา