Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
เขียนไว้ให้เธอ
ยืนยันแล้ว
•
ติดตาม
7 ชั่วโมงที่แล้ว • ความคิดเห็น
Likable leader
พอเวลาผ่านไป… ผู้นำที่ลูกน้องชอบนี่คือผู้นำแบบไหนนะครับ…
คุณ Kim Scott อดีตผู้บริหารที่ของ google และ apple ที่เก่งมากๆและเป็นผู้เขียนหนังสือ Radical Candor อันโด่งดัง เชื่อว่าหัวหน้าจำนวนมาก “กลัว” ลูกน้องเสียใจ อยากทำตัวให้ลูกน้องรัก ไม่กล้าทำบรรยากาศเสีย ไม่กล้าให้ความเห็นตรงๆ มีอะไรก็ประนีประนอม แม้กระทั่งโบนัสก็ให้เท่าๆกัน ต่างกันนิดหน่อย ซึ่งวิธีการแบบนั้นทำให้คนเก่งๆไม่อยากอยู่เพราะทำไปก็เท่านั้น
หรืออีกประเภทหนึ่งคือหัวหน้าแบบโหดๆ ลูกน้องอาจจะทำงานได้ไม่ถึงที่คาดหวังก็ไม่ให้โอกาส เอะอะก็เอาออกเลย แสดงอำนาจบาตรใหญ่ ซึ่งหัวหน้าแบบนี้ละทิ้งซึ่งการที่จะให้โอกาสน้องๆ บางคนปรับปรุงและอาจมีผลต่ออาชีพการงานเขาก็ได้
ซึ่งก็เพราะว่าหัวหน้าส่วนใหญ่นั้นไม่ได้รักหรือห่วงลูกน้องจริงๆ จนไม่ยอมเสี่ยงว่าอาจจะถูกไม่ชอบได้ เอาตัวเองเป็นหลักและหลบปัญหามากกว่า…
คุณคิมเล่าถึงประสบการณ์ตัวเองตอนเป็นลูกน้องของ Sheryl Sandberg (ผู้เขียนหนังสือ lean in) ผู้บริหารหญิงผู้โด่งดังและเป็นหัวหน้าในดวงใจของคุณคิม ไว้ว่า มีครั้งหนึ่ง คิมได้มีโอกาสไปพรีเซ้นท์ให้กับซีอีโอและผู้ก่อตั้งฟัง โดยมีเชอริลอยู่ด้วย ในห้องนั้นมีระดับ เซอเก บรินกับอีริก ชมิตช์ นั่งฟังอยู่ด้วย
เธอเล่าว่าในวันนั้นโชคดีที่โครงการ adsense ที่เธอดูแลอยู่นั้นกำลังโตอย่างมาก พอพรีเซ้นท์ตัวเลข ซีอีโอถึงกับตะลึง มีแต่คำถามว่าตัวเลขนี่จริงๆเหรอ ต้องการอะไรเพิ่มอีกมั้ย เอางบการตลาดเพิ่มมั้ย ทำไมดีแบบนี้.. ทำให้คิมหัวใจพองโตมาก
พอจบการประชุม คุณคิมเดินผ่านเชอรีล เจ้านายตรง กะว่าน่าจะได้คำชมแน่ๆ เชอริลกลับขอให้ไปหาที่ห้องเพื่ออยากคุยด้วยสองคน แล้วเชอริลเริ่มด้วยการบอกว่า… คิม เธอรู้มั้ย เมื่อกี๊ตอนเธอบรรยาย เธอพูด “เอิ่ม” ทุกๆ สามคำเลยนะ
คิมก็แก้ตัวนิดหน่อย ไม่คิดว่าเป็นเรื่องใหญ่ แต่เชอริลพูดต่อว่า เธอรู้จักโค้ชเก่งๆที่จะสอนการพูดให้ได้นะ แล้วจะช่วยเขียนหาฝ่ายบุคคลว่าให้ google ออกตังให้ด้วย… คิมก็ยังไม่เก็ท บอกว่าช่วงนี้ยุ่งมาก ขอเน้นเอาเป้าให้ได้ก่อนจะดีกว่า
เชอริลนิ่งไป จ้องหน้า แล้วบอกตรงๆว่า จะต้องพูดตรงๆละนะ ..ว่าการที่เธอพูด “เอิ่ม” ทุกๆสามคำ มันทำให้เธอดูแย่มาก
หลังจากนั้น คิมก็เก็ทในทันที คิมบอกว่าบางคนอาจจะคิดว่าทำไมเชอริลต้องโหดขนาดนั้น แต่คิมมองย้อนไปและเข้าใจเลยว่าเป็นความเมตตาที่หัวหน้าคนหนึ่งจะมีให้ลูกน้อง เพราะพอเชอริลพูดตรงๆแบบนั้น ทำให้คิมตัดสินใจไปหาโค้ชและการพูดในที่สาธารณะก็กลายเป็นอาวุธสำคัญของคิมในการได้งานใหม่ ระดมทุนให้กับบริษัทที่เธอทำหลังจากนั้นได้อีกหลายครั้ง และนึกขอบคุณเชอริลจนวันนี้..
คิมก็นึกต่อว่าก่อนหน้านี้ทำไมถึงไม่มีใครบอก เหมือนมีผักติดฟันเดินไปเดินมาแต่ทุกคนก็ไม่กล้าบอกเธอ มีแต่เชอริลเท่านั้น ซึ่งก็สรุปได้หัวใจหลักสองประการ ก็คือหนึ่งเชอริลแคร์เธอมากๆ ไม่ใช่แค่แคร์แบบลูกน้องแต่ปรารถนาดีกับเธอ และสองก็คือ เชอริลกล้าที่จะพูดกับเธอตรงๆ ด้วย
หลังจากนั้น คิมก็ไปทำงานที่ปรึกษาระดับโลกและอีกหลายที่จนเขียนหนังสือ radical candor (ความจริงใจแบบสุดขั้ว) โดยใช้แกนง่ายๆ ในการทำการอธิบายผู้นำจากหัวใจหลักสองประการนั้น ถ้าลองทำแกนตั้งว่าเป็นความรู้สึกที่แคร์ส่วนตัวกับลูกน้องจากมากไปหาน้อย และแกนนอนคือความกล้าในการพูดตรงๆ จากน้อยไปหามาก ก็จะได้สี่กล่องที่อธิบายลักษณะของหัวหน้าที่ดีได้
กล่องแรกที่หัวหน้าแคร์มากแต่ไม่กล้าพูด ไม่กล้าบอกความจริง (Ruinous Empathy) ก็จะทำให้ลูกน้องไม่ได้พัฒนาในระยะยาว ไม่มีโอกาสที่เก่งขึ้น กล่องสองคือกล่องที่ทั้งไม่แคร์และไม่พูดตรงๆ (manipulative Insincerity) ก็จะได้หัวหน้าที่ชอบนินทา ตำหนิลูกน้องลับหลัง ไม่มีใครเชื่อใจใคร มีแต่การเมืองประจบประแจงกัน ผลงานก็เสื่อมถอย
กล่องสามคือกล่องที่หัวหน้าชอบพูดแรงๆแต่ขาดความแคร์ลูกน้อง (obnoxious Agression) หัวหน้าแนวชอบด่าแรงๆ ด่าโง่ ใช้อารมณ์ ซึ่งก็จะเจอแต่ลูกน้องที่หลบตา ทำแค่เอาตัวรอดเท่านั้น
กล่องที่สี่ก็กล่องที่คุณเชอริลทำ ที่เรียกว่า radical candor ก็คือหัวหน้าทั้งแคร์ ทั้งพูดตรงๆ ยอมทำให้ลูกน้องตกใจหรือเสียใจในช่วงแรกเพราะความจริงที่่เจ็บปวดเพราะอยากให้เขาได้ดี ติเพื่อก่อ ซึ่งเป็นวิธีที่จะทำให้ทีมเติบโตได้ดีที่สุด แถมไว้เนื้อเชื่อใจกันได้มากที่สุด
ผมเองก็เคยเจอหัวหน้าแบบนี้ และเป็นหัวหน้าที่ผมเขียนถึงบ่อยมากก็คือคุณซิกเว่ เบรกเก้ มีครั้งหนึ่งตอนที่ทำงานด้วยกันที่ดีแทค ผมกำลังเป็นดาวรุ่งพุ่งแรง เป้าหมายที่ได้รับก็ทำทะลุเป้า ตอนประเมินกะว่าได้ A+ อย่างแน่นอน แต่คุณซิกเว่เรียกผมไปพบส่วนตัว ก่อนที่จะให้ดูเกรดว่าผมได้ “B”
ตอนที่เห็นเกรดนี่ผมตกใจมาก ไม่คิดว่าจะได้น้อยขนาดนั้น แต่ในใจรู้ว่าคุณซิกเว่มีความปรารถนาดีกับผมเสมอ และต้องเหตุผลอะไรแน่ๆ
คุณซิกเว่บอกว่า ธนา.. ตัวเลข performance อะไรต่างๆ ยูควรจะได้ A+ แต่พอยูได้ตำแหน่งใหม่ที่ใหญ่ขนาดนี้ ยูเริ่มพูด พูด และพูดอย่างเดียว แล้วหยุดฟังคนอื่น ไออยากให้ B ยูเพื่อเตือนว่า ในตำแหน่งที่สูง เป็นผู้นำขนาดนี้ ยูต้องใช้ “หู” ฟังให้มากขึ้น
เป็นบทเรียนเดียวกันกับคุณคิมที่ได้จากเชอริลเลยครับ เพราะมองย้อนกลับไป นั่นคือบทเรียนที่ดีที่สุดที่ผมได้รับเพราะไม่ว่าจะทำงานที่ไหน ตำแหน่งอะไร ผมจะนึกถึง B ตัวนั้นเสมอ และก็น่าจะทำให้ผมมีลูกน้องเก่งๆทำงานด้วยมาตลอดอาชีพการทำงานจนวันนี้
ผู้นำที่ดีที่เป็น likable leader ต้องแคร์ลูกน้องให้เหมือน “ลูก” หรือ “น้อง” จริงๆ และต้องกล้าพูดตรงๆ กล้าที่จะถูกเกลียดเบาๆ แต่พอเวลาผ่านไปก็จะได้ลูกน้อง ได้ทีมที่เก่งขึั้น ได้ใจเขา และได้ความเคารพนับถือกันในระยะยาว
เพราะหัวหน้าที่ดี ที่น่านิยมชมชอบ (likable leader) นั้น ไม่ใช่เป็นหัวหน้าที่ลูกน้องสบายใจตลอดเวลา แต่เป็นหัวหน้าที่พอเวลาผ่านไปแล้ว ทำให้ลูกน้องดีขึ้น เก่งขึ้น และเป็น likable leader เพิ่มขึ้นมาอีกด้วย….
31 บันทึก
27
22
31
27
22
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย