Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Science of Mentality
•
ติดตาม
13 เม.ย. เวลา 05:31 • ปรัชญา
มีพระป่าอยู่มากที่เป็นพวก โง่ บ้า ปรารถนาลามก
สัจจธรรมไม่ได้อยู่ในป่า" แต่อยู่ที่ตัวของเราทุกคน ต้องฝึกตามท่าน จึงจะเห็นได้
"ทรงสรรเสริญการอยู่ป่า" เพราะทำให้มีสิ่งรบกวนน้อย ไม่ต้องวุ่นวายกับชีวิตของ
คนทั่วไป ได้เห็นน้อย ได้ยินน้อย ไม่คลุกคลีกัน พูดพล่ามในเรื่องต่างๆ ที่ไม่เกี่ยวกับการปฏิบัติในมรรค
"ป่า"ในสมัยพุทธกาล ก็คือ เดินออกนอก
หมู่บ้าน สักกิโลครึ่งกิโล ก็เป็นป่าแล้ว หรือ
ถ้าเปรียบเทียบแบบในปัจจุบัน สักสี่ห้าเสา
ไฟฟ้า ก็คงพอได้ เพราะไม่ต้องการให้ผู้คนมารบกวน และก็ไม่เป็นที่ให้ผู้คนมาสนใจ
อันจะเป็นอุปสรรคในการปฏิบัติขั้นสูง ซึ่ง
ต้องอาจใช้เวลาหลายเดือน หรือเป็นปีหรือ
อาจจะหลายปี เพราะในการปฏิบัติจะต้อง
Concentrate อยู่กับจิตใจตนเองตลอดเวลาทั้งวันทั้งคืนที่เรียกว่า "ชาคริยานุโยค"
แต่ถ้าผู้มีปัญญาสูงๆ และ มีที่ที่เหมาะกับ
การปฏิบัติ ไม่ว่าจะเป็น คาม นิคม ชนบท
ที่พอจะอาศัย โดยความสันโดษไม่วุ่นวาย
กับผู้คนแล้ว ก็จะสามารถทำได้เหมือนกัน
"เพราะเป็นผู้ฉลาดในความตั้งมั่น" อยู่ใน
ที่ที่ไม่สม่ำเสมอ แต่สามารถดำรงตน ดำรงจิตให้สม่ำเสมอได้ สำหรับผู้มีปัญญาสูงๆ
แต่อย่างไรการอยู่ป่าก็จะสะดวกกว่าสำหรับพระอริยะ หรือผู้ที่กำลังฝึกเพื่อการบรรลุถึงความเป็นอริยะ
ความเข้าใจผิดของคนรุ่นก่อนในร้อย
กว่าปีที่ผ่านมา ที่ไม่ได้ศึกษาหลักพระธรรมวินัยอย่างแม่นยำในเรื่องของการ
อยู่ป่า เนื่องจากในยุคนั้นตำรับตำราก็
เข้าถึงยาก และไม่ได้มีโอกาสที่จะศึกษาอย่างละเอียด จึงทำให้ความหมายของการอยู่ป่าผิดเพี้ยนไปอย่างหน้ามือเป็นหลังมือ
การอยู่ป่า กลายเป็นการโฆษณาตนเอง ของพวกพระป่า เพื่อให้คนศรัทธาจนเกิด
เรื่องของกฐินผ้าป่า การเรี่ยไรบริจาคเพื่อ
สร้างถนนหนทาง ให้คนเข้าไปทอดผ้าป่า
แล้วก็ดำเนินชีวิตวนเวียนกันมาอย่างนั้น
จนทุกวันนี้ วัฏฏะ แบบนี้แหละที่ทำลาย
จุดมุ่งหมายของการอยู่ป่า โดยสิ้นเชิง
การอยู่ป่าของพระอริยะเพื่อการตัดสิ่งรบกวนจากโลกภายนอก ทั้งทางตาหูจมูกลิ้นกายใจ ในช่วงการปฏิบัติ ซึ่งจะทำให้จิตบริสุทธิ์ จึงไม่มีลาภสักการะ เพราะจะไม่ยอมเสียเวลามาข้องแวะกับสิ่งเหล่านี้
และเห็นอยู่ว่า เป็นอันตรายต่อการบรรลุ
"นิพพาน" แม้กระทั่งบรรลุนิพพานแล้ว ก็ยังไม่เข้าไปข้องแวะ ไม่ปล่อยให้สิ่งเหล้านี้
มาครอบงำจิตตนเองได้
และด้วยความเคารพอย่างสูงในคำสอนของพระพุทธเจ้า จึงยิ่งไม่กล้าเข้าไปยุ่ง
กับลาภสักการะ อีกต่อไป....
แต่โชคร้ายของคนไทยก็คือ กลับมีความศรัทธาในพวกพระป่าในรุ่นก่อนๆ โดยไม่รู้
อิโหน่อิเหน่ พวกที่เรียกตนเองว่าพระป่า ก็
ไม่รู้จักพระธรรมวินัย เข้าใจว่าการมีกฐิน
ผ้าป่ามากๆ มีเงินบริจาคมากๆ มีฝูงชนมา
เป็นสมุนบริวารมากๆ คือ ความสำเร็จ...
โดยไม่รู้จักคำสอนว่า การกระทำแบบนี้
ที่พระองค์เรียกว่า "มหาโจร"ในศาสนานี้
เป็นประเภทที่หนึ่ง ในมหาโจรห้าประเภท
ในศาสนานี้
คนไทยในรอบร้อยกว่าปีมานี้ จึงพากันกราบไหว้ มหาโจรประเภทที่หนึ่งกันมา โดยที่ไม่รู้ตัว
พระป่าหรือพระอริยะคือผู้ที่พบเห็นได้ยาก เพราะการฝึกมาด้วยความไม่คลุกคลี
และก็เป็นนิสัยติดตัวของพระอริยะที่ฝึกมาอย่างดี และก็จะใช้ชีวิตอย่างนั้นไปตลอดชีวิต ไม่ว่าจะจำเป็นต้องอยู่ท่ามกลางผู้คน บ้าง ก็ยังเป็นผู้พบเห็นได้ยากเพราะสังเกตุจากภายนอกเพียงอย่างเดียวไม่ได้
ดังนั้นคำว่าป่าแบบพระอริยะ คือความสันโดษไม่คลุกคลี ไม่ใช่ป่าลึก ถ้ำลึกที่
มีอาถรรพ์ มี่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ใดๆ อย่างที่เชื่อกันมาในอดีต แต่เป็นความสันโดษ มักน้อย มีความปรารถนาอันน้อย
การเรียกตนเองว่าพระป่า แต่วิถีชีวิตคือ
การดึงผู้คน เข้าไปคลุกคลี มั่วสุม แล้ว
เรียกว่าเป็นการปฏิบัติธรรม โดยไม่มีความสันโดษ นั่นผิดจุดมุ่งหมายของการอยู่ป่า
อย่างสิ้นเชิง แต่เป็นกิเลส ตัณหา อาสวะ
ของพวกที่เรียกตนเองว่า พระป่า
ส่วนพระอริยะ จะเรียกว่าพระป่าหรือเรียกว่าพระอะไรก็ได้ ไม่สำคัญ ไม่จำเป็น
การเห็นเงินผู้คนตกไว้ สักสองสามบาท
แล้วเก็บไว้ ยังต้องอาบัติ
การเอาสิ่งของที่ผู้คนไม่ได้ให้มาเป็นของตนต้องอาบัติ ปาราชิก
การบุกรุกที่ที่ไม่ใช่ของตน ก็ยิ่งต้องอาบัติ"ปาราชิก" แต่เนื่องความไม่รู้ ไม่ได้
ศึกษาในธรรมวินัย จึงปฏิบัติกันมาจนเป็น
เรื่องธรรมดา อย่างไรก็ตามก็ยังต้องอาบัติ
ปาราชิก อยู่ดี แม้กระทั่งมีคนให้ที่ดิน ก็ยังรับไม่ได้ เพราะผิดศีล ในจูลศีล เรื่องต้องเป็นผู้เว้นขาดจากการรับที่ดิน ไร่นา แต่ก็
ผิดกันมานานแล้ว พระที่ปฏิบัติอย่างนี้ จะ
ไม่มีโอกาสได้ผุดได้เกิด ในอริยะวินัยได้
ในรอบร้อยปีมานี้ผู้คนจึงไม่ได้เจอพระ
อริยะจริงๆ แต่กลับเจอแต่พระปาราชิก
พระมหาโจร แล้วก็นับถือกันมา เรื่องเหล่านี้ ไปcheckดูด้วยตนเองได้ ในพระวินัย
ในอธิศีล ก็จะเข้าใจ.....ศาสนาพุทธเราก็จะกลับมาในคนรุ่นใหม่นี้แหละ ไม่ต้องเชื่อตามๆกันมาในเรื่องที่ทำลายพระธรรมวินัย
อย่างในปัจจุบัน.....สวัสดี....
ปรัชญา
ประวัติศาสตร์
การศึกษา
บันทึก
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย