Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
กุ้ยหลิน
•
ติดตาม
วันนี้ เวลา 10:01 • ประวัติศาสตร์
ความฝันในหอแดง 88 ไกล่เกลี่ย
หลี่หวานพาผิงเอ๋อเข้าไปในสุทัศนอุทยาน ผิงเอ๋อร้องไห้จนเสียงแหบเสียงแห้ง เป่าไชปลอบนางว่า
“เจ้าเป็นคนฉลาด ปกติคุณนายปฏิบัติต่อเจ้าเยี่ยงไร วันนี้นางดื่มมากไปหน่อย ถ้าไม่ระบายที่เจ้าแล้วเกิดไประบายกับคนอื่น คนอื่นจะมองนางเช่นไร”
หู่พ่อมาถึงนำคำของแม่เฒ่าเจี่ยมาถ่ายทอดให้ฟังตามคำสั่ง ผิงเอ๋อได้ฟังแล้วหน้าตาสดใสขึ้น ผิงเอ๋อจึงไม่กลับมาที่เรือนในวันนั้น นั่งกันสักพัก พวกเป่าไชก็กลับออกไปหาแม่เฒ่าเจี่ยและพี่เฟิ่ง
เป่าวี่ให้ผิงเอ๋อตามมายังลานชื่นแดงไปหาสีเหยิน สีเหยินออกมารับแล้วยิ้มว่า
“ตอนแรกข้าว่าจะให้เจ้ามาด้วย แต่คุณนายใหญ่ (หลี่หวาน) กับพวกคุณหนูเชิญเจ้าไปก่อน ข้าจึงไม่ได้โอกาสเชิญ”
ผิงเอ๋อยิ้มว่า “ขอบคุณมาก”
แล้วกล่าวต่อว่า
“อยู่เฉยๆ แท้ๆ ไม่รู้มาได้อย่างไร ถูกตีเสียชุดใหญ่โดยไร้เหตุผล”
สีเหยินยิ้มว่า “คุณนายรองปกติดีต่อเจ้า นี่คงเป็นเพียงอารมณ์ชั่ววูบ”
ผิงเอ๋อว่า “คุณนายรองกลับไม่ได้ว่าอะไร นางโสเภณีนั่นต่างหากที่พาดพิงข้าให้เป็นที่ขบขัน ยังมีนายรองที่เลอะเลือนมาทำร้ายข้า”
กล่าวแล้วรู้สึกน้อยใจ อดร้องไห้ไม่ได้
เป่าวี่ปลอบนางว่า “พี่คนดี อย่าเสียใจไปเลย ข้าขอโทษเจ้าแทนสองคนนั้นด้วย”
ผิงเอ๋อยิ้มว่า “เกี่ยวอะไรกับท่านด้วย”
เป่าวี่ยิ้มว่า “พวกเราเป็นพี่น้องกัน พวกเขาทำผิด ข้าขอโทษแทนเป็นเรื่องสมควรอยู่”
แล้วกล่าวต่อว่า
“เสียดายชุดใหม่ของเจ้าเลอะหมดแล้ว เอาเสื้อผ้าของน้องฮวา (สีเหยิน) ผลัดไปก่อน เอาเหล้าร้อนพ่นแล้วรีดเสีย หวีผมเผ้าให้เรียบร้อย”
แล้วสั่งเด็กรับใช้ว่า
“ตักน้ำล้างหน้ามา เผาเตารีดมาด้วย”
ผิงเอ๋อเคยฟังคนพูดกันว่า เป่าวี่เก่งเรื่องเอาใจสตรี เป่าวี่รู้ดีว่าผิงเอ๋อมีฐานะเป็นเมียรองคนโปรดของเจี่ยเหลียน ทั้งยังเป็นคนสนิทรู้ใจของพี่เฟิ่ง จึงจงใจอยู่ห่างเข้าไว้ แม้จะขัดใจอยู่บ้างก็ตาม ผิงเอ๋อเห็นท่าทีของเป่าวี่ในวันนี้ แอบประเมินในใจว่า
“สมคำร่ำลือ คิดอะไรได้ถี่ถ้วน”
พอสีเหยินเปิดหีบหยิบเสื้อผ้าที่ตนไม่ค่อยได้ใช้ออกมาสองชุด ผิงเอ๋อก็รีบไปล้างหน้า
เป่าวี่ยืนยิ้มอยู่ด้านข้างบอกว่า “พี่ควรเติมแป้งด้วย มิเช่นนั้น จะดูเหมือนยังเคืองพี่เฟิ่งอยู่ อย่างไรวันนี้ก็เป็นวันเกิดนาง เหล่าไท่ไท่อาจส่งคนมาปลอบขวัญท่านอีก”
ผิงเอ๋อเข้าใจเหตุผลจึงมองหาแป้ง แต่ไม่เห็น
เป่าวี่รีบไปที่โต๊ะเครื่องแป้ง เปิดฝาเครื่องกระเบื้องเซวียนเหยา 宣窑 ด้านในมีดอกตูมของดอกวี่จาน 玉簪花棒 อยู่สิบกว่าดอก จึงหยิบส่งให้นางดอกหนึ่งว่า
“ในนี้ไม่ใช่แป้งตะกั่ว 铅粉 แต่บดจากดอกมะลิม่วง 紫茉莉花 ผสมกับวัตถุดิบชั้นหนึ่ง”
ผิงเอ๋อเทแป้งจากดอกตูมลงบนฝ่ามือ เป็นแป้งเนื้อขาวเบาใข้ทาสีแดงมีกลิ่นหอม 轻白红香 ครบทั้งสี่คุณสมบัติ ทาทั่วใบหน้าได้ง่ายเก็บความชื้นได้ดีไม่หยาบระคายเหมือนแป้งทั่วไป ชาดที่ใช้ก็ไม่ใช่เป็นแผ่นแต่เป็นขี้ผึ้งจากกุหลาบบรรจุในตลับหยกขาวใบเล็ก
เป่าวี่ยิ้มว่า “ชาดที่ขายตามร้านไม่สะอาด สีก็ซีด ชาดนี้คั้นแล้วกรองจนสะอาดผสมน้ำหอมจากดอกไม้แล้วเคี่ยวขี้นมา เพียงใช้ปิ่นแต้มแล้วแตะที่ริมฝีปากก็ใช้ได้แล้ว ละลายน้ำเล็กน้อยถูบนฝ่ามือพอประได้ทั่วใบหน้า”
ผิงเอ๋อทำตามที่บอก เห็นสีหน้าตนสดใสขึ้น ทั้งมีกลิ่นหอมที่แก้ม
เป่าวี่ใช้กรรไกรไม้ไผ่ตัดดอกล้วยไม้ร่วมก้านคู่หนึ่งจากกระถางมาแซมผมให้ เสร็จพอดีหลี่หวานส่งสาวใช้มาตาม ผิงเอ๋อจึงรีบออกไป
เป่าวี่นึกเสียใจอยู่ว่าไม่เคยมีโอกาสเอาใจใส่ผิงเอ๋ออย่างใกล้ชิดมาก่อน ผิงเอ๋อเป็นคนงามและฉลาดมีคุณสมบัติเหนือกว่าไพร่สามัญ วันนี้เป็นวันครบรอบวันเกิดของจินช่วนเอ๋อ 金钏儿 (ผู้ที่โดดบ่อตายเพราะเป่าวี่) เป่าวี่จึงไม่สบายใจอยู่ทั้งวัน คิดไม่ถึงว่าวันนี้เกิดเรื่องขึ้น ทำให้ตนมีโอกาสเอาใจใส่ผิงเอ๋อ กลับทำให้สุขสมใจอย่างไม่คาดฝัน เป่าวี่นอนเอนกายอยู่บนเตียง รู้สึกอิ่มอกอิ่มใจ
แล้วพลันนึกถึงเจี่ยเหลียนที่รู้จักแต่บำบัดความใคร่แต่ไม่รู้จักถนอมบุปผา มาคิดว่าผิงเอ๋อไม่มีทั้งพ่อแม่พี่น้อง ตัวคนเดียวคอยรับใช้สองสามีภรรยา เจี่ยเหลียนหยาบช้า พี่เฟิ่งวางอำนาจ นางยังปรับตัวรับใช้ได้อย่างดี วันนี้กลับต้องมาถูกทำร้ายเช่นนี้ช่างอาภัพนัก
เป่าวี่ตรองแล้วรู้สึกเศร้า จึงลุกจากเตียง มองมาเห็นเหล้าที่พ่นบนเสื้อนั้นแห้งแล้ว จึงเอาเตารีดรีดให้เรียบร้อย มองไปเห็นผ้าเช็ดหน้าที่ผิงเอ๋อลืมทิ้งไว้มีคราบน้ำตา จึงนำมาซักในอ่างแล้วนำไปผึ่งลม รู้สึกทั้งสุขใจและเศร้าใจพร้อมๆ กัน มึนงงอยู่พักหนึ่ง ก็มายังบ้านข้าวหอม นั่งสนทนาเรื่อยเปื่อยจนถึงยามตามตะเกียงก็ลากลับ
ผิงเอ๋อค้างแรมกับหลี่หวานในคืนนั้น พี่เฟิ่งพักอยู่เรือนแม่เฒ่าเจี่ย เจี่ยเหลียนกลับมาที่ห้อง นอนเหงาอยู่คนเดียว เช้าวันรุ่งขึ้น ตื่นขึ้นมาแล้วหวนคิดถึงเรื่องเมื่อวานรู้สึกเสียใจที่ทำไปไม่ยั้งคิด สิงฮูหยินเป็นห่วงบุตรชายที่เมาแล้วก่อเรื่องเมื่อวาน พอเช้าก็ให้คนมาตามเจี่ยเหลียนแล้วพากันมาพบแม่เฒ่าเจี่ย
เจี่ยเหลียนคุกเข่าต่อหน้าแม่เฒ่าเจี่ย แม่เฒ่าเจี่ยถามว่า
“เป็นอย่างไรบ้าง”
เจี่ยเหลียนยิ้มว่า “เมื่อวานเป็นเพราะข้าเมา ทำให้เหล่าไท่ไท่ต้องตกใจ วันนี้จึงมาขอรับโทษ”
แม่เฒ่าเจี่ยถ่มน้ำลายแล้วว่า “สันดานไพร่ กรอกน้ำเหลืองเข้าไป ไม่ไปนอนเป็นศพอย่างสุคติ กลับไปตีเมีย ยายหนูเฟิ่งวันวันปากดีอย่างกับทรราช เมื่อวานกลับหงอจนน่าสมเพช ถ้าไม่ใช่เพราะข้า คงถูกเจ้าฆ่าตายไปแล้ว ทีนี้เป็นอย่างไรเล่า”
เจี่ยเหลียนรู้สึกไม่เป็นธรรมแต่ไม่กล้าพูด จำต้องยอมรับ
แม่เฒ่าเจี่ยกล่าวต่อว่า “ยายหนูเฟิ่งกับผิงเอ๋อนับว่าเป็นคนสวยทั้งคู่ เจ้ายังไม่รู้จักพอ วันทั้งวันยังเสาะหาหมูหมากาไก่สดคาวไม่เว้นเอาเข้าบ้าน เห็นแก่โสเภณีพวกนี้มาไล่ตีเมียตีคนในบ้าน ยังสมควรเป็นลูกหลานบ้านใหญ่ไหม ถ้าเจ้ายังเห็นข้าอยู่ในสายตา ข้าจะละเว้นเจ้า ลุกขึ้นแล้วไปขอโทษสะใภ้ข้าดีดี ไปพานางกลับบ้าน ข้าถึงพอใจ มิเช่นนั้น ก็ไปให้พ้น ข้าไม่รับคำนับเจ้า”
เจี่ยเหลียนมองมายังพี่เฟิ่งที่ยืนอยู่ด้านข้าง เห็นนางร้องไห้จนตาบวมไม่ได้แต่งหน้าแต่งตัว แป้งไม่ได้ประ หน้าตาซีดเซียวเห็นแล้วสงสาร ตรองแล้วมิสู้ขอโทษแล้วคืนดีกับนางให้เหล่าไท่ไท่สบายใจ จึงยิ้มว่า
“วาจาของเหล่าไท่ไท่ข้ามิกล้าขัด เกรงแต่ว่าจะยิ่งไปยั่วยุนางเข้า”
แม่เฒ่าเจี่ยยิ้มว่า “เหลวไหล ข้ารู้ว่านางเป็นคนมีมารยาท ไม่เที่ยวก่อเรื่อง วันหลังถ้านางทำผิดต่อเจ้า ข้าจะออกหน้าให้นางยอมรับผิดเอง”
เจี่ยเหลียนรีบลุกขึ้นมาประสานมือคารวะพี่เฟิ่ง ยิ้มว่า
“เป็นความผิดของข้า คุณนายรองโปรดไว้ชีวิตข้าด้วย”
ทั้งห้องพากันหัวเราะ
แม่เฒ่าเจี่ยหัวเราะว่า “ยายหนูเฟิ่งห้ามโวยวาย ถ้าโวยวาย ข้าจะโวยวายบ้าง”
ว่าแล้ว ก็สั่งให้คนไปตามผิงเอ๋อมา พอผิงเอ๋อมาถึงก็สั่งให้พี่เฟิ่งกับเจี่ยเหลียนปลอบขวัญนางด้วย
ดังคำกล่าวที่ว่า
妻不如妾,妾不如偷
เมียหลวงมิสู้เมียน้อย เมียน้อยมิสู้ลักลอบ
เจี่ยเหลียนพอเห็นผิงเอ๋อ มิพักรอแม่เฒ่าเจี่ยย้ำเตือน รีบเข้ามาหาว่า
“เมื่อวานแม่นางต้องคับแค้นใจ เป็นความผิดของข้า คุณนายทำให้เจ้าต้องเสียใจก็เพราะข้าเป็นต้นเหตุ นอกจากข้าจะต้องขอโทษแม่นางแล้ว ยังต้องขอโทษแทนคุณนายด้วย”
กล่าวแล้วก็ประสานมือคารวะ ทำให้แม่เฒ่าเจี่ยหัวเราะ พี่เฟิ่งก็หัวเราะด้วย
แม่เฒ่าเจี่ยสั่งให้พี่เฟิ่งปลอบขวัญและคืนดีกับผิงเอ๋อ ผิงเอ๋อรีบวิ่งมาคุกเข่าคำนับพี่เฟิ่งว่า
“คุณนายอายุมั่นขวัญยืน ข้าทำให้คุณนายต้องโกรธ ข้าสมควรตาย”
พี่เฟิ่งกำลังรู้สึกเสียใจที่เมื่อวานดื่มมากเกินไปจนลืมน้ำใจที่มีต่อกัน หลงฟังคำคนอื่นจนไม่ไว้หน้าผิงเอ๋อ พอเห็นผิงเอ๋อมาทำเช่นนี้ จึงละอายใจรีบเข้าพยุงนางให้ลุกขึ้นแล้วหลั่งน้ำตา
ผิงเอ๋อว่า “ข้ารับใช้คุณนายมาหลายปี ไม่เคยทำร้ายข้าแม้ปลายเล็บ เมื่อวานคุณนายตีข้า ข้าไม่โทษคุณนาย เป็นเพราะนางคนสำส่อนยั่วยุ ทำให้คุณนายต้องโมโห”
ว่าแล้วก็ร้องไห้
แม่เฒ่าเจี่ยสั่งว่า “ส่งพวกเขาสามคนกลับเรือน ใครพูดถึงเรื่องนี้อีกให้มาบอกข้า ไม่ว่าจะเป็นใครต้องเจอไม้เท้าข้าสักยก”
ทั้งสามคุกเข่าคำนับแม่เฒ่าเจี่ยและสิงฮูหยิน หม่อมอเฒ่าผู้หนึ่งนำทางทั้งสามกลับเรือน
พอถึงเรือน พี่เฟิ่งดูให้แน่ใจว่าไม่มีใครแล้วพูดว่า
“ข้าดูเหมือนพญายมหรือ หรือว่านางยักษ์ นางโสเภณีสาปแช่งข้า เจ้าก็พลอยสาปแช่งข้าด้วย ข้าร้ายสักพันวันก็ยังมีดีบ้างสักวัน น่าสงสารตัวเองที่เทียบไม่ได้แม้แต่หญิงเสเพล ข้ายังแบกหน้าอยู่ต่อไปได้อย่างไร”
เจี่ยเหลียนว่า “เจ้ายังไม่จบอีก เจ้าคิดดูให้ดี เมื่อวานนี้ใครไม่ทำเกินเลยไปบ้าง แต่คนที่คุกเข่าขอโทษต่อหน้าทุกคนก็คือข้า เจ้าเป็นคนได้หน้า ตอนนี้เจ้ายังมาแคะไค้ถากถาง หรือต้องให้ข้าคุกเข่าให้อีก”
พี่เฟิ่งไม่รู้จะเถียงอย่างไร ผิงเอ๋อหัวเราะ
เจี่ยเหลียนก็หัวเราะแล้วว่า “ตัวจริงนางกลับมาแล้ว ข้าไม่รู้จะทำอย่างไร”
แม่บ้านพลันเข้ามาแจ้งว่า “ภรรยาเป้าเอ้อผูกคอตายแล้ว”
เจี่ยเหลียน พี่เฟิ่งต่างตกใจ พี่เฟิ่งรีบกลบเกลื่อนอาการโดยตวาดว่า
“ตายได้ก็ดี มีอะไรต้องแตกตื่น”
ภรรยาหลินจือเสี้ยว 林之孝家的 เดินเข้ามาแจ้งกับพี่เฟิ่งว่า
“ภรรยาเป้าเอ้อผูกคอตายแล้ว มารดาและญาติของนางจะไปฟ้องร้อง”
พี่เฟิ่งยิ้มเยาะว่า “ดีสิ ข้าเองยังคิดจะไปฟ้องอยู่”
ภรรยาหลินจือเสี้ยวว่า “พวกข้าพยายามทั้งปลอบทั้งขู่ว่าจะจ่ายเงินค่าเสียหายให้ พวกเขาจึงยอม”
พี่เฟิ่งว่า “ข้าไม่มีเงิน มีก็ไม่ให้ ให้พวกเขาไปฟ้อง ไม่ต้องไปปลอบหรือขู่ ให้เขาไปฟ้อง ถ้าไม่ฟ้อง ข้าจะถือว่าพวกเขาหากินกับศพ”
ภรรยาหลินจือเสี้ยวอึดอัดลำบากใจ พอเห็นเจี่ยเหลียนขยิบตาให้ ก็ถอยออกมารอข้างนอก เจี่ยเหลียนกล่าวว่า
“ข้าออกไปดูสักหน่อย ว่าจะเอาอย่างไร”
พี่เฟิ่งว่า “ห้ามให้เงินพวกเขา”
เจี่ยเหลียนออกมาหารือกับหลินจือเสี้ยว แล้วส่งคนไปเจรจากับญาติผู้ตายว่าจะจ่ายค่าทำศพให้สองร้อยตำลึงเพื่อยุติเรื่อง เจี่ยเหลียนเกรงว่าอาจมีการเปลี่ยนแปลง จึงไปหาหวางจื่อเถิง 王子腾 ให้ส่งเจ้าหน้าที่ชันสูตรศพและสัปเหร่อไปช่วยเรื่องงานศพ พวกญาติเห็นมีการตระเตรียมดังนี้ ได้แต่กล้ำกลืนไม่มีปากเสียง
เจี่ยเหลียนให้หลินจือเสี้ยว นำยอดเงินสองร้อยตำลึงลงบัญชีโดยเพิ่มยอดนั้นปะยอดนี้จนยอดหายไป แล้วนำเงินส่วนตัวอีกก้อนจ่ายให้เป้าเอ้อ พร้อมทั้งสัญญาว่าจะหาคนใหม่ที่เหมาะสมมาแต่งให้เป้าเอ้อเป็นเมียใหม่ เป้าเอ้อได้ทั้งเงินได้ทั้งหน้า มีหรือจะไม่ยอมตาม ทั้งยังอยู่รับใช้เจี่ยเหลียนเหมือนเดิม
ทางด้านพี่เฟิ่งแม้ไม่สบายใจแต่ไม่แสดงอาการออกทางสีหน้าให้ใครเห็น พอเห็นปลอดคน ก็ยิ้มกับผิงเอ๋อว่า
“เมื่อวานข้าดื่มมากไป เจ้าอย่าถือสาข้า เจ้าถูกตีตรงไหน ขอข้าดูหน่อย”
ผิงเอ๋อขอบตาแดงขึ้นมาแล้วว่า “คุณนายก็ไม่ได้ตีอะไรรุนแรง”
พลันมีคนมาแจ้งว่า “คุณนายกับพวกคุณหนูมา”
(จบบทที่สี่สิบสี่)
ตอนก่อนหน้า : พี่เฟิ่งจับชู้
https://www.blockdit.com/posts/69d7729069ce28a9130debb0
ตอนถัดไป : ภักดีย่อมได้ดี
บันทึก
1
1
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
ความฝันในหอแดง
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย