เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2026 โลกเทคโนโลยีต้องประหลาดใจเมื่อมีรายงานว่า OpenAI ตัดสินใจยุติการให้บริการแอปพลิเคชันสร้างวิดีโอด้วย AI อย่าง “Sora” สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้น่าสนใจไม่ใช่แค่การปิดตัวของแอปพลิเคชันที่เคยสร้างความฮือฮาไปทั่วโลก แต่คือการที่เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่เดือนหลังจากที่ OpenAI เพิ่งประกาศข้อตกลงความร่วมมือครั้งประวัติศาสตร์กับ The Walt Disney Company
สหรัฐอเมริกาเป็นตลาดหลักของ Sora ในช่วงแรก คะแนนรีวิวบน Apple App Store อยู่ในระดับเพียง 2.8 จาก 5 ดาว ซึ่งสะท้อนถึงความไม่พอใจของผู้ใช้ต่อประสบการณ์การใช้งานแอพ Sora
ยอดดาวน์โหลดแอพ Sora ที่มีแนวโน้มลดลง
สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือ OpenAI ไม่เคยเปิดเผยตัวเลข DAU (Daily Active Users) หรือ MAU (Monthly Active Users) อย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากแหล่งข่าวภายนอกบ่งชี้ว่าแรงส่งหลังเปิดตัวเริ่มอ่อนลง และอัตราการรักษาผู้ใช้ (Retention Rate) ของแอปพลิเคชันนี้ยังไม่สามารถรักษาโมเมนตัมการใช้งานกลับมาใช้งานซ้ำได้ดีพอ ตัวเลขเหล่านี้บ่งชี้ว่า แม้ผู้คนจะตื่นเต้นกับเทคโนโลยี แต่ Sora อาจยังไม่สามารถตอบโจทย์การใช้งานจริงในชีวิตประจำวันได้อย่างยั่งยืนสำหรับการเป็น consumer platform ระยะยาว
เจาะลึกดีล Disney x OpenAI
ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2025 The Walt Disney Company และ OpenAI ได้ประกาศข้อตกลงความร่วมมือที่ครอบคลุมหลายด้าน ได้แก่
1. การลงทุน: Disney ตกลงที่จะลงทุน 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ใน OpenAI
2. การใช้งาน Sora: ผู้ใช้จะสามารถสร้างวิดีโอสั้นๆ โดยใช้ตัวละครจาก Disney, Marvel, Pixar และ Star Wars ผ่าน Sora ได้
3. การใช้งาน ChatGPT Images: ผู้ใช้สามารถสร้างภาพนิ่งจากตัวละคร Disney ได้เช่นกัน
4. การนำไปใช้ในองค์กร: Disney จะนำ API ของ OpenAI ไปใช้พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ และให้พนักงานใช้ ChatGPT
การประกาศความร่วมมือ OpenAI × Walt Disney Company อย่างเป็นทางการ
อย่างไรก็ตาม แถลงการณ์ของ Disney ระบุชัดเจนว่าข้อตกลงนี้ “อยู่ภายใต้การเจรจาข้อตกลงขั้นสุดท้าย การอนุมัติจากคณะกรรมการ และเงื่อนไขการปิดดีลตามธรรมเนียมปฏิบัติ” (subject to the negotiation of definitive agreements… and customary closing conditions)
ล่าสุด สำนักข่าว Reuters รายงานโดยอ้างอิงแหล่งข่าวว่า ข้อตกลงระหว่างทั้งสองบริษัท “ไม่เคยปิดอย่างเป็นทางการ” (never officially closed) และ “ไม่มีการแลกเปลี่ยนเงินทุนเกิดขึ้น” (no funds were exchanged) การปิดตัวของ Sora จึงทำให้โครงสร้างดีลเดิมในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการสร้างวิดีโอโดยผู้ใช้ (User-generated content) แทบจะไปต่อไม่ได้ในรูปแบบที่เคยวางแผนไว้
ถอดรหัสกลยุทธ์ OpenAI: ทำไมถึงเลือกปืด Sora
แม้ OpenAI จะไม่ได้ออกแถลงการณ์ระบุเหตุผลอย่างเป็นทางการในการปิด Sora แต่รายงานจากสื่อชั้นนำหลายแห่งชี้ให้เห็นถึงปัจจัยกดดันทางธุรกิจที่สำคัญ
●
ต้นทุนการประมวลผล (Compute Costs): TechCrunch รายงานว่าแอปพลิเคชัน Sora อาจมีค่าใช้จ่ายสูงถึง 1 ล้านดอลลาร์ต่อวัน เนื่องจากกระบวนการสร้างวิดีโอด้วย AI ต้องใช้ทรัพยากรการประมวลผลมหาศาล
นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้บริหาร โดยมีรายงานว่า Fidji Simo ได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายแอปพลิเคชัน (CEO of Applications) ในช่วงกลางปี 2025 อาจสะท้อนถึงความพยายามในการจัดระเบียบและหาทิศทางที่ชัดเจนสำหรับแอปพลิเคชันต่างๆ ของบริษัท
กรณีของ Sora จึงไม่ใช่แค่เรื่องของแอปที่ไปไม่รอด แต่เป็นกรณีศึกษาที่ชัดมากว่า โลก AI กำลังเดินเข้าสู่ช่วงใหม่ จากยุคที่การแข่งขันวัดกันด้วยการเปิดตัวสิ่งที่น่าตื่นเต้นที่สุด ไปสู่ยุคที่บริษัทต้องพิสูจน์ว่าอะไรคือผลิตภัณฑ์ที่คุ้มค่าพอจะลงทุนต่อในระยะยาว
Reference Source
[1] Reuters. (2026, March 24). OpenAI set to discontinue Sora video platform, app, WSJ reports.