14 เม.ย. เวลา 01:00 • ข่าวรอบโลก

โรคจากความร้อน มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น วิกฤตการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศทำให้เรื่องยิ่งเลวร้าย

วิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันจัดว่าเป็น ‘ตัวทวีคูณความเสี่ยง’ ต่อสุขภาพของมนุษย์
รายงานจาก IPCC ยืนยันว่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมของมนุษย์ได้ทำให้ความถี่และความเข้มข้นของเหตุการณ์ความร้อนสุดขั้วเพิ่มขึ้นนับตั้งแต่ทศวรรษที่ 1950
ซึ่งการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลกทุกๆ 0.5 องศา ได้ส่งผลถึงการเพิ่มขึ้นทั้งความถี่และระยะเวลาของคลื่นความร้อนทั่วโลก
ผลที่ตามมายืนยันค่อนข้างแน่แล้วว่า เป็นสาเหตุส่วนหนึ่งของการเสียชีวิตในปัจจุบัน
ในงานวิจัยที่ตีพิมพ์ออกมาเมื่อปี 2021 เก็บข้อมูลพื้นที่ 732 แห่งใน 43 ประเทศ พบว่า 37 เปอร์เซ็นต์ของการเสียชีวิตในปัจจุบันเกี่ยวข้องกับความร้อนในช่วงฤดูร้อน และมีสาเหตุจากการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิที่มาจากกิจกรรมของมนุษย์โดยตรง
โดยในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ค่าเปอร์เซ็นต์นี้สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกอย่างน่าตกใจ อยู่ในช่วงระหว่างร้อยละ 48 - 61
สำหรับกรุงเทพมหานคร ข้อมูลระบุว่าร้อยละ 53.4 ของการเสียชีวิตจากความร้อนมีความเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ซึ่งหมายความว่าประชากรในกรุงเทพฯ จำนวนมากเสียชีวิตจากความร้อนที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นหากไม่มีภาวะโลกร้อน
ขณะเดียวกันปรากฏการณ์เกาะความร้อนเมือง (Urban Heat Island - UHI) ทำให้ความร้อนในเขตเมืองรุนแรงกว่าในพื้นที่ชนบท ซึ่งเกิดจากการสะสมความร้อนในวัสดุก่อสร้าง เช่น คอนกรีตและยางมะตอย
รวมถึงการลดลงของพื้นที่สีเขียวและการระบายความร้อนจากเครื่องปรับอากาศและรถยนต์
ในกรุงเทพฯ ปรากฏการณ์นี้ทำให้อุณหภูมิพื้นผิวในช่วงฤดูร้อนสูงกว่าพื้นที่ชนบทโดยรอบเฉลี่ยถึง 10 องศา
และหากไม่มีการปรับปรุงการผังเมือง อุณหภูมิเฉลี่ยในกรุงเทพฯ อาจเพิ่มขึ้นอีก 2.5 - 4.5 องศา ภายในสิ้นศตวรรษนี้
สถิติความร้อนที่เพิ่มขึ้นนี้ส่งผลโดยตรงต่อการทำงานของระบบร่างกาย เนื่องจากร่างกายมนุษย์มีขีดจำกัดในการระบายความร้อนผ่านเหงื่อ
โดยเฉพาะเมื่อมีความชื้นสัมพัทธ์สูงเกินร้อยละ 80 ซึ่งเป็นลักษณะทั่วไปของภูมิอากาศในไทย ทำให้แม้แต่อุณหภูมิ 35 องศา ก็เป็นอันตรายถึงชีวิตได้หากต้องทำงานกลางแจ้งเป็นเวลานานเนื่องจากเหงื่อไม่สามารถระเหยเพื่อดึงความร้อนออกจากร่างกายได้
ในภาพรวมระดับประเทศ สถิติและแนวโน้มประเทศไทยกำลังเผชิญกับสถานการณ์โรคจากความร้อนที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ยืนยันได้จากข้อมูลของกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค แสดงให้เห็นถึงจำนวนผู้เสียชีวิตที่เพิ่มขึ้นตามอุณหภูมิเฉลี่ยที่สูงขึ้นในแต่ละปี
ข้อมูลย้อนหลัง 6 ปี (พ.ศ. 2562–2567) พบว่ามีผู้เสียชีวิตสะสมรวม 212 ราย เฉลี่ยปีละ 27 ราย แสดงให้เห็นว่าความร้อนกำลังรุนแรงเกินกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต
ที่น่าสนใจคือ สัดส่วนเพศของผู้เสียชีวิตมีความแตกต่างกันอย่างมาก โดยมีอัตราส่วนเพศชายต่อเพศหญิงสูงถึง 7.2 ต่อ 1
ซึ่งสะท้อนถึงลักษณะการทำงานกลางแจ้งและการเข้าถึงมาตรการดูแลสุขภาพที่แตกต่างกัน
ภายใต้สถานการณ์ความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศที่อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกอาจเพิ่มขึ้นถึง 3.0 องศา ภายในสิ้นศตวรรษนี้
ประเทศในเขตร้อนอย่างไทยมีโอกาสเสี่ยงสูงกับภัยคุกคามจากความร้อนในระดับที่ “ไม่สามารถอยู่อาศัยได้” ในบางช่วงเวลาของปี
การคาดการณ์ระบุว่าภายในปี พ.ศ. 2100 กรุงเทพฯ อาจมีวันที่อุณหภูมิสูงเกิน 35.0 องศา ยาวนานถึง 297–344 วันต่อปี
หรือหากมองในรดับโลก คาดการณ์ว่า ประชากรเกือบ 1 ใน 3 ของโลกอาจต้องใช้ชีวิตภายใต้ความร้อนจัดที่เทียบเท่ากับใจกลางทะเลทรายซาฮาราในปัจจุบัน หากไม่มีการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเร่งด่วน
ศึกษาข้อมูลจากงานวิชาการเพิ่มเติมที่ The burden of heat-related mortality attributable to recent human-induced climate change https://www.nature.com/articles/s41558-021-01058-x
ข้อมูลอ้างอิงเพิ่มเติม
หน้าร้อนต้องระวัง ทำประชาชนป่วยฮีทสโตรก แนะเลี่ยงกิจกรรมกลางแดด เตือน นักดื่มเสี่ยงป่วยฮีทสโตรก อันตรายถึงชีวิต เผยปี 67 คนไทยเสียชีวิตเพราะอากาศ จำนวน 63 ราย https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/33/iid/375546
Greatly enhanced risk to humans as a consequence of empirically determined lower moist heat stress tolerance https://www.pnas.org/doi/10.1073/pnas.2305427120
โฆษณา