14 เม.ย. เวลา 09:57 • การเมือง

ล่าเรื่องร้อน รู้ให้ลึก EP.17 เจรจาล้มแล้ว อิหร่านพร้อมสู้จนตัวตาย

"นี่เป็นข่าวร้ายสำหรับอิหร่านเนื่องจากอิหร่านไม่ได้แสดงความมุ่งมั่นที่ชัดเจนในการยุติโครงการนิวเคลียร์ในระยะยาว"
J.D.Vance รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ
"กองทัพอากาศปากีสถานได้ส่งเครื่องบินขับไล่และเครื่องบินสนับสนุนกำลังรบไปยังซาอุดีอาระเบียภายใต้ข้อตกลงด้านกลาโหมฉบับใหม่ที่ทำกับกระทรวงกลาโหมซาอุดีอาระเบีย มีรายงานว่าการส่งกองทัพอากาศครั้งนี้ ประกอบด้วย เครื่องบินขับไล่มากถึง 18 ลำ และเครื่องบินสนับสนุนการรบซึ่งประจำการอยู่ที่ฐานทัพอากาศคิงอับดุลอาซิซในจังหวัดภาคตะวันออก"
Aero Times
สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่าน เมื่อวันที่ 10 เมษายนค.ศ.2026 การเจรจาสันติภาพระหว่าง สหรัฐอเมริกา และ อิหร่าน ณ ประเทศปากีสถานประสบความล้มเหลว เนื่องจากทั้งสองฝ่ายไม่สามารถตกลงกันได้ในประเด็นโครงการนิวเคลียร์ และการกลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างเสรี สถานการณ์ทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อ กองทัพเรือสหรัฐฯ
ในขณะเดียวกัน ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้กดดันให้ ปากีสถานยุติบทบาทคนกลางและส่งกำลังทหารมาช่วยคุ้มครองความปลอดภัยในภูมิภาคแทนทั้งๆที่สงครามเริ่มเบาบางลง เรื่องราวของสงครามอิหร่านในวันนี้จะเป็นอย่างไร ไปติดตามกันครับ
การเจรจาสันติภาพรอบล่าสุดที่กรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถาน ระหว่างคณะผู้แทนสหรัฐฯ นำโดย เจ.ดี. แวนซ์ และฝ่ายอิหร่าน นำโดย มูฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานสภา และ อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศ ได้สิ้นสุดลงด้วยความล้มเหลวหลังจากใช้เวลาพูดคุยอย่างเคร่งเครียดนานกว่า 20 ชั่วโมง เจ.ดี. แวนซ์ ได้เดินทางออกจากปากีสถานทันทีพร้อมระบุว่านี่เป็นข่าวร้ายสำหรับอิหร่านเนื่องจากอิหร่านไม่ได้แสดงความมุ่งมั่นที่ชัดเจนในการยุติโครงการนิวเคลียร์ในระยะยาว
สาเหตุหลักที่ทำให้การเจรจาล่มประกอบด้วยหลายปัจจัยที่ทั้งสองฝ่ายไม่ยอมลดราวาศอกให้กันนั่นคือโครงการนิวเคลียร์ ซึ่งก่อนหน้านี้จนถึงขณะนี้สหรัฐฯ ต้องการคำยืนยันที่หนักแน่นว่าอิหร่านจะไม่พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ขณะที่อิหร่านยืนยันสิทธิในการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมเพื่อสันติ
ส่วนอีกประเด็นหนึ่งที่มีในการเจรจาคือเรื่องช่องแคบ อิหร่านถือว่าช่องแคบฮอร์มุซเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญและเป็นไพ่ตาย โดยเสนอเงื่อนไขเก็บค่าผ่านทางสูงถึง 2 ล้านดอลลาร์ต่อลำ เพื่อนำเงินมาฟื้นฟูประเทศ นอกจากนี้ยังยืนยันว่าการเปิดเส้นทางต้องอยู่ภายใต้การตัดสินใจของอิหร่านเท่านั้น
ในขณะเดียวกันอิหร่านเรียกร้องให้สหรัฐฯ ปลดล็อคทรัพย์สินมูลค่ากว่า 6,000 ล้านดอลลาร์ และยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรทั้งหมด แต่สหรัฐฯ ปฏิเสธที่จะรวมเรื่องนี้ไว้ในข้อตกลงหยุดยิง
ส่วนสถานการณ์ในเลบานอนที่ยังคงตึงเครียดนั้น อิหร่านต้องการให้รวมเลบานอนไว้ในข้อตกลงหยุดยิงด้วย แต่อิสราเอลยังคงเดินหน้าโจมตีกลุ่มฮิซบอลเลาะห์อย่างหนัก ทำให้ฝ่ายอิหร่านไม่พร้อมที่จะเจรจาต่อในช่วงเวลานี้
ในช่วงเวลาอันตึงเครียดนี้อิหร่านได้เรียกร้องให้สหรัฐฯ ปลดล็อกทรัพย์สินมูลค่ากว่า 6,000 ล้านดอลลาร์ ที่ถูกอายัดไว้ในต่างประเทศ และกดดันให้ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรทั้งหมด แต่ฝ่ายสหรัฐฯ ปฏิเสธที่จะนำเรื่องการคืนเงินมาเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงในรอบนี้
ส่งผลให้บรรยากาศการเจรจาเต็มไปด้วยความหวาดระแวง ยิ่งไปกว่านั้น สหรัฐฯ ได้ส่งเรือพิฆาต 2 ลำเข้าไปปฏิบัติการกวาดล้างทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซขณะที่การพูดคุยยังดำเนินอยู่ ซึ่งอิหร่านมองว่าเป็นการเดินหน้าการทูตด้วยปืนเพื่อข่มขู่และล่วงละเมิดอธิปไตย
อธิบายเพิ่มเติมสหรัฐฯ โดยกองบัญชาการกลาง (US CENTCOM) ได้ส่งเรือพิฆาต 2 ลำ คือ USS Frank E. Peterson และ USS Michael Murphy เข้าสู่ช่องแคบฮอร์มุซในการกวาดล้างทุ่นระเบิดที่กองกำลัง IRGC วางไว้ โดยสหรัฐฯ ยืนยันว่าช่องแคบนี้เป็นน่านน้ำสากลและต้องเปิดกว้างอย่างเสรีเพื่อความมั่งคั่งของเศรษฐกิจโลก มากกว่าจะต้องเป็นพื้นที่ทำสงครามทางทะเลในระยะยาว
คำเตือนสุดท้ายจาก IRGC ถึงเรือรบสหรัฐฯตามที่มีการเผยเเพร่ตามสื่อต่างๆนั่นคือให้ถอยออกไปก่อนที่จะเคลื่อนที่เข้าสู่พื้นที่เพื่อให้สงครามยืดเยื้อ ทางด้านกองทัพเรือสหรัฐฯก็ชี้แจงว่าเป็นการเดินเรือตามกฎหมายระหว่างประเทศและปฏิบัติตามกฎของการหยุดยิง
ด้านผู้เชี่ยวชาญทางด้านการทหารมองว่าช่องแคบฮอร์มุซจะกลายเป็นพื้นที่เผชิญหน้าที่สำคัญหากการเจรจาทางการทูตแบบสันติวิธีไร้ผล โดยเฉพาะเมื่ออิหร่านขู่ว่าหากมีการข้ามเส้นสีแดง พวกเขาพร้อมจะตอบโต้จนทำให้ภูมิภาคตะวันออกกลางกลับสู่ยุคหินด้วยขีปนาวุธและโดรน
มีรายงานว่าอิหร่านวางทุ่นระเบิดไว้อย่างสะเปะสะปะจนแม้แต่ทหารอิหร่านเองก็อาจหาพิกัดไม่พบ ทำให้เรือพาณิชย์ส่วนใหญ่ยังไม่กล้าเสี่ยงเดินทางผ่าน แม้จะมีการประกาศเปิดเส้นทางในบางช่วงก็ตาม
ในส่วนของกรณีที่ชาติในแถบตะวันออกกลางหลายประเทศรวมถึงหนึ่งในนั้นคือสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์หรือ UAE และซาอุดีอาระเบีย มีท่าทีที่แข็งกร้าวและสนับสนุนการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างเต็มที่ เนื่องจากได้รับผลกระทบโดยตรงจากการกระทำของอิหร่าน
เดิมทีชาติอาหรับอย่าง UAE และซาอุดีอาระเบียพยายามวางตัวเป็นกลางและไม่ยอมให้สหรัฐฯ ใช้เขตน่านฟ้าโจมตีอิหร่านเพราะหวังจะรอดพ้นจากการถูกลูกหลง แต่หลังจากอิหร่านโจมตีแหล่งพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานของพวกเขา ชาติเหล่านี้จึงเปลี่ยนมาต้องการเอาคืนอิหร่านและสนับสนุนให้สหรัฐฯทุบอิหร่านให้ยอมสยบ
UAE มีท่าทีที่พร้อมจะทุ่มงบประมาณมหาศาลสนับสนุนสหรัฐฯ หรือยุโรป เพื่อปฏิบัติการเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้ได้ เนื่องจากได้รับความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างหนัก ชาติอาหรับไม่พอใจที่ปากีสถานทำหน้าที่เป็นตัวกลางเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน แทนที่จะช่วยสนับสนุนนโยบายการปราบปรามอิหร่าน โดย UAE ได้ใช้มาตรการทางเศรษฐกิจด้วยการทวงหนี้เงินกู้เพื่อบีบให้ปากีสถานส่งกำลังทหารและเครื่องบินขับไล่ F-16 มาช่วยคุ้มครองความปลอดภัยจากการโจมตีของกองทัพอิหร่านในช่วงสงคราม
สิ่งที่ชาติตะวันออกกลางทำได้ในขณะนี้คือการพึ่งพาพันธมิตรเจ้าเก่าเจ้าเดิมอย่างสหรัฐฯ เพราะมีความจำเป็น อย่างมากในการป้องกันไม่ให้สงครามขยายตัวเป็นวงกว้าง ในช่วงแรกสหรัฐฯ ไม่ได้ให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ใน UAE จึงได้หันไปพึ่งพาและทวงสัญญาคุ้มครองจากฝรั่งเศสแทน โดยมีการใช้ยุทโธปกรณ์จากฝรั่งเศส เช่น เฮลิคอปเตอร์ไทเกอร์ ในการสกัดกั้นโดรนของอิหร่าน
ในเวลาต่อมาชาติในตะวันออกกลางส่วนใหญ่เห็นพ้องกับสหรัฐฯ ในการทำสงครามต่อ เนื่องจากมองว่าหากปล่อยไว้จะถูกอิหร่านข่มขู่ในเรื่องการปิดช่องแคบฮอร์มุซอยู่เรื่อยไป และบางส่วนอาจยอมรับการจัดการกลุ่มหัวรุนแรงในเลบานอนเพื่อให้ภูมิภาคกลับสู่ความสงบตามที่กลุ่มประเทศในอ่าวต้องการ
ซาอุดีอาระเบียหนึ่งในชาติอาหรับได้อนุญาตและร้องขอการสนับสนุนไปยังปากีสถานส่งกำลังทหารเข้ามาช่วยเหลือในช่วงที่สถานการณ์ความขัดแย้งเริ่มมีสัญญาณการโจมตีที่ลดน้อยลง
ไม่ใช่แค่กองกำลังทหารระดับหัวกะทิมากกว่า 13,000 นาย แต่ยังมีฝูงบินเครื่องบินขับไล่ F-16 จำนวน 18 ลำ และเครื่องบินรบสำหรับการสนับสนุนกำลังทางอากาศเข้าไปวางกำลังที่ฐานทัพอากาศคิงอับดุลอาซิส ในเมืองดาราน ประเทศซาอุดีอาระเบีย โดยมีภารกิจหลักคือการใช้เครื่องบินขับไล่ F-16 บินสกัดกั้นขีปนาวุธหรือโดรนจากอิหร่านที่อาจมุ่งเป้ามาโจมตีซาอุดีอาระเบีย
แม้สงครามใหญ่ในภูมิภาคจะเริ่มซาลง แต่ปากีสถานยังคงต้องปฏิบัติตามสัญญาเนื่องจากเผชิญกับการบีบคั้นทางเศรษฐกิจอย่างหนัก ซาอุดีอาระเบียและ UAE ได้ยื่นคำขาดให้ปากีสถานคืนเงินกู้ฉุกเฉินมูลค่ากว่า 6,300 ล้านดอลลาร์ ในชณะที่บางแหล่งระบุว่าประมาณ 3,000 ล้านดอลลาร์ ทันทีหากไม่ส่งทหารมาช่วยตามสัญญา
สำหรับปากีสถานที่มีทุนสำรองระหว่างประเทศต่ำ การถูกทวงเงินกู้จำนวนมหาศาลในช่วงข้ามคืนถือเป็นคำตัดสินประหารชีวิตทางเศรษฐกิจ ทำให้กองทัพปากีสถานไม่มีทางเลือกอื่นนอกจำยอมต้องส่งกำลังรบเข้าเสริมทัพในซาอุดีอาระเบีย
เดิมทีปากีสถานพยายามวางตัวเป็นคนกลางในการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน แต่ซาอุดีอาระเบียและ UAE ไม่พอใจอย่างยิ่ง เพราะต้องการให้ปากีสถานดำเนินนโยบายตามแนวทางของกลุ่มประเทศอาหรับ คือการสนับสนุนให้สหรัฐฯ กดดันหรือจัดการอิหร่านให้ยอมสยบ
เพราะฉะนั้นการมีทหารปากีสถาน 13,000 นายและฝูงบินเครื่องบินขับไล่ F-16 ประจำการอยู่ฝั่งตรงข้ามชายฝั่งอิหร่านพอดี ถือเป็นฝันร้ายทางยุทธศาสตร์ของอิหร่าน เพราะเท่ากับเป็นการเพิ่มการปิดล้อมอิหร่านขึ้นอีกด้านหนึ่ง
สงครามอิหร่านในขณะนี้แม้จะซาลงแต่ยังไม่ถึงกับหยุดยิงเพราะอิสราเอลยังคงโจมตีเลบานอนอย่างต่อเนื่อง ชาติตะวันออกกลางยังคงต้องพึ่งพาสหรัฐฯไปพร้อมๆกับผู้เล่นเกมสงครามรายใหม่นั่นคือปากีสถาน หากสงครามยืดเยื้อจะส่งผลต่อฉากทัศน์ในภูมิภาคนี้อย่างไร โปรดติดตามกันต่อไป สำหรับวันนี้ขอลาไปก่อน สวัสดีครับ
Credit บทความและภาพประกอบ
Bloomberg News
M Umar Aziz
The Times of Israel
USS FRANK E. PETERSEN JR.
7th Fleet
Navy.mil
AFP
TNN
Striker Mc
ArmC4
ทันโลกกับ Trader KP
M Channel
พลโทดร. พงศกร รอดชมภู
suthichai live
จ๊อดกู้ชาตินักรบ
เรียบเรียงโดย : เจฟฟ์ ยุโรป
โฆษณา