แต่ละครั้งที่ EU พยายามต่ออายุมาตรการคว่ำบาตรรัสเซีย Orbán จะขู่ว่าจะวีโต้จนนาทีสุดท้ายเพื่อแลกกับสิ่งที่เขาต้องการ เดือนมกราคม 2025 เขาขู่ว่าจะปล่อยให้สินทรัพย์รัสเซียมูลค่า 210,000 ล้านยูโรที่ถูก EU ยึดไว้หลุดออกมา แลกกับการที่ยูเครนต้องเปิดท่อก๊าซรัสเซียให้ฮังการีใช้อีกครั้ง
เดือนมีนาคม 2025 เขาขู่วีโต้อีก คราวนี้ได้สิ่งที่ต้องการคือการลบชื่อนักธุรกิจสามคนและรัฐมนตรีกระทรวงกีฬารัสเซียออกจากบัญชีคว่ำบาตร และเขาบล็อกเงินกู้ 90,000 ล้านยูโรที่ EU จะให้ยูเครนมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ปีเดียวกัน โดยอ้างว่ายูเครนทำให้ท่อส่งน้ำมันรัสเซียที่ส่งไปฮังการีและสโลวาเกียเสียหาย
แต่สิ่งที่ทำลายความชอบธรรมของ Orbán มากที่สุดคือสิ่งที่ถูกเปิดเผยในเดือนมีนาคมและเมษายน 2026 ไม่กี่สัปดาห์ก่อนเลือกตั้ง Washington Post รายงานว่า Péter Szijjártó รัฐมนตรีต่างประเทศของ Orbán โทรศัพท์หา Sergei Lavrov รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซียเป็นประจำในช่วงพักของการประชุมรัฐมนตรี EU เพื่อรายงานสดว่าในห้องประชุมกำลังหารือเรื่องอะไรอยู่ ต่อมาสำนักข่าว VSquare, FRONTSTORY, Delfi Estonia, The Insider และ ICJK เปิดเผยบันทึกการสนทนาจริง
หนึ่งในนั้นคือสายจากวันที่ 14 ธันวาคม 2023 ซึ่ง Szijjártó เดินออกจากการประชุมสุดยอด EU ที่กำลังหารือเรื่องการรับยูเครนเข้าเป็นสมาชิก เพื่อโทรรายงานสถานการณ์ให้ Lavrov ฟัง ในสายเดียวกัน Szijjártó ตกลงว่าจะส่งเอกสารภายในของ EU ไปให้สถานทูตฮังการีในมอสโก เพื่อส่งต่อให้ทีมงานของ Lavrov อีกสายหนึ่งในเดือนสิงหาคม 2024 Szijjártó บอก Lavrov ว่าฮังการีและสโลวาเกียจะเสนอให้ลบชื่อญาติของมหาเศรษฐี Alisher Usmanov ออกจากรายการคว่ำบาตรในสัปดาห์ต่อมา "เราจะทำให้ดีที่สุดเพื่อให้เธอออกจากบัญชี"
และในเดือนพฤศจิกายน 2024 หลังคาสถานีรถไฟ Novi Sad ซึ่งอยู่ในส่วน Serbia ของโครงการเดียวกันและได้รับการรีโนเวตโดยผู้รับเหมาจีน ถล่มลงมาทับผู้คนเสียชีวิต 16 ราย ทำให้เกิดการประท้วงใหญ่ในเซอร์เบียต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน
นอกเหนือจากรถไฟ ฮังการียังกลายเป็นศูนย์กลางการผลิตแบตเตอรี่และรถยนต์ไฟฟ้าของจีนในยุโรป CATL บริษัทแบตเตอรี่ที่ใหญ่ที่สุดในโลกลงทุน 7,500 ล้านดอลลาร์สร้างโรงงานในเมือง Debrecen ถัดจากโรงงาน BMW ที่กำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่ EV ในปี 2023 BYD เลือก Szeged เป็นที่ตั้งโรงงานรถยนต์ไฟฟ้าแห่งแรกในยุโรปด้วยเงินลงทุน 5,000 ล้านยูโร และในปี 2025 BYD ย้ายสำนักงานใหญ่ของยุโรปจากเนเธอร์แลนด์มาอยู่ที่ Budapest เมื่อ EU ออกมาตรการภาษีต่อรถยนต์ไฟฟ้าจีน ฮังการีกับเยอรมนีเป็นเพียงสองประเทศสมาชิกที่คัดค้านอย่างเปิดเผย
มีอีกเรื่องที่ไม่ค่อยมีใครพูดถึงในการวิเคราะห์ชัยชนะของ Magyar สื่อส่วนใหญ่ตีเรื่องนี้เป็น "ประชาธิปไตยกลับคืน" หรือ "ฝั่งตะวันตกชนะ" หรือ "การล่มสลายของขั้วประชานิยม" แต่ข้อมูลการสำรวจผู้ลงคะแนนบอกอีกเรื่องหนึ่ง ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งที่ไปลงคะแนนให้ Magyar ส่วนใหญ่ไม่ได้ปฏิเสธชาตินิยมแบบ Orbán
พวกเขาปฏิเสธ Orbán ที่หยุดส่งมอบผลประโยชน์ นโยบายต่อต้านผู้อพยพยังคงเป็นที่นิยม แนวคิดเรื่องอธิปไตยแห่งชาติยังคงเป็นที่นิยม Magyar เองบอกว่าเขาจะใช้แนวทางที่แข็งกว่า Orbán ในเรื่องผู้อพยพโดยการยกเลิกโครงการแรงงานต่างชาติ
สิ่งที่ชาวฮังการีปฏิเสธไม่ใช่ลัทธิของ Orbán มันคือการทุจริตของเขาและความไร้ความสามารถในการบริหารที่ตามมาพร้อมกัน Center for American Progress เขียนประเด็นนี้ไว้อย่างแหลมคมว่า Orbán สร้างสัญญาเงียบๆ กับประชาชนว่าจะยอมให้ระบบการเมืองถูกควบคุมเต็มรูปแบบแลกกับเสถียรภาพและการเติบโตทางเศรษฐกิจ เมื่อสัญญาข้อที่สองล้มเหลว ข้อแรกก็หมดความหมาย