16 เม.ย. เวลา 13:00 • หนังสือ

[เล่มโปรด No. 07] เมื่อแม่และฉันต่างอยากมี ‘วันเวลา’ ของตัวเอง ถ้าแม่...ลาพักร้อนบ้าง จะได้ไหม? 🏖️

“ไม่ใช่ทางเลือกไหนดีกว่ากัน แต่เป็นทางเลือกไหนที่จะเสียใจน้อยกว่ากันเหรอคะ” – กาอึน
ผู้เขียน: แพ-คยองฮี | ผู้แปล: ชฎาพร จารย์ปัญญา
ถ้าวันหนึ่งคุณเจอเอกสารตอบรับเข้าเรียนมหาวิทยาลัยในชื่อ “แม่” ที่อายุใกล้เกษียณ พอคุณไปถาม แม่กลับบอกว่า
ต่อไปนี้ฉันจะไม่เป็นแม่คนแล้ว…ฉันจะเป็นแค่มนุษย์คนหนึ่ง…
แม่ (คุณซุนฮี)
ทุกคนจะรู้สึกยังไงคะ? นี่คือสิ่งที่ทำให้ “ยอนฮวา” ถึงกับเหวอจนทำตัวไม่ถูกเลยค่ะ
แน่นอนว่าการเรียนไม่มีขีดจำกัดเรื่องอายุ แต่การที่แม่คนหนึ่งตัดสินใจสลัดภาระการเลี้ยงลูกแล้วเริ่มต้นเป็นเฟรชชี่ในวัย 50 มันก็ไม่ใช่ภาพที่คนทั่วไปชินตานัก
นอกจากจะไปเรียนแล้ว แม่ยังยกหน้าที่ “ป้าประจำแชร์เฮ้าส์” มาให้ยอนฮวารับช่วงต่อ โดยที่ตัวแม่เองจะเปลี่ยนบทบาทเป็น “นักศึกษาผู้เช่า” ในแชร์เฮ้าส์แทน! ถ้าเป็นทุกคนเจอแบบนี้... จะทำยังไงกันดีคะ?
ถ้าเป็นเรา ก็คงไปไม่เป็นอยู่พักใหญ่เหมือนกันค่ะ แต่นี่แหละคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ทั้งคุณซุนฮี (แม่) และยอนฮวา ได้พบกับ “จุดสมดุล” ของความสัมพันธ์ที่พอดีสำหรับพวกเขา
บางทีการที่แม่ทำหน้าที่แม่มายาวนาน และลูกก็เป็นลูกมาตลอด 30 ปี โดยไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลย อาจทำให้ความสัมพันธ์ถึงจุดอิ่มตัว การลุกขึ้นมา “เว้นระยะห่าง” ให้กับความคุ้นเคยเดิมๆ อาจทำให้เราได้รู้จักตัวเองและคนข้างๆ ในมุมที่เราคิดไม่ถึงเลยก็ได้
การเปลี่ยนบทบาทครั้งนี้ นอกจากจะทำให้ยอนฮวาเข้าใจแม่มากขึ้นแล้ว เธอยังได้เรียนรู้ชีวิตผ่านผู้เช่าที่หลากหลาย โดยเฉพาะจาก 'กาอึน' นักศึกษาร่วมชั้นของแม่ที่กำลังเผชิญวิกฤตชีวิตแบบที่แม่เคยเจอมาก่อน
และเป็นคำพูดของยอนฮวาเองที่ทำให้กาอึนตัดสินใจ 'เลือกทางที่จะเสียใจน้อยกว่า' จนช่วยให้กาอึนผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนั้นไปได้...
ประสบการณ์เหล่านี้เองที่ย้อนกลับมาสอนให้ยอนฮวาได้มอง 'แม่' ในฐานะ 'ผู้หญิงคนหนึ่ง' ที่มีสิทธิ์เลือกทางเดินของตัวเอง ไม่ใช่แค่ในฐานะแม่เพียงอย่างเดียว
การเปิดใจในครั้งนี้กลายเป็นจุดเปลี่ยนที่พัฒนาความคิดของยอนฮวาให้เติบโตขึ้นอย่างงดงาม ซึ่งเราเชื่อว่านี่คือสิ่งที่คนเราต้องเจอสักครั้งในชีวิตค่ะ
Personal View: ใครๆ ก็บอกว่าแม่ลูกยิ่งใกล้ชิดกันยิ่งดี แต่หลังจากอ่านเล่มนี้ ความคิดเราเปลี่ยนไปเลยค่ะ หนังสือเล่มนี้สอนให้เรารู้ว่า “ยิ่งใกล้ ยิ่งต้องมีระยะห่าง”
ความสัมพันธ์แม่ลูกก็เหมือนความรักแบบอื่นๆ ความใกล้ชิดทุกลมหายใจไม่ได้การันตีความแน่นแฟ้นเสมอไป จริงอยู่ที่สายเลือดตัดกันไม่ขาด แต่ “คุณภาพ” ของความสัมพันธ์ขึ้นอยู่กับพื้นที่ว่างที่ให้กันด้วย
ลูกที่ติดแม่มากเกินไปย่อมไม่อาจเติบโตได้อย่างอิสระ ในขณะที่แม่ที่ยึดติดกับลูกมากเกินไป ก็อาจหลงลืมการมีชีวิตเป็นของตัวเอง การถอยออกมาคนละก้าวอาจเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการรักษาความรักให้แข็งแรงและเคารพความเป็นปัจเจกของกันและกัน
เราเองเป็นคนหนึ่งที่เลือกเว้นระยะห่างกับที่บ้านมาตลอด ตั้งแต่อยู่หอพัก ไปเรียนต่างประเทศ จนถึงแยกบ้านมาอยู่เองหลังแต่งงาน การตัดสินใจเหล่านั้นเป็นสิ่งที่เราภูมิใจเสมอ เพราะมันหล่อหลอมให้เราเป็นเราอย่างทุกวันนี้ ในขณะเดียวกัน มันกลับทำให้เรารักและผูกพันกับพ่อแม่ในแบบที่มีคุณภาพและเข้าใจกันมากขึ้น
เป็นอิสระจากกัน... เพื่อที่จะรักกันได้ยาวนานกว่าเดิม
แล้วทุกคนล่ะคะ มีโมเมนต์ที่ต้องเว้นระยะห่างเพื่อเติบโตแบบนี้บ้างไหม? มาแชร์ประสบการณ์กันได้ในคอมเมนต์นะคะ
📍 พิกัดหนังสือ: จิ้มตะกร้าด้านล่างได้เลยค่ะ (รายได้เล็กน้อยจากการสนับสนุนผ่านลิงก์นี้ จะช่วยให้ mon livre มีกำลังใจผลิตคอนเทนต์ดีๆ ต่อไป ขอบคุณมากค่ะ 🙏)

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา