16 เม.ย. เวลา 07:42 • การตลาด

เมื่อสูตรสำเร็จ “การปั๊มยอดวิว” แบบเดิมไม่ได้ผลอีกต่อไป

เพราะอัลกอริทึ่มวัดกันที่ "ความพอใจ+คนดูจริง”ไม่ใช่แค่ "ยอดวิว"
FYI : มีเวลาอยากให้อ่านและแชร์ต่อ เพื่อสร้างความเข้าใจในมาตรฐานอัลดอริทึ่มเดียวกัน
และจากภาพ แต่ละช่องมีความต่างกันของ Content charactor ดังนั้นเนื้อหานี้ไม่ได้บอกว่าใครดีกว่า แต่ผมพยายามอธิบาย “วิธีคำนวนของระบบ และพฤติกรรมคนดู” ที่เปลี่ยนไปไวเหลือเกิน
ขอแบ่งเป็น 5 ข้อนะครับ
1. หมดยุค "ปริมาณ" (Quantity) --> เข้าสู่ยุค “คุณภาพ และประสิทธิภาพ” (Quality + Efficiency)
เราเคยเชื่อว่ายิ่งลงคลิปเยอะ คลิปเร็ว ยอดวิวยิ่งดี
ข้อมูลนี้บอกแล้วว่า “ไม่ใช่อีกต่อไป…”
- ช่อง one31 ลงวิดีโอเพียง 64 คลิป แต่ทำยอดวิวไปได้ถึง 22.9 ล้านครั้ง
- ขณะที่ TNN ลงไปถึง 390 คลิป (มากกว่า 6 เท่า) แต่ได้ยอดวิว 7.6 ล้านครั้ง
- พอดู GMMTV คือที่สุดของประสิทธิภาพ ด้วยยอดเฉลี่ย 1.4 ล้านวิวต่อคลิป
สรุปคร่าวๆ อัลกอริทึมไม่ได้ดูแค่ “ทำเร็ว หรือ ทำเยอะ”
แต่ดูว่าคลิปหนึ่งของคุณทำหน้าที่ได้ดีแค่ไหน (Efficiency per Video) ดูนาน ดูช่องบ่อย ดูประเด็นเหมือนๆกัน
ดังนั้นสิ่งที่อัลกอริทึ่มส่งคนดูมาให้เรา จึงไม่ได้มาจากแค่ พาดหัว หน้าปก หรือการพยายามสร้างความแปลก (ภาษาทีวีเรียกว่า ปั้นเรตติ้ง)
แต่มาจาก “คลิปแนะนำ” (Reccommendation) ตามสูตรที่เล่าไม่ได้ตอนนี้ เดี่ยวยาวววววว55
2. เมื่อ “ความพอใจ” (Satisfaction) มีค่าน้ำหนักมากกว่า “เวลาในการรับชม” (Watch Time)
YouTube ปี 2026 เปลี่ยนจากระบบเน้นเวลาการดู (Watch Time Dominance) ไปสู่ "Satisfaction-Weighted Discovery" หรือการค้นหาที่เน้นความพึงพอใจเป็นหลัก
- AI รู้ใจกว่าเดิม: ระบบ Machine Learning วิเคราะห์ลึกถึง "ความรู้สึก" ของคนดูผ่านสัญญาณต่างๆ เช่น การแชร์ การกลับมาดูซ้ำ และแบบสำรวจความพอใจ ภาษายากๆเช่น Retention, CTR, Engaging behaviors, Suggestions engine �
- คุณภาพสำคัญกว่าความยาว: วิดีโอ 8 นาทีที่คนดูจบ 100% มีค่ามากกว่าวิดีโอ 25 นาทีที่คนดูแค่ 40% แล้วปิดหนีครับ และที่สำคัญสุด….
ทั้ง2อย่าง มีค่ามากกว่า “ยอดวิวสูง แต่ดูแค่10วิ”
3. "ชนเผ่า" (พวกเดียวกัน) และ "ความไว้วางใจ" (Trusted) คือสกุลเงินใหม่
พฤติกรรมคนไทยแตกตัวเป็นกลุ่มย่อยที่เรียกว่า "Tribe-based consumption" คือ คนดูที่ไม่ใช่ Mass แต่มีความเป็น Fragmented ชอบเรื่องเหมือนๆกัน เรื่องเล็กๆ เกิดเป็น Comminity, Trust, Loyalty และอาจจบด้วยการซื้อขายของกันเอง
- 88% ของคนไทย เชื่อใจ "ครีเอเตอร์" มากกว่าสื่อโฆษณาแบบดั้งเดิม
เท่ากับว่า “คน” ยังเป็นจุดยึดเหนี่ยวในการดูคอนเท้น มากกว่า Story ดีดีที่ไม่มีคน�
- ความสำเร็จของช่องอย่าง Cullen HateBerry หรือ Pigkaploy พิสูจน์ว่าความจริงใจ (Authenticity) สร้างฐานแฟนที่เหนียวแน่น (Returning Viewers)
ซึ่งเป็นดัชนีที่อัลกอริทึมรักที่สุด �———�
4. พลังของ Big Screen (Connected TV)
คนไทยดู YouTube ผ่านหน้าจอทีวี (CTV) เพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่าในรอบ 3 ปี
- นั่นทำให้เนื้อหาที่มีคุณภาพระดับ Cinematic หรือ TV-First แบบละครช่อง one31 หรือ Ch3HD ได้เปรียบ เพราะสร้างประสบการณ์การดูแบบยาวๆ และมั่นคงกว่าบนมือถือ
- ปรากฏการณ์ใหม่ “watching without changing” คือเปิดดูไปเรื่อยๆ แล้วแต่พี่จะเสิร์ฟอะไรมาให้ดู เหมือนยุคที่เราเปิดทีวีเป็นเพื่อนโดยไม่ได้ดูคอนเท้นจะรายการอะไรชอบไม่ชอบก็เปิดไว้
แต่ยูทูปในทีวี “มันเลือกของให้ตามที่มันคิดว่าเราชอบ” เท่ากับว่า พอเปิดเป็นเพื่อน กลับมาดูเมื่อไหร่ ก็ยังมีรายการที่อยู่ใน “ชนเผ่าเรา” อยู่ดี
5. YouTube Shorts: อัลกอริทึมที่แยกตัวเป็นเอกเทศ แต่มันคือ “รถแห่” ที่ทำหน้าที่ตีหัวเข้าช่อง
- สูตรลับของ Shorts ปีนี้คือ "Swipe-through rate" (อัตราการไม่ปัดทิ้ง) สูงขึ้นจริงและยังสู้ TikTok ไม่ได้ แต่ถ้าคนดูสนใจ มันจะลากกลับมาดูตัวเต็มที่ช่อง
- คุณมีเวลาเพียง 2 วินาทีแรก (First 2 Seconds Hook) ในการหยุดนิ้วคนดู ถ้าทำไม่ได้ คะแนนความพึงพอใจจะติดลบทันที
- ในทางกลับกัน Shot คือ “โอกาสที่ดีที่สุด” ที่คุนจากลากคนกลับมาที่ช่องได้ โดยไม่ต้องเปลี่ยนแอพ
ดังนั้น การทำ “คลิปสั้น” ให้คนดูเยอะ ไม่มีประโยชน์
แต่คือการทำ ”คลิปยาวที่มีคุณภาพ“ แล้วค่อยมา ”สั้น“ เพื่อลากคนกลับมาดู
สรุป : ในปี 2026 เรากำลังเข้าสู่ยุค "Experience Comtemt ที่ต้องมี Creator” คือคุณไม่ได้แค่ผลิตวิดีโอ
แต่คุณกำลังสร้าง "ประสบการณ์" ให้คนดู
ต้องมี “คนเล่าเรื่อง” (People as a brand”
คนที่เข้าใจ "จังหวะและมวลอารมณ์" (Visual Pacing)
และรักษาความเป็นมนุษย์ไว้ได้ท่ามกลางเนื้อหา AI ที่พยายาม “ถมจำนวนคลิป” แทนเราแล้ว
——-
ถ้าสรุปในมุม #สื่อ : คนทำสื่อต้องเลิกมองว่า Digital first แค่มันคือ Digital = Main screen
โลกกำลังเข้าสู่ ”New era trusted and quality content” ไม่ใช่แค่ Have fun หรือ Parody
การผลิตเนื้อหาชิ้นงาน การสร้างคาแร็กเตอร์ “ที่ดี และตรงกลุ่มเป้าหมายที่เลือก” จึงมีค่ามากกว่าจำนวนและงาน Mass
นี่คือยุคที่ “คุณต้องเลือกจุดยืนว่า…ทำคอนเท้นให้ใครดู มากกว่าทำให้ประชาชนทั่วไปดู”
ผู้นั้นคือผู้ชนะที่แท้จริง….
*ขอบคุณข้อมูลจาก TV Digital Watch ที่รวบรวมข้อมูลมาครับ
————
ระวี ตะวันธรงค์
ที่ปรึกษาสมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์
อดีตผู้บริหารสื่อ และช่องออนไลน์
โฆษณา