Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
กุ้ยหลิน
•
ติดตาม
เมื่อวาน เวลา 09:33 • ประวัติศาสตร์
ความฝันในหอแดง 89 ภักดีย่อมได้ดี
พวกพี่น้องเข้ามานั่ง ผิงเอ๋อรินน้ำชามาให้ พี่เฟิ่งยิ้มว่า
“วันนี้มากันขนาดนี้อย่างกับออกเทียบเชิญมางาน”
ทั่นชุนยิ้มว่า “พวกเรามานี่มีธุระสองเรื่อง เรื่องแรกของข้า เรื่องที่สองของน้องสี่นั้นมีคำพูดฝากมาจากเหล่าไท่ไท่”
พี่เฟิ่งยิ้มว่า “มีเรื่องสำคัญอะไรขนาดนี้”
ทั่นชุนยิ้มว่า “พวกเราก่อตั้งชมรมกวี เริ่มชมรมครั้งแรกไม่ค่อยพรักพร้อมนัก เพราะพวกเราหน้าบางไปหน่อย ระเบียบที่วางไว้จึงรวนเสียหมด ข้าเห็นว่าต้องขอเชิญท่านมาเป็นผู้ตรวจการชมรม เป็นตุลาการหน้าเหล็ก
ส่วนน้องสี่จะวาดภาพอุทยานนั้น สิ่งของที่ต้องใช้ยังมีไม่ครบ เรียนเหล่าไท่ไท่แล้ว ท่านว่าให้ลองหาของที่เก็บอยู่บนหอ ถ้ามีอยู่ให้นำมาใช้ ถ้าไม่มีจึงให้คนไปหาซื้อใหม่”
พี่เฟิ่งยิ้มว่า “ข้าไม่รู้หรอกเรื่องลงกลอนโคลงเคลง ให้ไปช่วยกินได้เท่านั้น”
ทั่นชุนว่า “ท่านแต่งไม่เป็นก็ไม่ต้องแต่ง เพียงคอยดูว่าใครเกียจคร้านก็ลงโทษ”
พี่เฟิ่งยิ้มว่า “เจ้าไม่ต้องมาลูกไม้กับข้า ที่เชิญข้าเป็นผู้ตรวจการอะไรนั่นก็เพียงเห็นข้าเป็นพ่อค้าทองแดง 铜商 (เติ้งทง 邓通 สมัยฮั่นตะวันตก คนโปรดของพระเจ้าฮั่นเหวินตี้ ดูแลเหมืองทองแดงและสามารถผลิตเหรียญใช้เอง จึงกลายเป็นมหาเศรษฐี) พวกเจ้าทำชมรม ผลัดกันเป็นเจ้าภาพแล้วเงินไม่พอใช้ จึงคิดให้ข้าเป็นนายทุนให้ ข้าทายถูกไหมเล่า”
ทุกคนพากันหัวเราะว่า “ท่านทายถูกทีเดียว”
หลี่หวานยิ้มว่า “เจ้าเป็นมนุษย์กระจกใสตับไตแก้วผลึกโดยแท้”
พี่เฟิ่งยิ้มว่า “เจ้าโชคดีที่เป็นสะใภ้ใหญ่ พวกคุณหนูจึงต้องให้เจ้าสอนหนังสือ สอนมารยาท สอนงานเย็บปักถักร้อย มาคราวนี้ตั้งชมรมกวี จะใช้เงินสักเท่าไรเชียว เจ้าก็ไม่สนใจเสียแล้ว
เหล่าไท่ไท่ กับไท่ไท่เป็นเจ้าศักดินา มีเงินเดือนมากกว่าเจ้าสองเท่า เจ้าได้เงินเดือนละสิบตำลึง เหล่าไท่ไท่ ไท่ไท่เห็นว่าเจ้าเป็นหม้ายไร้หลักทรัพย์ น่าสงสารมีเงินไม่พอใช้ ทั้งยังมีลูกเล็ก สั่งเพิ่มให้เจ้าอีกเดือนละสิบตำลึง จึงได้รับเท่ากับเหล่าไท่ไท่ ไท่ไท่ อีกทั้งมอบที่ในสวนให้เจ้าไปเก็บค่าเช่า สิ้นปีแบ่งเงินได้ เจ้าก็ได้รับในสัดส่วนอันดับต้น
พวกเจ้าแม่ลูกกับบ่าวรับใช้รวมแล้วไม่ถึงสิบคน กินอยู่จากส่วนกลาง คิดดูแล้วปีหนึ่งเจ้ามีเงินได้สี่ห้าร้อยตำลึง ถ้าเจ้าเอาเงินมาให้พวกเขาใช้ที่ชมรมปีละร้อยสองร้อยตำลึง จะจ่ายสักกี่ปีกัน อีกหน่อยพวกเขาก็ออกเรือนกันไป ไม่ต้องให้เจ้าจ่ายอีก ตอนนี้เจ้าไม่อยากออกเงิน จึงปั่นหัวพวกเขาให้มาสูบเอากับข้าให้ถึงก้นบาดาล คิดว่าข้าไม่รู้หรือ”
หลี่หวานยิ้มว่า “พวกเจ้าฟังนางไว้ ข้าพูดแค่คำเดียว นางลากความมาสองเกวียน ทำตัวเป็นอันธพาล คิดหยุมหยิมสะระตะทุกอัฐเฟื้อง อย่างเจ้านี่โชคดีแล้วที่เกิดเป็นคุณหนูตระกูลปราชญ์ราชบัณฑิต แต่งมายังตระกูลเสมอกัน จึงทำตัวเยี่ยงนี้ได้ หากเกิดในครอบครัวยากไร้ เป็นเพียงไพร่ เจ้าจะตกต่ำเพียงไหน
เมื่อวานยังลงมือทำร้ายผิงเอ๋อ สาเหตุก็มาจากน้ำเหลืองที่กรอกลงท้องสุนัข ทำให้ข้าอยากออกหน้าเรียกร้องความยุติธรรมให้ผิงเอ๋อ ต้องข่มใจอยู่ครึ่งค่อนวัน เพราะเมื่อวานยังถือเป็นวันดีที่หางสุนัขงอกครบ 狗长尾巴尖儿 เกรงเหล่าไท่ไท่จะไม่สบายใจ จำต้องอดกลั้น
(วันดีที่หางสุนัขงอกครบ 狗长尾巴尖儿的好日子 คือวันเกิด ชาวจีนเชื่อว่า พอหมางอกหางเต็มหาง ก็จะคลอดออกมา)
ยังไม่ทันที่จะสิ้นขุ่นเคือง วันนี้เจ้าก็มาหาเรื่องข้าอีก อย่างเจ้านี่จะเก็บรองเท้าให้ผิงเอ๋อยังไม่คู่ควร พวกเจ้าสองคนนายบ่าว น่าจะสลับสถานะกัน”
คำกล่าวนี้ทำให้ทุกคนหัวเราะ
พี่เฟิ่งยิ้มว่า “ออ ข้ารู้แล้วที่มาหาข้านี่ไม่ใช่เรื่องกลอนหรือภาพวาด แต่ที่แท้จะมาล้างแค้นให้ผิงเอ๋อ ข้าไม่รู้มาก่อนว่าเจ้าหนุนหลังผิงเอ๋อ คิดว่าผีคงผลักข้าให้ลงมือ ต่อไปคงไม่กล้าตีนางอีก แม่นางผิง มานี่ ข้าขอโทษเจ้าต่อหน้าคุณนายใหญ่ของเจ้าและพวกคุณหนู คิดเสียว่าข้าเมาแล้วขาดคุณธรรม”
ทุกคนพากันหัวเราะ
หลี่หวานยิ้มแล้วถามผิงเอ๋อว่า “เป็นอย่างไร ข้าบอกแล้วว่าต้องช่วยเจ้าล้างอายจึงยอมเลิกรา”
ผิงเอ๋อยิ้มว่า “ถึงพวกคุณนายจะเพียงพูดกันเล่น ข้าก็มิกล้ารับ”
หลี่หวานว่า “ทำไมจะรับไม่ได้ มีข้าอยู่ทั้งคน รีบเอากุญแจจากนายของเจ้าไปเอาของที่ต้องใช้เถิด”
พี่เฟิ่งยิ้มว่า “พี่สะใภ้คนดี ท่านก็ไปที่อุทยานกับพวกนางด้วย ข้ายังต้องไปคิดบัญชีข้าวอีก ไท่ไท่ใหญ่ (สิงฮูหยิน) ก็ให้คนมาตาม ยังไม่รู้ต้องการอะไร ข้าต้องไปหาท่าน ยังมีเรื่องเสื้อผ้าของพวกท่านที่ต้องใช้ปลายปี ที่ต้องส่งไปตัดเย็บอีก”
หลี่หวานยิ้มว่า “เรื่องพวกนี้ไม่ใช่ธุระของข้า เจ้าแค่จัดการเรื่องของข้าให้เรียบร้อยก่อน ข้าจะได้กลับไปพักผ่อน คุณหนูพวกนี้จะได้ไม่ต้องมาวุ่นวายกับข้าอีก”
พี่เฟิ่งยิ้มแล้วรีบบอกว่า “พี่สะใภ้คนดี หาเวลาว่างให้ข้าหน่อยเถิด ปกติท่านเอ็นดูข้า ทำไมวันนี้มีเรื่องผิงเอ๋อก็ไม่เอ็นดูข้าแล้ว ท่านเตือนข้าเสมอว่า “ถึงงานจะยุ่งก็ควรดูแลสุขภาพ หาเวลาว่างพักผ่อนบ้าง” วันนี้ท่านกลับบีบคั้นข้าเอาเป็นเอาตาย เรื่องชุดปีใหม่ของผู้อื่นยังพอทำเนา แต่ชุดของพี่น้องพวกนี้ถ้าไม่ทันเวลา ท่านคงต้องรับผิดชอบ เหล่าไท่ไท่มีหรือจะไม่ต่อว่าท่านว่าไม่คอยดูแล สำหรับข้านั้นคงไม่พาดพิงท่านดอก ข้าจะขอรับผิดชอบเอง”
หลี่หวานยิ้มว่า “พวกเจ้าฟังนางพูดดีหรือไม่ ช่างเจรจานัก ข้าถามหน่อย เรื่องชมรมกวีเจ้าจะว่าอย่างไร”
พี่เฟิ่งยิ้มว่า “นี่ยังต้องให้บอกหรือ ถ้าข้าไม่เข้าชมรมอุทิศเงินให้สักหน่อย ข้ามิกลายเป็นขบถในสุทัศนอุทยานนี้ดอกหรือ จะมาขอข้าวกินที่นี่ก็คงไม่ได้ พรุ่งนี้เช้าข้าจะมารับหน้าที่ ลงม้ากราบคารวะดวงตรา มอบเงินห้าสิบตำลึงให้ชมรมค่อยๆ ใช้ในกิจกรรม ข้าแต่งบทกวีไม่ได้ เขียนบทความไม่เป็น เป็นเพียงสามัญชนคนธรรมดา จะมาตรวจการก็ดี ไม่มาตรวจการก็ดี ขอเพียงมีเงิน พวกเจ้าก็คงไม่ไล่ข้าออก”
นางพูดจนทุกคนต้องหัวเราะ
พี่เฟิ่งกล่าวอีกว่า “สักครู่ข้าจะเปิดหอเก็บของ นำของออกมาให้พวกเจ้าดู ของที่ใช้ได้ก็เอาไว้ใช้ ที่ขาดก็จะให้คนรีบไปจัดซื้อตามรายการของพวกเจ้า ผ้าสำหรับภาพวาดไว้ข้าตัดให้ ส่วนผังของอุทยานไม่ได้อยู่ที่เหล่าไท่ไท่ นายท่านเจินเป็นผู้เก็บไว้ ข้าบอกให้รู้ พวกเจ้าจะได้ไม่ไปเจอตอ ข้าจะใช้คนไปเอามาให้ พร้อมกับผ้าที่จะให้อาจารย์ข้างนอกใช้ร่างต้นแบบ ดีหรือไม่”
หลี่หวานพยักหน้ายิ้มว่า “เรื่องนี้ลำบากเจ้าแล้ว เอาเช่นที่เจ้าว่า ถ้าเช่นนั้น พวกเรากลับบ้านกันเถิด รอนางไม่ส่งของมาให้ค่อยมาก่อกวนนางใหม่”
ว่าแล้วก็พาพวกพี่น้องกลับ
พี่เฟิ่งว่า “เรื่องพวกนี้ไม่ใช่ใคร เป่าวี่เป็นคนก่อ”
หลี่หวานหันหลังกลับมายิ้มว่า “ที่มาก็เพราะเป่าวี่นี่แหละ กลับลืมเขาเสียได้ คนที่ผิดนัดงานชมรมครั้งแรกก็คือเขา พวกเราหย่อนยานไปหน่อย เจ้าว่าควรลงโทษเขาอย่างไร”
พี่เฟิ่งตรองดูแล้วว่า “ไม่มีวิธีอื่น ลงโทษให้เขากวาดบ้านพวกเจ้าทุกคนก็แล้วกัน”
ทุกคนหัวเราะแล้วว่า “พูดได้ไม่ผิด”
พอจะพากันกลับ มีสาวใช้พยุงไล่หม่อมอ 赖嬷嬷 เดินเข้ามา พวกพี่เฟิ่งรีบลุกขึ้นแล้วว่า
“แม่ใหญ่ เชิญนั่ง”
แล้วทุกคนต่างทักทายอวยพรให้มีความสุข
ไล่หม่อมอนั่งลงบนขอบเตียงผิง ยิ้มว่า
“ข้ามีความสุขดี พวกนายน้อยทั้งหลายก็มีความสุข หากไม่ใช่พระคุณของเหล่านายน้อย ข้าจะมีความสุขเช่นนี้ได้อย่างไร เมื่อวานนี้คุณนายกรุณาให้ไฉ่เกอส่งของมาให้ หลานชายข้าคุกเข่าคำนับเบื้องสูงที่หน้าประตู”
หลี่หวานยิ้มว่า “เมื่อไรจะเข้ารับหน้าที่”
(หลานชายของไล่หม่อมอ คือ ไล่ส้างหยง 赖尚荣)
ไล่หม่อมอถอนหายใจว่า
“ข้าไม่เกี่ยวอะไรกับเขาด้วยหรอก เรื่องของเขา วันก่อนมาคำนับข้าที่บ้าน ข้าไม่รู้จะอวยพรอะไร บอกไปว่า หลานเอ๋ย อย่าคิดว่าเป็นขุนนางแล้วจะไปเที่ยววางอำนาจข่มเหงรังแกใครเขา เจ้าเป็นผู้เป็นคนมาได้จนปีนี้อายุสามสิบ ถึงจะเป็นลูกหลานบ่าวไพร่ แต่พอคลอดออกมา เจ้านายมีพระคุณปล่อยเจ้าเป็นไท เบื้องบนได้อาศัยบารมีเจ้านาย เบื้องล่างอาศัยพ่อแม่ของเจ้า เจ้ามีโอกาสเล่าเรียนเขียนอ่านเช่นเดียวกับพวกคุณชาย มีสาวใช้ แม่บ้านแม่นมปฏิบัติดังพญาหงส์
เจ้าโตมาจนป่านนี้ ไม่รู้จักคำว่า “บ่าวไพร่ ” โดยแท้จริง รู้แต่เสพสุข ไม่รู้ถึงความลำบากของพ่อของปู่ที่ทุกข์ยากมาสามชั่วคนกว่าจะให้กำเนิดเจ้ามา ตอนยังเล็กก็เจ็บออด ๆ แอด ๆ สิ้นเปลืองเงินไปมากน้อยเท่าไรกว่าจะเป็นมนุษย์เงินอย่างเจ้าขึ้นมาได้ พออายุยี่สิบ เจ้านายเมตตาปูทางเดินในอนาคตให้เจ้า เจ้าดูพวกหน่อเนื้อโดยตรงยังลำบากลำบนเพียงไหน เจ้าเป็นลูกไพร่ ระวังไว้อย่าทำลายโชคอันดีนี้เสีย
สุขสบายสิบปีไม่พอ ภูตเทพตนใดดลใจเจ้านายท่านช่วยเหลือเจ้าอีกได้มาซึ่งตำแหน่งนายอำเภอ 县官 แม้เป็นตำแหน่งเล็กๆ แต่ภาระใหญ่หลวง ปกครองท้องที่ใดก็เปรียบเหมือนบิดามารดาของท้องที่นั้น หากเจ้าไม่รักษาหน้าที่ให้ดี ทดแทนคุณแผ่นดิน ภักดีเจ้านายผู้มีพระคุณ สวรรค์คงไม่คุ้มครองเจ้า”
หลี่หวาน พี่เฟิ่งต่างหัวเราะว่า
“ท่านก็กังวลมากเกินไป เท่าที่พวกเราเห็น เขานั้นดีอยู่ หลายปีก่อน ยังเข้ามาเยี่ยมพวกเราสองครั้ง ไม่กี่ปีหลังนี้ไม่ได้เข้ามา ปีใหม่หรือวันเกิดเห็นแต่ชื่อ ไม่กี่วันก่อนเห็นที่เรือนเหล่าไท่ไท่มาคำนับเหล่าไท่ไท่ กับไท่ไท่ ใส่ชุดขุนนางใหม่ดูมีสง่าราศี ดูเหมือนจะอ้วนท้วนขึ้น
เขาได้เป็นขุนนางครานี้ ท่านควรจะยินดี เหตุใดจึงกลัดกลุ้ม ถ้าเขาประพฤติไม่ดี พ่อแม่เขาก็ยังอยู่ ท่านเพียงทำใจให้สบายก็พอ ว่างๆ ก็ขึ้นเกี้ยวมาเล่นไพ่ สนทนากับเหล่าไท่ไท่ ใครจะกล้ารังเกียจท่าน ที่บ้านท่านก็มีหอห้องโถงศาลา ใครใครก็เคารพ เรียกได้ว่าเจ้าศักดินาเหมือนกัน”
ผิงเอ๋อรินน้ำชามาให้ ไล่หม่อมอรีบลุกขึ้นยืนว่า
“แม่นาง ให้เด็กเทมาให้ก็พอ ทำไมต้องลำบากเจ้า”
ว่าแล้วก็ดื่มน้ำชาแล้วกล่าวต่อว่า
“คุณนายคงไม่รู้ เด็กพวกนี้ต้องดูแลอย่างเข้มงวด มิเช่นนั้น พวกเขาจะเอาเวลาไปก่อเรื่องเดือดร้อนให้ผู้ใหญ่เป็นห่วง คนที่เข้าใจ ก็ว่าเป็นความซุกซนของเด็ก คนที่ไม่เข้าใจ ก็ว่านี่เป็นการวางอำนาจรังแกคน เสียไปถึงเจ้านาย ไม่มีทางอื่น ก็ต้องเรียกพ่อแม่เขามาดุด่าจึงดีขึ้นบ้าง”
แล้วชี้มาที่เป่าวี่ว่า
“ข้าไม่กลัวว่าเจ้าจะโกรธหรือไม่ เวลานายท่าน(เจี่ยเจิ้ง)จะเข้มงวดกวดขันเจ้า เหล่าไท่ไท่ก็จะออกหน้ามาปกป้อง ตอนที่นายท่านยังเล็ก ท่านปู่ของเจ้าก็ตีสั่งสอน นี่ไม่มีใครรู้เห็น ตอนนายท่านยังเล็กก็เหมือนเจ้าไม่กลัวฟ้ากลัวดิน ยังนายใหญ่ (เจี่ยเส้อ) อีกคน ถึงจะซน ก็ไม่มีรังให้ซุกอย่างเจ้า ถูกตีทุกวัน
ยังมีนายท่านเจิน (เจี่ยเจิน) ที่จวนตะวันออก ท่านปู่ยิ่งอารมณ์ร้อนเหมือนน้ำมันราดบนกองไฟ โมโหตีลูกทีเหมือนสอบสวนโจร มาเดี๋ยวนี้ เท่าที่ข้าได้ยินได้ฟัง ถึงนายท่านเจินจะยังเข้มงวดกฏระเบียบเหมือนบรรพชน แต่ก็เป็นเรื่องเว้นเรื่อง สำคัญคือไม่เคร่งครัดกับตัวเอง ลูกหลานจึงไม่ค่อยยำเกรง
ที่ข้าพูดนี่ เจ้าเข้าใจก็ดี ไม่เข้าใจ ถึงไม่พูดคงนึกด่าข้าในใจ”
ระหว่างที่ไล่หม่อมอร่ายยาวอยู่นั้น ภรรยาไล่ต้า 赖大家的 เดินเข้าห้องมา ตามมาด้วยภรรยาโจวยุ่ย 周瑞家的 และภรรยาจางไฉ 张材家的
พี่เฟิ่งยิ้มว่า “ลูกสะใภ้มารับแม่แล้ว”
ภรรยาไล่ต้ายิ้มว่า “ข้าไม่ได้มารับท่านแม่ แต่จะมาเรียนถามคุณนายว่าจะให้เกียรติไปงานหรือไม่”
ไล่หม่อมอได้ฟังก็ยิ้มว่า “ข้าเหลวไหลเอง เรื่องสำคัญไม่ได้พูด มัวแต่เท้าความเก่าเล่าความหลัง คือหลานชายข้าได้รับตำแหน่ง พวกญาติพี่น้องจะแสดงความยินดี ข้าตรองดูแล้วว่าจะอาศัยบารมีของเจ้านาย เทครัวจัดงานเลี้ยงสามวัน
วันแรก จะจัดโต๊ะในอุทยานซอมซ่อของเรา มีเวทีงิ้วหนึ่งแห่ง เชิญเหล่าไท่ไท่ พวกไท่ไท่ คุณนาย คุณหนูมารื่นเริงหนึ่งวัน จัดโต๊ะในห้องโถงด้านนอก มีเวทีงิ้วหนึ่งแห่ง เชิญพวกนายท่านผู้เฒ่า นายท่านมาเป็นเกียรติ
วันที่สองจัดเลี้ยงญาติพี่น้องเพื่อนฝูง วันที่สามจัดเลี้ยงเพื่อนร่วมงานทั้งสองจวน ครึกครื้นกันสามวัน เฉิดฉายเจิดจ้าด้วยบารมีเจ้านายท่าน”
หลี่หวาน พี่เฟิ่งยิ้มถามว่า “งานมีขึ้นเมื่อใด พวกเราต้องไปแน่ แต่เหล่าไท่ไท่นั้นท่านย่อมยินดีแต่จะไปหรือไม่ เราตอบแทนไม่ได้”
ภรรยาไล่ต้าว่า “กำหนดจัดงานวันที่สิบสี่ ได้โปรดไปเป็นเกียรติเห็นแก่แม่นายของพวกเราด้วย”
พี่เฟิ่งยิ้มว่า “ข้าไปแน่ คนอื่นข้าไม่รู้ แต่บอกไว้ก่อน ข้าไม่มีของขวัญ หรือเงินรางวัลให้นักแสดง ไปกินแล้วก็กลับ อย่าได้ล้อเลียน”
ภรรยาไล่ต้าว่า “หาเป็นไรไม่ หากคุณนายชอบใจ อาจให้รางวัลเราสักสองสามหมื่นตำลึง”
ไล่หม่อมอว่า “ข้าจะไปเชิญเหล่าไท่ไท่ หากเหล่าไท่ไท่ไปร่วมงานจะเป็นเกียรติแก่ข้ายิ่ง”
ว่าแล้วก็ลุกขึ้นลากลับ มองมาเห็นภรรยาโจวยุ่ย พลันนึกอะไรขึ้นมาได้ จึงว่า
“ข้าว่าจะถามคุณนาย ลูกชายซ้อโจวทำอะไรผิด ถึงถูกไล่ออก”
พี่เฟิ่งยิ้มว่า “ข้าว่าจะบอกสะใภ้ท่านอยู่พอดี แต่มีเรื่องอื่นเลยลืมไป”
แล้วบอกภรรยาไล่ต้าว่า “อาซ้อไล่กลับไปบอกสามีเจ้าด้วยว่า เด็กคนนั้นไม่ให้ทำงานในสองจวนนี้แล้ว”
ภรรยาไล่ต้าได้แต่รับคำ
ภรรยาโจวยุ่ยรีบคุกเข่าลงอ้อนวอน ไล่หม่อมอว่า
“เกิดอะไรขึ้น ลองเล่ามาให้ข้าพิจารณา”
พี่เฟิ่งว่า “งานวันเกิดข้าที่ผ่านมา เด็กนั่นเมามาก่อนงานเริ่ม ท่านแม่ข้าส่งของขวัญมา เขาไม่ออกไปรับของเอาแต่นั่งด่าคน จนสองสาวที่มาส่งของเข้ามาข้างในแล้วถึงให้บ่าวสองคนออกไปยกของเข้ามา บ่าวสองคนนั่นไม่มีอะไรหรอก แต่ตัวเขากลับพลั้งมือทำกล่องที่ตัวเองยก หมั่นโถวหกเต็มลาน พอเลิกงาน ข้าให้ไฉ่หมิง 彩明 ไปต่อว่า เขากลับด่าไฉ่หมิงเสียยกใหญ่ เด็กเวรตะไลนี่จะเก็บเอาไว้ทำไม”
ไล่หม่อมอว่า “ข้าคิดว่าเรื่องอะไร คุณนายฟังข้า เรื่องนี้คุณนายจะตีจะด่าให้เขากลับตัวก็ได้ แต่ไล่ออกไม่ได้ เขาไม่ใช่เด็กในบ้านเราแต่แรก แต่เป็นเด็กรับใช้ติดตามไท่ไท่มา (หวางฮูหยิน) คุณนายไล่เขาออกก็เหมือนไม่ไว้หน้าไท่ไท่ ข้าว่าคุณนายให้กินไม้กระบองสั่งสอนหน่อย แล้วห้ามทำผิดซ้ำอีกก็พอ ไม่เห็นแก่แม่ของเขา ก็เห็นแก่ไท่ไท่”
พี่เฟิ่งจึงหันมาสั่งภรรยาไล่ต้าว่า “เอาอย่างนี้ พรุ่งนี้เจ้าตามเขามา ลงโทษโบยสี่สิบที แล้ววันหลังห้ามเมาอีก”
ภรรยาไล่าต้ารับคำ ภรรยาโจวยุ่ยโขกศีรษะคำนับพี่เฟิ่งแล้วโขกศีรษะคำนับไล่หม่อมอจนภรรยาไล่ต้าต้องดึงตัวไว้ให้หยุด จากนั้นทั้งสามก็ลากลับ
พวกหลี่หวานกลับมาถึงอุทยาน ตกเย็นพี่เฟิ่งให้คนนำเครื่องใช้ในการวาดภาพมาให้ตามนัด พวกเป่าไชช่วยกันคัดไว้ใช้ได้ถึงครึ่ง อีกครึ่งทำบัญชีรายการที่ต้องการให้พี่เฟิ่งให้คนไปจัดซื้อ
ตอนก่อนหน้า : ไกล่เกลี่ย
https://www.blockdit.com/posts/69dcbf10d566a1ce93ea79ce
ตอนถัดไป : พิรุณสารทสายัณห์ริมบัญชร
1 บันทึก
3
6
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
ความฝันในหอแดง
1
3
6
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย