เมื่อวาน เวลา 11:15 • ความคิดเห็น

5 Motto ในดวงใจ

Motto ในภาษาฝรั่งถ้าแปลไทยก็คงเป็นแนว คติพจน์ คำขวัญ หรือภาษิต ที่เอาไว้สอนใจ ส่วนใหญ่ก็เป็นประโยคสั้นๆ บาง motto ก็ฟังแล้วผ่านเลย ไม่เข้าหู ฟังไปก็ไม่รู้จะไปทำอะไรต่อ เช่นคำขวัญวันเด็กที่นายกฯ ทุกยุคทุกสมัยตั้งให้ทุกปี
1
แต่หลาย motto ก็มีความหมายที่ลึกซึ้ง เห็นครั้งเดียวก็จำได้และทำให้รู้ถึงวิธีคิดขององค์กรนั้นๆได้เป็นอย่างดี หรือยิ่งไปกว่านั้นก็รู้ได้เลยว่า ถ้าอยู่ที่นี่ต้องทำตัวยังไง
สำหรับผมนั้น มี motto อยู่ 5 ประโยคที่ผมเห็นครั้งเดียวก็จำได้จนวันนี้ก็เลยอยากเอามาลองเล่าสู่กันฟัง
Motto แรกเป็นของหนังสือพิมพ์สยามรัฐ ที่ก่อตั้งโดย ม.ร.ว คึกฤทธิ์ ปราโมชเมื่อปี 2493 เป็นภาษาบาลีเขียนไว้ว่า ” นิคฺคณฺเห นิคฺคหารหํ ปคฺคณฺเหปคฺคหารหํ “ หรือแปลเป็นไทยว่า พึงชมคนที่ควรชม และข่มคนที่ควรข่ม
โดยหม่อมคึกฤทธิ์เขียนไว้ตอนหนึ่งว่า “หน้าที่ของหนังสือพิมพ์ คือการเสนอข่าวโดยยึดถือความจริงเป็นใหญ่ ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและด้วยธรรมะในใจ หนังสือพิมพ์ที่ดี ต้องคำนึงถึงบุญคุณของผู้อ่าน รักษาสัดส่วนของการหาประโยชน์และการหนังสือพิมพ์ได้ให้เหมาะสม วิพากษ์วิจารณ์แสดงทัศนะไปโดยบริสุทธิ์ เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้ง“
พอเห็น motto นี้ก็รู้ถึงปณิธานของผู้ก่อตั้งและแนวปฏิบัติได้เป็นอย่างดี และถ้าอ่านประวัติสยามรัฐในการต่อสู้กับเผด็จการในช่วงที่หม่อมคึกฤทธิ์คุมบังเหียนอยู่ก็จะรู้สึกถึงปณิธานนั้นได้เช่นกัน
Motto ที่สองเป็นของโรงเรียนอัสสัมชัญศรีราชาที่ผมเรียนในช่วงประถมถึงมัธยมต้น เป็นคำขวัญภาษาลาติน Mens sana in corpore sano
ที่แปลได้ว่า “ จิตใจที่ดีจะอยู่ในร่างกายที่แข็งแรงเท่านั้น “
โรงเรียนอัสสัมชัญศรีราชาจึงเน้นการกีฬาอย่างจริงจังมากจนเป็นที่เลื่องลือในหมู่โรงเรียนทั้งหลาย ในตอนผมเด็กๆยังคิดสงสัยในคำขวัญนี้ อาจจะเพราะดูหนังจีนกำลังภายในเยอะ ทำให้คิดแย้งกลับว่าถ้าเรามีจิตใจที่เข้มแข็ง มีลมปราณที่สุดยอด เดี๋ยวร่างกายมันก็แข็งแรงเอง แต่พอโตขึ้น เคยเจ็บไข้ได้ป่วยถึงเข้าใจคำขวัญนี้ได้ถ่องแท้ เวลาร่างกายไม่ดี จิตใจก็จะไม่ดีตาม ไม่สงบและรู้สึกอ่อนแอ พอร่างกายดี ออกกำลังสม่ำเสมอ ไม่เหนื่อย ไม่ป่วย จิตใจก็มั่นคง
ผมเคยได้ยินพระบางรูปพูดถึงเรื่องแบบนี้ด้วยว่าพอเป็นเบาหวานแล้วนั่งสมาธิได้ไม่ดีเลย ก็เป็นคำยืนยันที่คำขวัญนี้จริงๆ
Motto ที่สามเป็นของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ที่มีป้ายจารึกไว้ว่า “ สิ่งที่ถูกต้องคือถูกต้อง แม้ไม่มีใครทำสิ่งนั้น สิ่งที่ผิดคือสิ่งที่ผิด แม้ทุกคนทำสิ่งนั้น” เป็น motto ของอาจารย์สังเวียน อินทรวิชัย ผู้บุกเบิกตลาดหลักทรัพย์ฯในยุคเริ่มแรก อาจารย์วางรากฐานทั้งเรื่องระบบและย้ำเรื่องวิธีคิด
วิถีปฏิบัติที่เป็นโครงสร้างให้ตลาดหลักทรัพย์เจริญรุ่งเรืองและเป็นที่น่าเชื่อถืออย่างมากในปัจจุบัน
แผ่นป้ายจารึกนี้เป็นเครื่องเตือนใจชาวตลาดหลักทรัพย์ฯและเป็นที่ประทับใจแก่ผู้พบเห็นรวมถึงผมเอง และแอบอยากเอาแผ่นป้ายนี้ไปแปะตามองค์กรรัฐอื่นๆ ที่มีเรื่องอื้อฉาวตามน้ำกันในตอนนี้อีกด้วย
Motto ที่สี่เป็นของบริษัทภัทร ที่พี่เตา บรรยงค์ พงษ์พานิช ที่แปะไว้ข้างฝาบริษัท ที่ผมชอบมากๆเพราะนอกจากจะชัดเจน ฟังแล้วรู้เลยว่าองค์กรนี้ยึดถืออะไร ยังเป็นคำพูดที่ฮาร์ดคอร์ เห็นครั้งเดียวจำถึงก้านสมองได้ motto นี้เขียนว่า “ อ้วนได้โดยไม่ต้องเหี้ย “
คนที่ภัทรสามารถรวยได้บนหลักการที่ถูกต้อง ไม่ใช่ห้ามรวยแต่ห้ามตุกติก พี่เตาเคยให้สัมภาษณ์กับ workpoint today ถึงเรื่องนี้ไว้ว่า
“ กลุ่มธุรกิจภัทรพยายามสร้างแก่น หนึ่งในหลักการของเราคือ “ อ้วนได้โดยไม่ต้องเหี้ย “ เพราะว่าพวกเราทำงานในตลาดทุน ตลาดหุ้นที่มีประโยชน์มากกับระบบเศรษฐกิจ แต่พฤติกรรมนั้นมีหลายแง่ หลายมุมมอง มีการหลอกลวงเช่น ปั่นหุ้น แต่งบัญชี ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ไม่ดีเพื่อเอาเงิน
แต่เราบอกว่าเราจะไม่ทำพวกนั้น เราจะพัฒนาตัวเองเพื่อแก่นสารของตลาดทุน เรามาสร้างเนื้อสร้างตัวไม่ได้ทำการกุศล แต่เราไม่จำเป็นต้องประพฤติในสิ่งไม่ดี ต่อให้ไม่ถูกจับ ทุกคนต้องมีทัศนคตินี้เป็นทัศนคติแรก เพราะถ้าไม่มี เราจะบอกว่าอย่ามาอยู่กับเราเลยเพราะคุณจะกลายเป็นคนแปลก …”
วิถีแบบนี้ทำให้ภัทรอยู่ยั้งยืนยงผ่านร้อนผ่านหนาวจนกลายเป็นสถาบันการเงินที่ได้รับการยอมรับอย่างสูงมาหลายสิบปี..
Motto สุดท้าย ผมสะดุดอย่างมากตอนที่พาลูกไปดูโรงเรียนอินเตอร์เมื่อหลายปีก่อน ลูกๆอยากลองย้าย ลองผจญภัยจากโรงเรียนไทยดู ตอนนั้นก็ตระเวนไปดูหลายที่ แต่ละที่ก็ดูดีไม่ต่างกัน แต่ตอนที่มาเยี่ยมชมโรงเรียน shrewsbury ป้ายคำขวัญอันใหญ่ของโรงเรียนเขียนไว้ว่า “ if the heart is right, all will be well”
ผมได้คุยกับครูใหญ่ที่เริ่มบทสนทนาถึงหลักการที่มุ่งเน้นถึงวิธีคิด การหล่อหลอมนิสัยก่อนเรื่องอื่น ยิ่งทำให้ตัดสินใจได้ไม่ยาก และเป็น motto ที่ผมไว้ใช้ตอนรับสมัครพนักงานใหม่หลังจากนั้นอีกด้วย
Motto ที่ดีนั้นนอกจากจะจำง่ายน่าประทับใจแล้ว ยังมีความสามารถในการเกาะกุมหัวใจสำหรับคนได้เห็นได้ยิน และส่องแสงเป็นแนวทางหลักสำหรับผู้ที่อยู่ในองค์กรนั้นๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากๆ
ผมเชื่อว่า motto ที่ดีนั้นก็ต้องกลั่นออกมาจากความเชื่ออย่างสุดขั้วของผู้นำ ขององค์กรและเป็นวัตรปฏิบัติจริงในทุกเรื่องที่ทำ
จึงจะแหลมคมน่าจดจำและเข้าใจได้อย่างง่ายๆจนเป็นสรณะขององค์กรในระดับสร้างวัฒนธรรมองค์กรได้เลยนะครับ…
โฆษณา