Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ด.ดล Blog
ยืนยันแล้ว
•
ติดตาม
เมื่อวาน เวลา 02:09 • ธุรกิจ
ใครว่า Ericsson ตายแล้ว? จากร้านซ่อมโทรเลข สู่ผู้กุมชะตา 5G ของโลก
หากให้ลองหลับตาแล้วนึกถึงชื่อแบรนด์โทรศัพท์มือถือเครื่องแรกในชีวิต เชื่อว่าหลายคนน่าจะนึกถึงแบรนด์ยุคบุกเบิกที่เคยโด่งดังในอดีต
ภาพจำของเราที่มีต่อแบรนด์เหล่านั้น มักจบลงที่ความพ่ายแพ้ในการแข่งขัน และค่อยๆ เลือนหายไปจากตลาดเมื่อโลกก้าวเข้าสู่ยุคสมาร์ตโฟน
แต่มีอยู่แบรนด์หนึ่งที่ไม่ได้หายไปไหน แถมยังผันตัวไปเป็นผู้ทรงอิทธิพลที่คอยชักใยอยู่เบื้องหลังโลกอินเทอร์เน็ตที่เราใช้งานกันอยู่ทุกวัน…
และแบรนด์นั้นก็คือ “Ericsson” บริษัทโทรคมนาคมข้ามชาติสัญชาติ Swedish ที่มีอายุยืนยาวมาเกือบ 150 ปี
เรื่องราวของบริษัทนี้น่าสนใจตรงที่ พวกเขาเคยเป็นถึงเจ้าพายุมือถือระดับโลก แต่กลับกล้าตัดสินใจเฉือนอวัยวะทิ้ง เพื่อรักษาชีวิตขององค์กรเอาไว้
อะไรคือจุดเปลี่ยนที่ทำให้ Ericsson ยอมละทิ้งตลาดที่ตัวเองเคยเป็นผู้ชนะ และพลิกเกมจนก้าวขึ้นมาเป็นผู้กุมชะตาเทคโนโลยี 5G ของโลกได้สำเร็จ
…
ย้อนกลับไปในปี 1876 ชายหนุ่มชื่อ Lars Magnus Ericsson ได้ตัดสินใจเปิดเวิร์กช็อปเล็กๆ ในเมือง Stockholm ประเทศ Sweden
จุดเริ่มต้นของเขาไม่ได้ยิ่งใหญ่อะไร เป็นเพียงแค่ร้านรับซ่อมแซมอุปกรณ์โทรเลขที่เขาทำร่วมกับภรรยาในอพาร์ตเมนต์ของตัวเอง
แต่ด้วยสายตาที่เฉียบคมและทักษะความเป็นช่างฝีมือ เขาไม่ได้หยุดเป้าหมายของตัวเองไว้ที่การเป็นแค่ช่างซ่อมโทรเลข…
ในยุคนั้น โทรศัพท์เป็นเทคโนโลยีใหม่ที่เพิ่งถูกนำเข้ามาจากต่างประเทศ ซึ่งเขามองเห็นว่าอุปกรณ์เหล่านั้นยังมีข้อบกพร่องอยู่มาก
เขาจึงเริ่มนำโทรศัพท์เหล่านั้นมาถอดชิ้นส่วน ศึกษาการทำงาน และลงมือดัดแปลงจนสามารถผลิตโทรศัพท์ในเวอร์ชันของตัวเองขึ้นมาได้สำเร็จ
ผลงานของเขามีคุณภาพดีเยี่ยม เสียงชัดเจนกว่า และทนทานต่อการใช้งานมากกว่าอุปกรณ์นำเข้า ทำให้ชื่อเสียงของบริษัทเริ่มเป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็ว
จากร้านซ่อมโทรเลขเล็กๆ กิจการของเขาก็ขยายตัว กลายเป็นโรงงานผลิตอุปกรณ์สื่อสารที่ส่งออกไปไกลทั่วทวีปยุโรป รัสเซีย และแอฟริกาใต้…
เมื่อเวลาผ่านไป โลกก้าวเข้าสู่ศตวรรษที่ 20 เทคโนโลยีการสื่อสารก็พัฒนาไปอย่างก้าวกระโดด และบริษัทแห่งนี้ก็ไม่เคยยอมตกขบวน
ในปี 1956 โลกได้รู้จักกับสิ่งที่เรียกว่าระบบโทรศัพท์มือถือเป็นครั้งแรก ซึ่งเกิดจากฝีมือการคิดค้นของทีมนักวิศวกรจากบริษัทแห่งนี้
แม้โทรศัพท์มือถือในยุคนั้นจะมีขนาดใหญ่โตเทอะทะ และต้องติดตั้งไว้ในกระโปรงหลังรถยนต์ แต่นี่คือจุดประกายสำคัญที่เปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์มวลมนุษยชาติ
มันคือการวางรากฐานครั้งใหญ่ ที่ปูทางไปสู่การปฏิวัติการสื่อสารแบบไร้สายที่เราทุกคนคุ้นเคยกันในปัจจุบัน…
ในยุคที่โทรศัพท์มือถือยังเป็นของแปลกใหม่ บริษัทแห่งนี้สามารถสร้างสรรค์ดีไซน์ที่ล้ำสมัยจนกลายเป็นสัญลักษณ์ของความสำเร็จ
นักธุรกิจทั่วโลกต่างต้องพกพาโทรศัพท์ที่มีเสาอากาศยื่นออกมา ซึ่งเป็นผลงานการออกแบบจากวิศวกรขององค์กรแห่งนี้
มันเป็นยุคทองที่ทุกอย่างดูเหมือนจะดำเนินไปได้สวย จนไม่มีใครคาดคิดว่าพายุลูกใหญ่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างเงียบๆ…
เคล็ดลับสำคัญที่ทำให้องค์กรแห่งนี้ก้าวนำหน้าคู่แข่งอยู่เสมอ คือการทุ่มเทเม็ดเงินมหาศาลไปกับการวิจัยและพัฒนา
พวกเขาไม่ได้แค่สร้างอุปกรณ์ แต่ยังเข้าไปมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในการกำหนดมาตรฐานโทรคมนาคมระดับโลก
เป้าหมายคือการทำให้แน่ใจว่า เครือข่ายและอุปกรณ์การสื่อสารจากทุกมุมโลก จะสามารถเชื่อมต่อและทำงานร่วมกันได้อย่างไร้รอยต่อ
การเข้าไปเป็นผู้กำหนดกฎเกณฑ์นี้เอง ที่ทำให้บริษัทเติบโตอย่างก้าวกระโดด และกลายเป็นราชาผู้ครองตลาดโครงข่ายสื่อสารในยุค 2G อย่างแท้จริง…
ความสำเร็จในยุคนั้นหอมหวานมาก โทรศัพท์มือถือของบริษัทขายดีเป็นเทน้ำเทท่า และกลายเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก
การคิดค้น Bluetooth ในปี 1994 ก็เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่ชัดเจนถึงวิสัยทัศน์ที่ก้าวล้ำของนักพัฒนาในบริษัทแห่งนี้
ในตอนแรก เทคโนโลยีนี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาสายระโยงระยางบนโต๊ะทำงานที่ดูเกะกะสายตา
แต่ด้วยวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล พวกเขาเลือกที่จะเปิดเทคโนโลยีนี้ให้เป็นมาตรฐานสากล แทนที่จะเก็บไว้ใช้เพียงบริษัทเดียว
ผลลัพธ์คือโลกทั้งใบได้ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีนี้ และชื่อของบริษัทก็ได้รับการยอมรับในฐานะผู้สร้างมาตรฐานระดับโลก…
แต่คลื่นลมในโลกธุรกิจมักคาดเดาไม่ได้เสมอ เมื่อก้าวเข้าสู่ช่วงต้นยุค 2000s โลกก็ต้องเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่
วิกฤตที่ว่านั้นคือภาวะฟองสบู่แตกในกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยี ซึ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่ออุตสาหกรรมโทรคมนาคมทั่วโลก
ผู้ให้บริการเครือข่ายต่างพากันรัดเข็มขัดและลดการลงทุน ทำให้ยอดสั่งซื้ออุปกรณ์โครงข่ายของบริษัทหายวับไปในพริบตา…
บริษัทต้องเผชิญกับภาวะขาดทุนอย่างหนัก จนนำไปสู่การตัดสินใจที่เจ็บปวดที่สุด นั่นคือการปลดพนักงานออกมากกว่าครึ่งหนึ่ง
จากองค์กรที่มีพนักงานมากกว่าหนึ่งแสนคน เหลือพนักงานเพียงห้าหมื่นกว่าคนเท่านั้น เพื่อพยุงให้บริษัทเดินหน้าต่อไปได้
ในขณะเดียวกัน ธุรกิจโทรศัพท์มือถือที่เป็นเหมือนหน้าตาของแบรนด์ ก็ต้องเผชิญกับการแข่งขันที่ดุเดือดเลือดพล่านจากคู่แข่งหน้าใหม่…
เพื่อเอาชีวิตรอดในสมรภูมิที่กำลังเสียเปรียบ บริษัทตัดสินใจจับมือเป็นพันธมิตรกับบริษัทยักษ์ใหญ่จากฝั่งญี่ปุ่น เกิดเป็นแบรนด์ร่วมทุนชื่อดังในยุคนั้นอย่าง Sony-Ericsson
การรวมพลังครั้งนั้นช่วยต่อลมหายใจให้กับธุรกิจโทรศัพท์มือถือได้พักใหญ่ แต่ลึกๆ แล้ว ผู้บริหารรู้ดีว่านี่ไม่ใช่ทางออกที่ยั่งยืน
สมรภูมิสมาร์ตโฟนกำลังเปลี่ยนไป ผู้เล่นหน้าใหม่ที่มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการที่ล้ำสมัยกำลังจะเข้ามากลืนกินตลาดนี้จนหมดสิ้น…
ในที่สุด ปี 2012 บริษัทก็ตัดสินใจครั้งประวัติศาสตร์ ด้วยการขายหุ้นทั้งหมดในธุรกิจโทรศัพท์มือถือให้กับพาร์ตเนอร์ฝั่งญี่ปุ่น
มันคือการประกาศถอนตัวออกจากตลาดผู้บริโภคทั่วไปโดยสมบูรณ์ เป็นการทิ้งภาพจำที่สั่งสมมานานนับทศวรรษ
แต่การถอยครั้งนี้ ไม่ใช่การยอมแพ้ พวกเขาเพียงแค่เลือกที่จะทิ้งสิ่งที่ตัวเองไม่ได้เชี่ยวชาญที่สุด เพื่อกลับไปโฟกัสกับรากเหง้าของตัวเอง…
บริษัทหันมาทุ่มเททรัพยากรทั้งหมดให้กับการสร้าง “โครงสร้างพื้นฐาน” ด้านระบบเครือข่ายสำหรับองค์กรและผู้ให้บริการโทรคมนาคม
การปรับเปลี่ยนทิศทางธุรกิจมุ่งสู่ตลาดองค์กร หรือ B2B กลายเป็นกลยุทธ์ที่เฉียบคมอย่างไม่น่าเชื่อ
เพราะในขณะที่ตลาดสมาร์ตโฟนต้องฟาดฟันกันด้วยสงครามราคาและฟีเจอร์ที่ฉาบฉวย ตลาดโครงสร้างพื้นฐานกลับเป็นเกมที่ต่างออกไป…
เกมนี้ต้องวัดกันที่ความน่าเชื่อถือ เสถียรภาพ และความก้าวหน้าทางวิศวกรรมขั้นสูง ซึ่งเป็นดีเอ็นเอที่ฝังอยู่ในองค์กรมาตั้งแต่ยุคช่างซ่อมโทรเลข
การตัดสินใจเฉือนอวัยวะในวันนั้น พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเป็นการมองการณ์ไกลที่เฉียบขาดอย่างแท้จริง
เพราะหลังจากนั้น โลกก็ก้าวเข้าสู่ยุคของการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตความเร็วสูงผ่านเครือข่าย 3G และ 4G ซึ่งเป็นสนามที่พวกเขาถนัดที่สุด…
บริษัทไม่ได้ทำแค่เรื่องเสาสัญญาณอีกต่อไป แต่ก้าวไปสู่การเป็นผู้ให้บริการโซลูชันระดับโลกที่ครอบคลุมทุกมิติ
พวกเขาเข้าไปมีบทบาทในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงสู่ยุคดิจิทัล หรือ Digital Transformation ให้กับหลากหลายอุตสาหกรรม
เทคโนโลยีเบื้องหลังอย่าง Cloud Computing หรือการจำลองเครือข่ายเสมือน ล้วนมีรากฐานมาจากโซลูชันของบริษัทแห่งนี้…
การดำเนินธุรกิจแบบซุ่มเงียบอยู่เบื้องหลัง ทำให้ผู้คนทั่วไปอาจหลงลืมชื่อของพวกเขาไปบ้าง
แต่สำหรับบรรดาบริษัทยักษ์ใหญ่และองค์กรระดับประเทศ พวกเขาคือพันธมิตรทางยุทธศาสตร์ที่ขาดไม่ได้
เครือข่ายที่เสถียรและทรงพลัง คือกระดูกสันหลังที่คอยพยุงระบบเศรษฐกิจดิจิทัลของโลกเอาไว้ให้เดินหน้าต่อไปได้…
ไม่ว่าจะเป็นระบบธนาคารออนไลน์ การควบคุมเครื่องจักรในโรงงาน หรือแม้แต่ระบบสาธารณสุขทางไกล
ทั้งหมดนี้ล้วนต้องอาศัยโครงสร้างพื้นฐานทางโทรคมนาคมที่แข็งแกร่ง และรองรับการส่งผ่านข้อมูลมหาศาลในเสี้ยววินาที
จนกระทั่งโลกเดินทางมาถึงยุคของเทคโนโลยี 5G ซึ่งเป็นยุคที่อินเทอร์เน็ตไม่ได้เชื่อมโยงแค่คนถึงคน แต่เชื่อมโยงทุกสรรพสิ่งเข้าด้วยกัน…
และในยุคนี้เอง ที่บริษัทแห่งนี้ได้แสดงศักยภาพที่แท้จริงออกมาให้โลกได้ประจักษ์
ด้วยจำนวนสิทธิบัตรด้านเทคโนโลยี 5G ที่พวกเขาถือครองอยู่มากมายมหาศาล ทำให้บริษัทก้าวขึ้นมาเป็นผู้คุมเกมอย่างเบ็ดเสร็จ
แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่ผู้ให้บริการเครือข่ายรายใดจะสร้างระบบ 5G ได้สมบูรณ์แบบ โดยไม่ต้องพึ่งพิงเทคโนโลยีของพวกเขา…
นี่คือการยกระดับจุดยืนทางธุรกิจ จากการเป็นเพียงผู้ผลิตสินค้า ไปสู่การเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ขับเคลื่อนโลกใบนี้
จากบริษัทที่เกือบเอาตัวไม่รอดในวิกฤตฟองสบู่ วันนี้พวกเขาคือฟันเฟืองชิ้นสำคัญที่หมุนโลกทั้งใบให้ก้าวไปข้างหน้า
นอกจากเรื่องของเทคโนโลยีแล้ว บริษัทยังมองไกลไปถึงอนาคตของโลกใบนี้ ด้วยการให้ความสำคัญกับเรื่องความยั่งยืนอย่างจริงจัง…
พวกเขาพยายามพัฒนาโซลูชันที่ประหยัดพลังงาน บริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างรัดกุม และมุ่งมั่นที่จะลดความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัล
เพราะการสร้างเทคโนโลยีที่ดีที่สุด จะไม่มีความหมายเลย หากเทคโนโลยีนั้นไม่ได้ช่วยให้มวลมนุษยชาติมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
เรื่องราวของบริษัทโทรคมนาคมจาก Sweden แห่งนี้ ให้บทเรียนที่มีค่ากับเรามากมาย…
องค์กรที่จะยิ่งใหญ่และยืนหยัดข้ามศตวรรษได้ ไม่ใช่องค์กรที่ไม่เคยพ่ายแพ้ หรือยึดติดอยู่กับความสำเร็จในอดีต
แต่คือองค์กรที่รู้จักตัวเองดีพอ รู้ว่าเมื่อไหร่ควรสู้ เมื่อไหร่ควรถอย และกล้าที่จะปรับตัวเพื่อรับมือกับโลกที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา
การละทิ้งธุรกิจโทรศัพท์มือถือ อาจดูเหมือนความพ่ายแพ้ในสายตาของคนภายนอกที่มองเข้ามา…
แต่ในความเป็นจริง มันคือการสละเรือเล็ก เพื่อก้าวขึ้นไปควบคุมหางเสือของเรือสำราญลำที่ใหญ่กว่ามาก
ในวันนี้ เวลาที่เราหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาใช้งาน เราอาจจะไม่เห็นโลโก้ของพวกเขาปรากฏอยู่บนตัวเครื่องอีกต่อไป
แต่ทุกครั้งที่เราส่งข้อความ ดูวิดีโอ หรือเชื่อมต่อกับใครสักคนบนโลกใบนี้
ให้รู้ไว้เสมอว่า นวัตกรรมที่เริ่มต้นจากอพาร์ตเมนต์เล็กๆ ในเมือง Stockholm เมื่อร้อยกว่าปีก่อน กำลังทำงานอยู่เบื้องหลังอย่างเงียบๆ…
ซึ่งนี่แหละคือวิถีของ “Ericsson” อดีตราชามือถือ ผู้ยอมทิ้งบัลลังก์ เพื่อก้าวขึ้นมาเป็นสถาปนิกผู้ออกแบบโลกอนาคตอย่างแท้จริง
References : [wikipedia, ericsson, forbes, bloomberg, reuters]
◤━━━━━━━━━━━━━━━◥
หากคุณชอบคอนเทนต์นี้อย่าลืม 'กดไลก์'
หากคอนเทนต์นี้โดนใจอย่าลืม 'กดแชร์'
คิดเห็นอย่างไรคอมเม้นต์กันได้เลยครับผม
◣━━━━━━━━━━━━━━━◢
The original article appeared here
https://www.tharadhol.com/who-says-ericsson-is-dead/
ติดตามสาระดี ๆ อัพเดททุกวันผ่าน Line OA ด.ดล Blog
คลิกเลย -->
https://lin.ee/aMEkyNA
——————————————–
ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
=========================
Website :
www.tharadhol.com
Blockdit :
www.blockdit.com/tharadhol.blog
Fanpage :
www.facebook.com/tharadhol.blog
Twitter :
www.twitter.com/tharadhol
Instragram :
instragram.com/tharadhol
TikTok :
tiktok.com/@geek.forever
Youtube :
www.youtube.com/c/mrtharadhol
Linkedin :
www.linkedin.com/in/tharadhol
การลงทุน
ธุรกิจ
เทคโนโลยี
บันทึก
4
2
4
2
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย