เมื่อวาน เวลา 05:27 • ประวัติศาสตร์

ตอนที่ 3 เพื่อนบ้านและศัตรูผ่านภูมิรับศาสตร์ออตโตมัน

ก่อนจะเข้าใจการผงาดของออตโตมันในลำดับถัดไป ก็ควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมทางภูมิรัฐศาสตร์ของรัฐเพื่อนบ้านในยุคของออสมัน ถึง ออร์อัน กาซี (ช่วงปลายศตวรรษที่ 13 ถึงกลางศตวรรษที่ 14) ช่วงนั้นถือเป็นช่วงเวลาแห่งความระส่ำระสาย อำนาจเก่ากำลังเสื่อมถอย ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่เปิดโอกาสให้รัฐออตโตมันที่เพิ่งก่อตั้งสามารถขยายอำนาจได้อย่างรวดเร็ว
สามารถสรุปสภาพของรัฐเพื่อนบ้านในยุคนั้นได้ 4 กลุ่มหลัก ดังนี้:
1. รัฐสุลต่านเซลจุกแห่งรุม (Sultanate of Rum) และ จักรวรรดิมองโกล (Ilkhanate):
สถานะ: นายเหนือหัวที่กำลังล่มสลาย
ในอดีต รัฐสุลต่านเซลจุกแห่งรุมเคยเป็นมหาอำนาจในอนาโตเลีย แต่หลังจากพ่ายแพ้ต่อกองทัพมองโกล รัฐเซลจุกก็ตกอยู่ในสถานะ "รัฐหุ่นเชิด" ของอาณาจักรอิลคานาต (Ilkhanate) ของมองโกล
เมื่อถึงยุคของออสมัน (1290) อำนาจส่วนกลางของเซลจุกที่เมืองคอนยา (Konya) แทบจะไม่มีเหลือแล้ว ขุนนางและผู้นำชนเผ่าตามชายแดน ต่างไม่สนใจคำสั่งจากเมืองหลวง จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1296 สุลต่านเซลจุกถูกมองโกลจับขังคุก ทำให้เกิดสุญญากาศทางอำนาจ บรรดาผู้นำชนเผ่ารวมถึงออสมันจึงฉวยโอกาสประกาศเอกราชจากการเป็นรัฐบริวารในช่วงปี ค.ศ. 1299
2. จักรวรรดิไบแซนไทน์ (Byzantine Empire):
สถานะ: อดีตยักษ์ใหญ่ที่ป่วยไข้และแตกแยก
การสูญเสียอำนาจในอนาโตเลีย: แม้ไบแซนไทน์จะยึดกรุงคอนสแตนติโนเปิลคืนมาได้ในปี ค.ศ. 1261 แต่รัฐบาลกลางกลับละทิ้งความสนใจในภูมิภาคอนาโตเลีย ทำให้เจ้าเมืองท้องถิ่น (Tekfurs) ต้องเอาตัวรอดกันเอง และมักจะแอบทำข้อตกลงกับผู้นำกลุ่มเติร์กที่กำลังเรืองอำนาจ
หายนะจากทหารรับจ้างคาตาลัน: จักรพรรดิแอนโดรนิคอสที่ 2 (Andronikos II) พยายามแก้ปัญหาการรุกรานของเติร์กโดยจ้างกองทหารรับจ้างชาวคาตาลัน เข้ามาช่วยรบในปี ค.ศ. 1303 แต่ทหารรับจ้างกลุ่มนี้กลับปล้นสะดมชาวบ้านอย่างไม่เลือกหน้า และต่อมาได้หันมาทำสงครามกับไบแซนไทน์เสียเอง ยิ่งทำให้ไบแซนไทน์อ่อนแอลงไปอีก
สงครามกลางเมืองที่เปิดทางให้ออตโตมัน: ในยุคของออร์ฮัน ไบแซนไทน์เผชิญกับสงครามกลางเมืองแย่งชิงบัลลังก์หลายครั้ง (เช่น จอห์น คานตาคูเซนอส แย่งอำนาจกับ จอห์นที่ 5) ความแตกแยกนี้รุนแรงมากจนคานตาคูเซนอสต้องยอมยกลูกสาวให้แต่งงานกับออร์ฮันเพื่อขอกำลังทหารออตโตมันไปช่วยรบ การดึงออตโตมันเข้ามาแทรกแซงนี้เองที่เป็นการเปิดประตูให้ออร์ฮันส่งทหารข้ามช่องแคบไปยึดครองป้อมแกลลิโปลีในทวีปยุโรปได้สำเร็จในปี ค.ศ. 1354
3. รัฐชนเผ่าเติร์กอื่นๆ (Turkic Beyliks):
สถานะ: เพื่อนบ้านที่พร้อมจะกลืนกินกันเอง
หลังการล่มสลายของเซลจุก อนาโตเลียถูกแบ่งออกเป็นรัฐอิสระเล็กๆ ของชาวเติร์ก (Beyliks) จำนวนมาก เช่น คารามานิด (Karamanids), เจอร์มิยานิด (Germiyanid) และ คาราซิด (Karasid)
รัฐเหล่านี้มักจะมีปัญหากระทบกระทั่งและแย่งชิงอำนาจกันเอง ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ ในปี ค.ศ. 1345 รัฐคาราซิด (Karasid Beylik) เกิดสงครามกลางเมืองระหว่างพี่น้อง ออร์ฮันจึงใช้ข้ออ้างในการเข้าไปช่วยไกล่เกลี่ย ยกทัพเข้าไปแทรกแซงและผนวกดินแดนของคาราซิดเข้ากับออตโตมันในที่สุด ทำให้ได้ครอบครองกองทัพเรือขนาดใหญ่ของคาราซิดด้วย
4. รัฐในคาบสมุทรบอลข่าน (Serbia & Bulgaria):
"ภัยคุกคามจากภาคเหนือ"
ในขณะที่ไบแซนไทน์กำลังอ่อนแอและวุ่นวายอยู่กับสงครามกลางเมือง อาณาจักรเพื่อนบ้านในยุโรปอย่าง จักรวรรดิเซอร์เบีย (ภายใต้การนำของจักรพรรดิ สเตฟาน อูรอส ที่ 4 ดูซาน) และจักรวรรดิบัลแกเรียที่ 2 ได้ฉวยโอกาสนี้ขยายอำนาจและเฉือนเอาดินแดนของไบแซนไทน์ในคาบสมุทรบอลข่านไปเป็นจำนวนมาก
สรุป: ในยุคของออสมัน ถึง ออร์ฮันกาซี รัฐเพื่อนบ้านรอบข้างล้วนอยู่ในสภาวะอ่อนแอ แตกแยก หรือ มีสงครามกลางเมือง ทั้งสองพระองค์ทรงใช้ทั้งความสามารถทางการทหารในการบดขยี้ไบแซนไทน์ที่ไร้ทางสู้ และใช้การทูตที่ชาญฉลาดในการฉวยโอกาสจากความขัดแย้งของเพื่อนบ้าน ทั้งการรับจ้างรบ การแทรกแซง และการแต่งงานทางการเมือง เพื่อค่อยๆ กลืนกินดินแดนรอบข้างและวางรากฐานของจักรวรรดิออตโตมันให้แข็งแกร่ง

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา