19 เม.ย. เวลา 07:10 • หนังสือ

ปัญญาทางธรรม เป็นคนละอย่างกับปัญญาทางโลก

1.ปัญญาในการทรงจำธรรมที่ได้ฟังมาแล้ว เป็น สุตมยญาณ
   2.ปัญญาในการฟังธรรมแล้ว สังวรไว้ เป็น สีลมยญาณ
   3.ปัญญาในการสำรวมแล้วตั้งไว้ดี เป็นภาวนามยญาณ
"ปัญญาอันยิ่ง" หรือ "อธิปัญญา" คือ ปัญญา หมายเลข 3 ไม่ได้มีติดตัวมาตั้งแต่เกิดเหมือน 1&2 แต่จะเกิดขึ้นได้เพราะได้ฟังอริยสัจ 4 แล้วเกิดสภาวะที่เรียกว่า "ดวงตาเห็นธรรม"
หรือ "ญานทัสสนะ" "ยถาภูตทัศสนะญาณ"  Eye of Dhamma,Eye of Wisdom
ต้องเกิดสิ่งเหล่านี้ขึ้นก่อน จึงจะมีโอกาส
บรรลุธรรม หรือเป็นพระอริยะ
  แล้วตลอดเวลาไม่เกินเจ็ดปี ก็ต้องใช้ปัญญา ชนิดนี้ตลอดเวลา ฝึกจนแข็งแกร่ง
ชำแรก กิเลสได้หมด จึงจะเข้าถึงคำว่า
"ปัญญาวิมุตติ"
  ปัญญาประเภทที่สามนี้แหละที่พระองค์เรียกว่า "ปัญญาอันยิ่งของตนเอง"
อาจจะเป็นไปได้ที่จะมีคนประเภทนี้สัก
20%-30% ของประชากร เพราะมนุษย์ไม่ได้โง่ทั้งหมด หรือฉลาดทั้งหมด
    และต้องเกิดจากการฟัง "อริยสัจ4"
คนประเภทนี้แหละคือบัวประเภทที่ 3 ในบัว 3 เหล่า คือเป็นผู้ที่มีศักยภาพในการบรรลุธรรม
  ส่วนปัญญา ประเภท 1&2 ไม่สามารเข้าถึงธรรมได้ เป็นเพียงแค่พวก "ปัทปรมะ"
ไม่สามารถโผล่พ้นน้ำได้ ซึ่งก็คือคนส่วนใหญ่ ส่วนการเกิด ญาณทัสสนะ นี่แหละ
คือสภาวะที่เตรียมตัวโผล่พ้นน้ำ เพื่อรับแสงตะวัน ดังนั้นคนรุ่นใหม่ที่มีปัญญา
"ต้อง"ศึกษาเรื่องนี้ให้ถ่องแท้....
โฆษณา