Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Benika
•
ติดตาม
19 เม.ย. เวลา 12:10 • ไลฟ์สไตล์
จากใบปริญญาสู่สายพานโรงงาน: บทเรียนวัย 45 ที่เปลี่ยนความน้อยเนื้อต่ำใจเป็นพลัง
ก่อนที่เราจะตัดสินใจไปสำนักงานหางานของรัฐ เราเคยพยายามมองหางานล่ามมาก่อน แต่ธรรมชาติของงานล่ามมักจะต้องรับผิดชอบเพียงคนเดียว ทำให้ลางานยาก และส่วนใหญ่ต้องทำงานในวันเสาร์-อาทิตย์ ซึ่งไม่ตรงกับเงื่อนไขสำคัญของเราที่ต้องให้เวลากับลูกเป็นอันดับหนึ่ง เราจึงมุ่งหน้าไปที่สำนักงานหางานแทน
และในที่สุด เราก็เจองานที่ตอบโจทย์ชีวิตอย่างน่าเหลือเชื่อ...
มันคืองานพาร์ทไทม์ในโรงงานผลิตอาหารเสริม ทำงานจันทร์ถึงศุกร์ เวลา 09:00 - 17:00 น. หยุดวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ทั้งหมด รวมถึงช่วงหยุดยาวอย่าง Golden Week, เทศกาลโอบ้ง และวันหยุดปีใหม่
ตารางงานนี้ทำให้เราสามารถใช้ชีวิตได้อย่างลงตัวที่สุด เราส่งลูกไปโรงเรียน จัดการซักผ้า ตากผ้า และล้างจานจนเรียบร้อย แล้วค่อยออกไปทำงานได้อย่างไม่รีบร้อน ที่สำคัญคือหากมีกรณีฉุกเฉินหรือลูกเจ็บป่วย เราสามารถขอลาไปรับลูกได้ทันที เพราะเพื่อนร่วมงานส่วนใหญ่เป็นแม่บ้านเหมือนกัน ทุกคนต่างมีเงื่อนไขและภาระหน้าที่ในครอบครัวที่คล้ายกัน จึงเกิดความเข้าใจและเกื้อกูลกันเป็นอย่างดี
อย่างไรก็ตาม... ด้วยความที่เราตั้งใจเรียนมาตั้งแต่เด็กจนจบปริญญา ในส่วนลึกของใจตอนเริ่มงานใหม่ ๆ จึงยังมีความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจและมีความอายซ่อนอยู่ลึก ๆ ที่ต้องมาทำงานใช้แรงงานในโรงงานแบบนี้
แต่เมื่อเริ่มงานได้ไม่นาน มุมมองของเราก็เปลี่ยนไปสิ้นเชิง เราเริ่มมองเห็น "ข้อดี" ของการทำงานที่ต้องออกแรงในวัยนี้
การได้เคลื่อนไหวร่างกายตลอดทั้งวันส่งผลให้สุขภาพกายดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด น้ำหนักตัวที่เคยเพิ่มขึ้นสะสมมาตั้งแต่หลังคลอดและจากการนั่งทำงานออฟฟิศมานานหลายปี ลดลงไปได้ถึง 10 กว่ากิโลกรัม สุขภาพโดยรวมดีขึ้นมากจนส่งผลให้เรานอนหลับได้สนิทขึ้น
งานพาร์ทไทม์ที่ไม่มีความเครียดสะสมทำให้เรามีเพื่อนคู่คิดเพิ่มขึ้น เราได้ทำงานไปพร้อมกับพูดคุยเรื่องสัพเพเหระได้ทั้งวัน ทั้งปรึกษาเรื่องลูก เรื่องโรงเรียน หรือแลกเปลี่ยนข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อกันในฐานะแม่บ้าน นอกจากนี้ยังมีช่วงเวลาผ่อนคลายด้วยการรับฟังเรื่องเม้าท์สามี แลกเปลี่ยนเทคนิคการทำสวน การทำสบู่ หรือแม้แต่การถักผ้าที่ชอบ บางวันก็คุยกันเรื่องละครหรืออนิเมะที่กำลังฮิต ซึ่งนั่นกลายเป็นโอกาสดีที่ทำให้ทักษะภาษาของเราพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว
เหนือสิ่งอื่นใด เมื่อเราไม่ว่าง... เมื่อเรามีงานทำและมีเงินเดือนเป็นของตัวเอง ความรู้สึกด้อยค่าก็มลายหายไป เรากลับมาซื้อเครื่องสำอางและอาหารเสริมที่ชอบได้อย่างสบายใจอีกครั้ง เริ่มมีเวลาและงบประมาณมาทำในสิ่งที่รัก ทั้งงาน DIY งานประดิษฐ์ และงานถักผ้าที่เคยชอบได้อย่างไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย ในวันหยุดเราก็ได้ทำสวนผักอย่างมีความสุข
วันหยุดเสาร์-อาทิตย์ กลายเป็นวันพักผ่อนที่แท้จริง เราตื่นสายขึ้นได้ นั่งละเลียดอาหารเช้าช้า ๆ อย่างมีความสุข และที่สำคัญที่สุดคือ เรากลับมายิ้มและหัวเราะได้ง่ายขึ้น เมื่อลูก ๆ เห็นแม่มีอารมณ์ดี พวกเขาก็ร่าเริงและสบายใจตามไปด้วย แม้แต่สามีที่เคยแบกภาระหนักเพียงลำพังก็ดูผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด ทั้งลูกและสามีต่างคอยถามไถ่ห่วงใย และเข้ามาช่วยงานบ้านมากขึ้นเพราะรู้ว่าเราต้องออกไปทำงานหาเงินด้วย บรรยากาศในบ้านจึงเต็มไปด้วยความอบอุ่นและผ่อนคลาย
ด้วยประสบการณ์การทำงานที่หลากหลายในอดีต ทำให้เราเรียนรู้งานใหม่ได้ไม่ยากนัก เมื่อเราตั้งใจและทำงานออกมาดี เพื่อนร่วมงานก็ให้การยอมรับและทำงานร่วมกันได้อย่างสงบสุข เมื่อสุขภาพกายและใจแข็งแรงขึ้น ความน้อยเนื้อต่ำใจที่มีในตอนแรกก็ถูกแทนที่ด้วยความภูมิใจ
สังคมในโรงงานที่มีคนจำนวนมาก ย่อมมาพร้อมกับความแตกต่างหลากหลายร้อยพ่อพันแม่ ในแต่ละวันมีปัญหาให้ต้องแก้ มีเรื่องให้ต้องเรียนรู้ทั้งด้านงาน สังคม และวัฒนธรรม จนทำให้เรามีเรื่องต่างๆที่ใช้เขียนงานเขียนได้ ถึงวันนี้ เราทำงานที่นี่ต่อเนื่องเข้าสู่ปีที่ 5 แล้ว พวกเพื่อนที่ทำงานปฏิบัติกับเรา ยอมรับเราแบบเพื่อนอย่างสนิทสนม และหากไม่มีปัญหาอะไรที่เกินจะแก้ไข เราก็ตั้งใจว่าจะทำงานที่นี่เรื่อยๆต่อไป
พัฒนาตัวเอง
เรื่องเล่า
blockdit
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย