20 เม.ย. เวลา 00:57 • ประวัติศาสตร์

🚩​ สถานที่ลึกลับในพระราชวัง​ต้อง​ห้า​ม

ที่ปิดมาห้ามเข้าถึงปัจจุบัน ​กับมนต์​ขลัง เทพเจิ้นอู่ (เสวียนเทียนซ่างตี้)อายุกว่า600ปี
📌​ภาพที่เราได้เห็น เมื่อเราไปเยี่ยม​ชม​พระราชวัง​ต้องห้า​ม พระที่นั่ง​องค์นี้ เจ้าหน้าที่ห้ามเข้าไปชมภายใน ซึ่งจะชมได้เเต่ภายนอกเท่านั้นครับ เลยนำบางส่วนมาให้ชม ก่อนที่จะนำงิดิโอมาให้ชมอีกที)
🚩​เทพเจิ้นอู่ (เสวียนเทียนซ่างตี้)ในพระที่นั่งชินอัน ไม่ใช่แค่รูปเคารพที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อความขลังทางศาสนาเท่านั้น แต่เปรียบเสมือน "รหัสลับ" ทางประวัติศาสตร์และการเมืองที่ซ่อนอยู่ใจกลางพระราชวัง​ต้องห้าม​ครับ
🚩​พระที่นั่งชินอัน เป็นสถาปัตยกรรมทางลัทธิเต๋าเพียงแห่งเดียวที่ตั้งอยู่บนแนวแกนกลางของพระราชวังต้องห้าม
🚩​และเป็นหนึ่งในอาคารไม้ไม่กี่แห่งในวังที่รอดพ้นจากอัคคีภัยมาตลอดระยะเวลากว่า 600 ปี
(ประวัติ​พระที่นั่ง​โดยย่อนะครับ โพสต์​นี้จะเน้น "เทพเจิ้นอู่ (เสวียนเทียนซ่างตี้)ครับ")​
🚩​​พระที่นั่งองค์นี้เป็นสถาปัตยกรรมดั้งเดิมที่สร้างขึ้นพร้อมกับการสถาปนาพระราชวังต้องห้าม สร้างเสร็จราวปีค.ศ. 1420 สมัยจักรพรรดิหย่งเล่อ (จูตี้)
🚩​โดยจักรพรรดิหย่งเล่อ มีความประสงค์ให้สร้างพระที่นั่งองค์นี้เพื่อประดิษฐาน เทพเจิ้นอู่ (เสวียนเทียนซ่างตี้) โดยเฉพาะ
🚩​ สาเหตุหลักมาจากเหตุผลทางการเมืองที่ได้กล่าวอ้างว่า เทพเจิ้นอู่ได้ช่วยเหลือพระองค์ในการทำศึกยึดอำนาจ (ศึกจิ้งหนาน) นอกจากนี้ ในทางฮวงจุ้ย เทพเจิ้นอู่คือ "เทพแห่งน้ำทิศเหนือ"
🚩​การสร้างวิหารบูชาเทพแห่งน้ำไว้ทางทิศเหนือสุดของแกนกลางพระราชวัง​ต้องห้าม​ จึงเป็นความพยายามที่จะใช้หลักการ "น้ำสะกดไฟ" เพื่อปกป้องกลุ่มอาคารไม้ของพระราชวังจากเพลงไหม้ครับ
🚩​เทพเจิ้นอู่ (เสวียนเทียนซ่างตี้) ใน​พระที่นั่ง​ชินอัน
เป็นสุดยอดเทคนิคการหล่อและกะไหล่ทอง
 
🔸​ถึงแม้เทวรูปจะมีความสูงถึงประมาณ 2 เมตร(รูปในโพสต์)​ และมีน้ำหนักมหาศาล แต่ไม่ได้ถูกหล่อเป็นก้อนตันครับ
🔸​ ช่างหลวงในอดีตใช้เทคนิค "ซือล่าฝ่า" (失蜡法) หรือการหล่อแบบสูญขี้ผึ้ง ทำให้องค์ กลวงด้านในเเละสามารถเก็บรายละเอียดภายนอก โดยเฉพาะริ้วรอยของชุดเกราะและเส้นผม ได้คมชัด
🔸​ การหล่อโลหะขนาดใหญ่ชิ้นเดียวให้ได้สัดส่วนที่สมบูรณ์แบบไร้รอยต่อเช่นนี้ ถือเป็นความท้าทายขั้นสูงสุดในยุคศตวรรษที่ 15 ช่วงนั้นเลนทีเดียว
🚩​ส่วนสีทองที่เห็นสุกสกาวไม่ใช่การทาสีธรรมดาครับ แต่จะใช้เป็นเทคนิค "หลิวจิน" (鎏金) คือการนำทองคำเปลวมาละลายผสมกับปรอท แล้วชโลมลงบนองค์ทองแดง (ในภาพอาจมีหลุดบ้างตามการเวลาครับ)​
🔸​จากนั้นใช้ความร้อนไล่ปรอทให้ระเหยไป เหลือเพียงชั้นทองคำแท้ที่ฝังแน่นติดกับทองแดง เทคนิคนี้ทำให้เทวรูปยังคงความแวววาวและทนทานต่อความชื้นภายในพระที่นั่งมาได้นานกว่า 600 ปี
🚩​ผมที่ปล่อยสยายลงมาด้านหลัง ไม่ใช่ความไม่เรียบร้อย แต่ในคติลัทธิเต๋า เส้นผมที่ปล่อยอิสระหมายถึง "ความเชื่อมโยงกับพลังแห่งจักรวาล" และเป็นสัญลักษณ์ของการหลุดพ้นจากกฎเกณฑ์และพันธนาการทางโลก
🚩​เทพเจิ้นอู่จะไม่มีการสวมรองเท้า การเปลือยเท้า(跣足)​เหยียบลงบนสัญลักษณ์ของเต่าและงู (หรือแท่นเมฆ) เป็นการสื่อถึงการเชื่อมต่อกับ "ธาตุน้ำและพื้นดิน" โดยตรง
🔸​เพื่อดึงพลังอำนาจจากธรรมชาติมาใช้ในการสะกดเปลวเพลิง ไม่ให้ลุกลามมายังพระราชวังต้องห้าม
 
🚩​เต่าที่ถูกงูพันเกลียวหรือ(เสวียนอู่)​ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ดั้งเดิม(สัตว์เทพประจำทิศเหนือ) สะท้อนถึงการผสมผสานระหว่างสวรรค์ (เต่า) และดิน (งู) เพื่อให้เกิดความสมดุลของหยินและหยาง
🚩​ถ้าเราสังเกตที่ช่วงท้องและแขน ช่างปั้นไม่ได้จงใจปั้นให้เทพเจิ้นอู่มีกล้ามเนื้อปูดโปนใหญ่โตอลังกาล แต่ปั้นให้ดูมีชั้นกล้ามเนื้อที่สมจริงภายใต้ชุดเกราะเกล็ดปลาที่แนบเนื้อ (锁子金甲)
🚩​ ตามคติวิทยายุทธ์จีน นี่คือลักษณะของผู้ที่มี "พลังปราณ" (กำลังภายใน) ขั้นสูงซ่อนอยู่ เป็นความแข็งแกร่งที่ดูสงบนิ่งแต่พร้อมปะทุทำลายล้างได้ทุกเมื่อ
🚩​มีข้อสันนิษฐานและเรื่องเล่าในประวัติศาสตร์ระบุว่า จักรพรรดิหย่งเล่อ (จูตี้) ได้สั่งให้ช่างหลวงปั้นใบหน้าของเทพเจิ้นอู่ "ให้มีส่วนคล้ายคลึงกับหน้าของพระองค์เอง"
🚩​ เนื่องจากจูตี้ก่อกบฏยึดบัลลังก์มาจากหลานชาย พระองค์จึงทรงอ้างว่าชัยชนะที่ได้มานั้น เพราะพระองค์คือร่างอวตารของเทพเจิ้นอู่ที่ลงมาจุติเพื่อจัดระเบียบแผ่นดิน
🚩​การสร้างเทวรูปขนาดมหึมาที่มีหน้าตาคล้ายคลึงกับตนเองประดิษฐานไว้ใจกลางวัง จึงเป็นกุศโลบายทางจิตวิทยาขั้นสูงสุดในการผสาน "เทวสิทธิ์" (สิทธิ์จากสวรรค์)
🚩​ และ "ราชสิทธิ์" (อำนาจจักรพรรดิ​) ให้เป็นเนื้อเดียวกัน เพื่อสร้างความหวั่นเกรงและห้ามมิให้ผู้ใดตั้งคำถามต่ออำนาจของพระองค์
🚩​เเต่ปริศนาต้นกำเนิดนี้ก็มีข้อโต้เเย้งของนักประวัติศาสตร์​ว่า สร้างสมัยราช​วงศ์​หมิง หรือ หลงเหลือจากสมัยหยวน
🚩​แม้บันทึกกระแสหลักจะระบุว่าเทวรูปนี้สร้างในยุคหย่งเล่อ (ต้นราชวงศ์หมิง) เพื่อฉลองการสร้างพระราชวังต้องห้าม แต่ปัจจุบันนักโบราณคดีและนักประวัติศาสตร์ศิลปะบางส่วนได้ตั้งข้อสังเกตที่น่าสนใจว่า
 
🚩​ สไตล์การปั้นชุดเกราะ สัดส่วนของร่างกายและลวดลายบางอย่าง มีกลิ่นอายของศิลปะช่างทองแดงสมัยราชวงศ์หยวน (มองโกล)อย่างชัดเจน
🚩​ ประกอบกับการตรวจสอบป้ายวิญญาณและโครงสร้างฐาน ทำให้เกิดทฤษฎีใหม่ที่ว่า เทวรูปองค์ประธานนี้อาจเป็น "สมบัติเก่าที่ตกทอดมาจากพระราชวังต้าตู (Dadu) ของราชวงศ์หยวน"
🚩​ และจักรพรรดิหย่งเล่อ ได้นำมาประดิษฐานไว้ในพระที่นั่งชินอันที่สร้างขึ้นใหม่ เเต่หากทฤษฎีนี้ได้รับการยืนยันจริงๆ เทวรูปองค์นี้จะมีความเก่าแก่ยิ่งกว่าตัวพระราชวังต้องห้ามเสียอีกครับ
🚩​เเต่สิ่งที่มีคงความขลังคือ เทวรูปเทพเจิ้นอู่องค์นี้เป็นข้อยกเว้นไม่เคยเคลื่อนย้ายไปไหนเลย
🚩​ จักรพรรดิราชวงศ์ชิง (ซึ่งเป็นชาวแมนจู) ไม่เพียงแต่ไม่รื้อทิ้งเท่านั้น แต่ยังรับเอาความเชื่อนี้มาสานต่อ กราบไหว้และดูแลรักษาอย่างดีเยี่ยม
🚩​โดยมีการเสริมซุ้มประดิษฐานให้งดงามขึ้นในสมัยเฉียนหลง เเละตั้งตระหง่านอยู่ที่เดิม ในจุดเดิม ไม่เคยถูกเคลื่อนย้ายออกจากพระที่นั่งเลยมาตลอด 600 กว่าปี ซึ่งถือเป็นเรื่องที่มหัศจรรย์และหาได้ยากในประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรมของจีนครับ
(📌​มีวิดิโอพาชมภายใน ในโพสต์​ต่อๆไปครับ)​
#jarnmooChannel​#history​#china​#พระราชวังต้องห้าม
โฆษณา