20 เม.ย. เวลา 15:28 • ธุรกิจ

รหัสลับ 11 CEO ระดับโลก กับ 3 เสาหลัก

องค์กรที่ขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่ง — อาจทำงานได้ แต่ไม่มีวันเป็นผู้นำระดับโลก
“IBM ตัดรายได้ 1/3 ออก / Citi ตัดลำดับบริหาร 4 ชั้น / Delta จ่าย Profit-Sharing $13 พันล้าน —
พวกเขาเห็นอะไรที่คุณยังไม่เห็น?”
ซีอีโอที่รอดในยุคความผันผวนไม่ได้เก่งกว่า —
แต่พวกเขาถาม ‘คำถามที่ต่างกัน’ กับคนอื่น
ความผันผวนคือโอกาส —
แต่เฉพาะคนที่เตรียมพร้อมแล้วเท่านั้น
McKinsey รวบรวมบทเรียนจาก 11 CEO ระดับโลก — IBM, Citi, Nestlé, Delta, Hilton, Booking.com, Mandarin Oriental และอื่นๆ — แล้วพบว่า องค์กรแห่งอนาคต
ต้องการ 3 เสาหลัก ที่ทำงานพร้อมกัน
1. สมอง (Brain) —
ใช้ AI อย่างน่าเชื่อถือ ไม่ใช่แค่ทดลองตามกระแส
2. กระดูกสันหลัง (Spine) — ตัดสิ่งที่ไม่ใช่แก่นออกอย่างกล้าหาญ เพื่อให้เคลื่อนที่ได้เร็ว
3. หัวใจ (Heart) — ยกระดับทักษะมนุษย์ สร้างสิ่งที่ AI ลอกเลียนแบบไม่ได้
ขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่ง — องค์กรอาจทำงานได้
แต่ไม่มีวันก้าวขึ้นเป็นผู้นำระดับโลก
เมื่อความผันผวนกลายเป็นโอกาส
“ทำไมบางองค์กรจึงเติบโตได้ในช่วงวิกฤต
ในขณะที่อีกหลายองค์กรแค่รอดตาย?”
Arvind Krishna แห่ง IBM
ให้คำตอบที่ตรงไปตรงมา
“เมื่อมีความผันผวน ย่อมหมายถึง
การเปลี่ยนระเบียบโลกใหม่ —
และนั่นคือโอกาส คุณต้องกล้า
ที่จะ ‘ลงมือทำ’ ดีกว่ารอให้คนอื่นมาดิสรัปต์”
Jane Fraser แห่ง Citi เพิ่มมุมมองที่แหลมคม
“คุณสามารถแบ่งโลกออกเป็นสองกลุ่ม :
กลุ่มที่ ‘สร้างสิ่งจำเป็นสำหรับอนาคต’
กับกลุ่มที่ ‘ปกป้องสิ่งที่มีอยู่เดิม’”
คำถามคือ — วันนี้คุณอยู่ในกลุ่มไหน?
สำหรับผู้ต้องการอ่านลงลึก ค่อยๆอ่าน สะท้อนวิธีคิด
เสาที่ 1: สมอง — Pragmatic AI & Technology
วิกฤตช่องว่างความไว้วางใจใน AI (The AI Trust Deficit)
ข้อมูลจาก Stack Overflow เปิดเผยว่า 80-85% ของนักพัฒนาซอฟต์แวร์กำลังใช้หรือพิจารณาใช้ AI
— แต่มีเพียง 30% เท่านั้นที่เชื่อมั่นในผลลัพธ์ที่ได้
นี่คือ “The AI Trust Deficit” —
ช่องว่างที่กำลังถ่างออกเรื่อยๆ
CEO ระดับโลกแก้ปัญหานี้ด้วยสองเครื่องมือ :
① Internal Knowledge Graphs —
สร้างโครงสร้างความรู้ภายใน
ที่ผ่านการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญ
ไม่ใช่ปล่อยให้ AI ดึงข้อมูลจากทุกที่
อย่างไม่มีการกรอง
② Real-world Experimentation —
IBM เริ่มทดสอบกับระบบ BMS ตั้งแต่วันแรก
เพื่อหาข้อผิดพลาดก่อนที่จะ Scale จริง
ทฤษฎี ‘เครื่องล้างจาน :
อย่าใช้ AI แค่ทำงานเดิมให้เร็วขึ้น
Jane Fraser ฝากแนวคิดที่ทรงพลังที่สุดในทศวรรษนี้
“วิธีที่คุณล้างจานด้วยมือ กับวิธีที่เครื่องล้างจานทำงานนั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง…
เราต้องประยุกต์ใช้ AI กับกระบวนการทำงาน
เหมือนการสร้างเครื่องล้างจาน
ไม่ใช่แค่หาวิธีอัตโนมัติมาช่วยล้างจานด้วยมือ”
The Manual Automation = ทำให้กระบวนการเดิมเป็น Automated โดยไม่เปลี่ยนโครงสร้าง ❌
The AI Restructuring = ออกแบบกระบวนการใหม่ทั้งหมดเพื่อใช้ประโยชน์จาก AI อย่างเต็มที่ ✅
ตัวอย่างจากโลกจริง :
• IBM นำ AI มาใช้กับนักพัฒนา 8,000 คน ไม่ใช่เพื่อลดคน แต่เพื่อเปลี่ยนวิธีเขียนโค้ด — ผลลัพธ์: Productivity เพิ่มขึ้น 45%
• Nestlé ให้ AI ดึงข้อมูลจากระบบ ERP
เพื่อข้ามขั้นตอนการทำรายงานแบบเดิม
ทีมงานสามารถถาม P&L ได้โดยตรง
เสาที่ 2: กระดูกสันหลัง —
Strategic Simplification & Agility
ตัวกรองลดความซับซ้อน (The Strategic Simplification Flowchart)
ผู้นำระดับโลกต่างยอมสละธุรกิจที่ไม่ใช่แก่นหลัก
เพื่อสร้างแพลตฟอร์มระดับโลกที่ปราดเปรียว :
IBM: ยอมเฉือนรายได้ 1 ใน 3 ของบริษัท และพนักงาน 1 ใน 3 เพื่อตัดธุรกิจที่ทำกำไรต่ำออก
แล้วมุ่งสู่ซอฟต์แวร์ (ปัจจุบันซอฟต์แวร์ทำรายได้ถึง 45%)
Citi: ละทิ้งกลยุทธ์เป็น
จาก “ทุกอย่างสำหรับทุกคน”
เปลี่ยนเป็น Single Platform ทั่วโลก
และตัดลำดับชั้นบริหารถึง 4 ชั้น
ปรับโฟกัส KPI ต้นน้ำ (The Upstream KPI Shift)
การบริหารความคล่องตัวต้องเลิกตื่นตระหนก
กับตัวเลข P&L ที่เกิดขึ้นแล้ว แต่ต้องคาดการณ์
และปรับแต่งตัวชี้วัดที่เป็น “ต้นน้ำ” (Lead Indicators) แทน
The Shift : เปลี่ยนคำถาม
จาก “ทำไมอัตรากำไรถึงตก?”
เป็น “การกระจายสินค้า การทดลองซิม
และการซื้อซ้ำ — ตัวไหนที่มีปัญหา?”
Extreme Focus : โฟกัสผู้บริหารระดับ Top
ไปที่ 20 กลุ่มธุรกิจที่ทำผลงานสูงสุด และ
20 กลุ่มที่ผลงานต่ำสุดทุกเดือนอย่างเข้มงวด
The Result : ตั้งเป้าลดต้นทุน
ให้ได้ 2.5 พันล้านฟรังก์สวิสใน 3 ปี
เพื่อนำเงินกลับไปลงทุน
สร้างการเติบโตในจุดที่ถูกต้อง
การรื้อโครงสร้างเพื่อความคล่องตัวขั้นสุด (Structural & Tech Rebuilds)
Asset-Light Agility (Hilton) : แยกธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และไทม์แชร์ออก
ไปตั้งเป็นบริษัทใหม่ในตลาดหลักทรัพย์ →
กลายเป็น Capital-light, เปิดโรงแรมใหม่
เกือบ 2 แห่งต่อวัน, เติบโต 2-3 เท่า
Tech Stack Rebuild (Imprint) : ปฏิเสธการใช้เทคโนโลยีเมนเฟรม COBOL รุ่นเก่าของธนาคารดั้งเดิม สร้าง Tech Stack ใหม่ทั้งหมดตั้งแต่ศูนย์ → สร้างบัตรเครดิต Co-branded ที่ผสานเข้ากับแอปพลิเคชันของแบรนด์ต่างๆ ได้อย่างไร้รอยต่อ
เสาที่ 3: หัวใจ — The Human/Culture Differentiator
ระบบนิเวศเสริมทักษะ ไม่ใช่แทนที่
(The “Augmented, Not Artificial” Flywheel)
Delta Airlines ไม่เรียก AI ว่า Artificial Intelligence — แต่เรียกว่า Augmented Intelligence
AI ช่วยให้พนักงานหน้าเคาน์เตอร์
หาทางออกให้ผู้โดยสารได้ดีและรวดเร็วขึ้น — พนักงานไม่ได้ถูกแทนที่ แต่ได้รับพลังเพิ่ม
Hilton ใช้ AI จับข้อมูลคำร้องขอแบบเรียลไทม์
ออกใบสั่งงานอัตโนมัติ
เพื่อให้พนักงานมนุษย์
เข้าไปแก้ไขและเทคแคร์ได้ทันที
Flywheel ที่ทรงพลัง :
1. Technological Automation
2. Eliminates Drudgery (งานน่าเบื่อ)
3. Frees Human Capital
4. Delivers Extreme Empathy
5. Drives Premium Value → วนกลับสู่ข้อ 1
ความเห็นอกเห็นใจขั้นสุด & โมเมนต์ที่ไม่มีในสคริปต์
Mandarin Oriental : ลูกค้าทำซอสมะเขือเทศหกใส่เสื้อ พนักงานนำเสื้อไปทำความสะอาดและรีดให้เสร็จสรรพก่อนทานอาหารจบ โดยไม่ต้องมีใครเอ่ยปากขอ
Insight: การบริการที่แท้จริง
คือ “โมเมนต์ที่ไม่อยู่ในสคริปต์” —
พนักงานต้องได้รับอำนาจในการทำทุกอย่าง
เพื่อสร้างความประทับใจ
ซึ่งเป็นสิ่งที่ AI ลอกเลียนแบบไม่ได้
Booking.com : คาดการณ์ทริปเชื่อมโยง
หากฝนจะตกในวันล่องเรือที่อัมสเตอร์ดัม
ระบบจะเสนอให้สลับคิว
ไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์ศิลปะแทนล่วงหน้า →
ขจัดความกังวลก่อนที่ลูกค้าจะรู้ตัวว่ามีปัญหา
ส่งผลให้ลูกค้ากว่า 60% จองตรงกับแพลตฟอร์ม
วัฒนธรรมองค์กรคือเกราะป้องกันขั้นสุด
(The ROI of Talent & Culture)
$13 Billion — คือจำนวนเงินส่วนแบ่งกำไร
(Profit-Sharing) 15% ที่ Delta จ่าย
ให้พนักงานด้านหน้าในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา
เมื่อถึงคราววิกฤตโควิด บริษัทสามารถรอดพ้นมาได้โดยไม่มีการเลิกจ้างแม้แต่คนเดียว เพราะพนักงานยอมลางานโดยไม่รับเงินเดือน ด้วยความภักดี
The Power of Vulnerability (Delta) :
ผู้นำต้องกล้าพูดว่า “ฉันไม่รู้” ในยามวิกฤต
ความอ่อนแอที่แท้จริงสร้างความไว้วางใจที่แข็งแกร่ง
Enablement over Orders (IBM) :
เลิกจับพนักงานใส่กล้องแล้วสั่งให้ทำ
แต่เปลี่ยนมาถามว่า “คุณต้องการทรัพยากรใดบ้างเพื่อทำงานนี้ให้สำเร็จใน 6 เดือน?”
โลกแห่ง AI กายภาพ : Edge Compute & LFMs
โลกไม่ได้ต้องการแค่ AI บนคลาวด์ขนาดมหึมา
แต่ต้องการ Physical AI ที่ฝังตัวอยู่ในอุปกรณ์ทางกายภาพ เพื่อลดความหน่วงและ
เพิ่มความปลอดภัยสูงสุด
Liquid Foundation Models (LFMs) :
เล็กกว่าโมเดลทั่วไปถึง 1,000 เท่า
แต่ให้ประสิทธิภาพระดับแนวหน้า
การใช้งานในโลกจริง :
• ยานยนต์ไร้คนขับ : ตัดสินใจได้ทันทีแม้อินเทอร์เน็ตตัดขาด
• การเงินความเร็วสูง :
อนุมัติการซื้อขายในระดับมิลลิวินาที
• อุปกรณ์ส่วนตัว: ปกป้องข้อมูล
ความเป็นส่วนตัวสูงสุดบนสมาร์ทโฟน
พิมพ์เขียวซีอีโอแห่งอนาคต
จุดตัดของ 3 วงที่สร้าง
“Durable Growth in Volatile Times” :
🧠 สมอง (Brain)
ข้อมูล, AI ที่เชื่อถือได้,
และการคำนวณที่ขอบเครือข่าย
🦴 กระดูกสันหลัง (Spine)
ความกล้าเสี่ยง,
โครงสร้างที่ปราดเปรียว,
และการลดความซับซ้อน
❤️ หัวใจ (Heart)
วัฒนธรรมองค์กร, การรักษาทาเลนต์
และความเห็นอกเห็นใจขั้นสุด
หากขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่ง องค์กรอาจทำงานได้
แต่จะไม่มีวันก้าวขึ้นเป็นผู้นำระดับโลก
.
Jane Fraser, CEO ของ Citi ทิ้งท้ายไว้ว่า
“ในฐานะซีอีโอ คุณต้องการสองสิ่ง :
หูที่กว้างใหญ่และผิวหนังที่หนาเตอะ…
คุณต้องยึดมั่นในแผนงาน
มีความกล้าหาญ และ
อย่ายอมให้เสียงรบกวนรอบข้าง
ขัดขวางการเปลี่ยนแปลง”
และ McKinsey สรุปไว้ได้อย่างตรงจุด :
“วิกฤตคือโอกาสของคนที่เตรียมพร้อม
การทรานส์ฟอร์มไม่ได้สิ้นสุดที่สไลด์นี้
แต่อยู่ที่การลงมือทำในวันพรุ่งนี้”
ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง
องค์กรของคุณอยู่ตรงไหนในสเปกตรัมนี้?
💬 คำถามสำหรับผู้นำและทีม C-Suite
1️⃣ Brain Check: วันนี้คุณใช้ AI
เพื่อ “ทำสิ่งเดิมให้เร็วขึ้น” หรือ
เพื่อ “ออกแบบกระบวนการใหม่ทั้งหมด”?
2️⃣ Spine Check: สิ่งใดในองค์กรของคุณ
ที่รู้ว่าควรตัดทิ้ง แต่ยังไม่กล้าตัดสินใจ?
3️⃣ Heart Check: วัฒนธรรมของคุณ
“เปิดใช้งาน” พนักงาน หรือ “ออกคำสั่ง” พนักงาน?
แชร์มุมมองของคุณในคอมเมนต์ได้เลย —
บทเรียนที่ดีที่สุดมักมาจากประสบการณ์จริงในสนาม
#CEOPlaybook #ทรานส์ฟอร์มองค์กร #ผู้นำยุคAI #กลยุทธ์องค์กร #AIStrategy #ความคล่องตัว #วัฒนธรรมองค์กร #นวัตกรรม #ผู้บริหาร #Blockdit
#CEOTransformation #FutureReady #AILeadership #StrategicAgility #HumanIntelligence #OrganizationalCulture #McKinsey #Innovation #ExecutiveLeadership #TheFutureEnterprise
📌 A CREATE | Premium Curated Executive Intelligence / ถอดรหัสกลยุทธ์จากผู้นำระดับโลก เพื่อผู้บริหารไทย
โฆษณา