21 เม.ย. เวลา 15:38 • ปรัชญา
พอตื่นขึ้นมา ก็เหมือนตอนเกิด หลุดจากท้องแม่ ร้องกระแว้ ไม่รู้ว่า ร้องทำไม คนป้อนนมป้อนน้ำ ให้ก็เงียบ หลับปุ๋ย . เอ้าพอฉี่ ก็ร้องอีแล้ว มีคนมาเปลี่ยนผ้าอ้อมให้ ก็หลับอีก ชีวิตมัน ..มีกายเป็นภาระ ต้องดูแล ตอนทารก ก็มีคนป้อนให้ ยามหิว พอโตขึ้น ก็ต้องมีภาระดูแลกาย ต้องหามา หยิบใส่กากกลืนลงท้อง แล้วเครื่องในท้อง ก็ทำงานของเค้า มีกากของเสีย ก็เป็นภาระอีก ที่ต้องเอาของเสียออกไปทิ้ง จิตที่อาศัยกายนั้นมีภาระ ต้องดูแบ หาอาหารใสลงไปในกาย เอาธาตุนอกไปเสริมธาตุใน
พออยู่นานไป ดูแบกกายตนเองไม่พอ ก็ไปหาภาระเพิ่มเติม มีสามีภรรยา บุตรธิดา คราวนี้ ภาระ ก็เพิ่มเติมขึ้น จ้ตมีภาระแบกขันธ์ห้า ตัวเองไม่พอ ก็ไปแบกขันธ์ห้า ของภรรยา บุตรธิดา นี้ให้มากก็ต้องมีภาระต้องดูแล . ตื่นขึ้นมาลืมตาดูโลก .ก็มีภาระ .มีลมหายใจ ก็มีภาระ หมดลมเมื่อไหร่ ก็หมดภาระดูแล .ทั้งการกิน การนอน พอนอนหชับไม่ตื่น .กายมันเน่าเหม็น ทนไม่ไหว ต้องทิ้งกายนี้ไป ไปหาที่อยู่ใหม่ .จะได้กายมนุษย์อย่างนี้มั้ยนี่
กายนี้ มีภาระ ข้างใน มันมีของเสีย มันขับออกทางผิวกาย ทั่วทั้งตัว หากไม่ขำระล้าง อาบน้ำแปรง ฟัน จัดถู .ทั่วกาย มันคงเหมือนบูดเหม็นเน่า ต้องมีภาระ ตื่นขึ้นมาดูแล แต่เช้า ขาดไม่ได้เลย จากนั้น อารมณ์นึกคิด ต่างๆมากมายไปจนถึงเวลาหลับนอน
โฆษณา