8 ชั่วโมงที่แล้ว • หนังสือ

15 ข้อจากหนังสือ 'หนีเอาตัวรอดเป็นยอดคน'

หนังสือเล่มนี้เล่าเรื่องราวของอดีตเจ้าหน้าที่กองกำลังป้องกันตนเองดาวรุ่ง
ที่พลิกผันเพราะถูกหัวหน้ากลั่นแกล้ง จนแหลกสลายทั้งร่างกายและจิตใจ
แต่มา ณ วันนี้ เขาฟื้นฟู และเยียวยาจิตใจตนเอง และกลับมาทำงานต่อได้อย่างไร พบได้ในเล่มนี้
และผมได้สรุปข้อคิดที่น่าสนใจจากเล่มนี้มาแล้วครับ
✅ 1. เราทำงานเพื่อใช้ชีวิต ไม่ได้มีชีวิตอยู่งาน
หากมีสัญญาณเหล่านี้ก็ควรหนีออกมา
เช่น เข้านอนแต่นอนไม่หลับ จู่ๆน้ำตาก็ไหลออกมา
ความทรงจำเลวร้ายวนเวียนอยู่ในหัว
หรือความต]ย เป็นหนึ่งในสิ่งที่ผุดขึ้นมา
✅ 2. หมั่นเช็คสภาพจิตใจของตนเองอยู่สม่ำเสมอ ก่อนที่จะสายเกินแก้
เช่น รู้สึกว่าอาหารไม่อร่อย อาจจะเป็นสัญญาณเล็กๆว่าให้เราพักหรือเปล่า เป็นต้น
✅ 3. ไม่มีใครที่ไม่ได้เรื่อง แต่เพราะเรายังไม่เจอที่ที่เป็นของเรา
✅ 4. อย่าเพิ่งคิดว่าทำไมเราถึงไม่พัฒนาเลย
บางทีเราอาจยังไม่เจอ ‘แรงบันดาลใจอันยิ่งใหญ่’ เพื่อพัฒนาตนเองก็ได้
✅ 5. การทักทายช่วยให้ความสัมพันธ์ภายในองค์กรดีขึ้นเพราะ
1 การทักทายคือการยอมรับตัวตนของอีกฝ่าย
2 การทักทายอย่างมีอัธยาศัยจะทำให้ เราเป็น ‘คนที่ดูคุยง่าย’
3 การทักทายทำให้เรารู้สึกดีกับตนเอง
✅ 6. หัวใจของการสนทนามี 3 ข้อ
1 ตั้งฟังสิ่งที่อีกฝ่ายพูด
2 พูดให้เข้าใจง่าย
3 พูดย้ำเรื่องสำคัญ
อาจจะฟังดูง่าย แต่ถ้าทำได้ตามนี้
การสนทนาจะไหลลื่นและคลายความกังวลให้เราได้มากครับ
✅ 7. กฏ 1 : 2 : 7
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตาม
จะมีคนไม่ชอบเรา10%
ชอบเรา 20%
เฉยๆกับเรา 70%
10% ที่ไม่ชอบเรา ทำอย่างไรเขาก็ไม่ชอบอยู่ดี
สู้ไปให้พลังใจกับคน 20% ที่ชอบเราดีกว่า
1
✅ 8. ให้ความสำคัญกับการแจ้งข่าวร้ายก่อนเสมอ
แม้มันทำให้เราไม่สบายใจ
แต่การบอกข่าวร้าย เพื่อให้เรารับมือและจัดการก่อนจะสายเกินไป
✅ 9. หากเราทุกข์ใจอยู่ ไม่ต้องรอคนอื่นมาช่วย
เพราะคนที่จะช่วยเหลือเราได้ มีแค่เราเท่านั้น
✅10 มีจิตใจที่แข็งแกร่งด้วย 3 วิธี
1 ไม่เสพติดงานมากจนเกินไป
ผู้คนเหล่านั้นจะมีเวลาทุ่มเทให้กับงานอดิเรกภายหลังการเลิกงาน
2 ไม่ยึดติดกับสิ่งที่ควบคุมไม่ได้
กระตือรือร้นเมื่องานอยู่ในมือ แต่ปล่อยวางหลังจากหมดความรับผิดชอบของตนเองไปแล้ว
3 มีสิ่งที่เชื่อมั่น
เชื่อมั่นว่าทางที่เราดำเนินอยู่เป้นทางที่ถูกต้องและเป็นทางของเรา
✅ 11 ปรึกษางานกับหัวหน้า 1 ครั้ง เมื่อทำได้ 70%
เพื่อยืนยันความถูกต้องกับหัวหน้าก่อนที่เราจะทำงานเสร็จนั่นเองครับ
✅ 12 เหตุผลที่ควรพูดเรื่องสำคัญก่อน
เพราะคนเราจดจ่อได้ไม่เกิน 8 วินาทีแรก
การบอกเรื่องสำคัญก่อน แล้วค่อยอธิบายให้เข้าใจก็ได้
มีคำพูดจากผู้บังคับบัญชาของผู้เขียนที่น่าสนใจอยู่ครับ ว่าทำไมต้องพูดเรื่องสำคัญก่อน
'ถ้าจู่ๆคุณต]ยขึ้นมา ใครจะพูดแทนคุณ'
✅ 13 ต่อให้จิตใจแตกสลายจริงๆ
อยากให้มีความหวังว่ามันจะกลับมาได้ ผ่านการฟื้นฟูเล็กๆ
คอยสั่งสมความสำเร็จวันละนิดเพื่อฟื้นฟูจิตใจตนเองครับ
✅ 14 วางแผนงานไว้โดยใช้พลังงานหรือเวลา 80 % ก็พอ
เพราะอีก 20 % เก็บไว้ให้งานเร่งด่วนและช่วยเหลือผู้อื่น
✅ 15 การคำนึงถึงความรู้สึกคนอื่นเป็นเรื่องสำคัญ
แต่ถ้ามันมากจนถึงอยากรู้ว่าเขาคิดอะไร มากอาจจะมากเกินไป
หันมาให้ความสำคัญกับความรู้สึกของตนเองกันดีกว่าครับ
สิ่งที่ชอบของเล่มนี้ คือ การเน้นย้ำว่า ชีวิตไม่ได้มีทางเลือกเดียว
จงค้นหาทางของเราและทำตามสิ่งที่เราต้องการ
ได้เห็นเรื่องราวการถูกกลั่นกล้งในอีกมุมหนึ่ง ในอีกบริบทหนึ่ง
พร้อมวิธีกรเยียวยาตนเอง พร้อมบทเรียนที่ตกผลึก
เรื่องการทำงานแบบไม่ทำร้ายตนเองเกินไป ได้ดีมากครับ
แต่มีข้อนึงที่ผมไม่ค่อยเห็นด้วยเท่าไหร่
คือการทำงานบริษัทข้ามชาติ ไม่จำเป็นต้องเก่งอังกฤษ
เพราะผู้เขียนเล่มนี้เคยถูกสัมภามษณ์จากบริษัทข้ามชาติที่หนึ่ง
เขาแจ้งคุณวาบิ ผู้เขียนว่า สิ่งที่คาดหวังจากคุณไม่ใช่ภาษาอังกฤษ
แต่เป็น ประสบการณ์และความรู้ด้านการป้องกันภัยพิบัติและจัดการวิกฤต
ผมมองว่าแล้วแต่บริบท ในมุมของบริษัทที่คุณวาบิไปสมัคร
อาจจะไม่ได้ให้ความสำคัญเรื่องภาษาจริงๆ ก็ได้
ใครคิดเห็นอย่างไร คอมเมนท์บอกกันได้ครับ
เป็นอีกเล่มที่น่าสนใจครับ
สำนักพิมพ์ we learn
ผู้เขียน วาบิ
ผู้แปล วรพร สิงขรอาจ
จำนวนหน้า 242 หน้า
โฆษณา