เมื่อวาน เวลา 05:36 • การศึกษา

ทุกข์ทางโลกคือส่วนเล็กๆของทุกข์ในอริยสัจ4

"ทุกข์" ควร "รู้" ถ้อยคำสั้นๆของพระองค์
นี่แหละคือ ข้อปฏิบัติชั้นสูงที่จะทำให้คน
บรรลุธรรม
  กิจใน "อริยสัจ4" ก็คือ สิ่งที่ต้องกระทำหรือประพฤติปฏิบัติ ในการที่จะรู้แจ้งใน "อริยสัจ4"
  เป็นหลักที่ตรง เข้าใจง่าย แต่ยากยิ่งในการปฏิบัติ คำว่า"ทุกข์ควรรู้" นี่แหละที่ต้องฝึกกันนับร้อยนับพัน ชม.
"ควรรู้" นี่แหละที่เป็นการปฏิบัติ ที่ต้องรู้กันเป็นนาทีเป็นวินาที ไม่ใช่รู้วันละครั้งสองครั้ง แต่ต้องรู้กันวันละหลายร้อยครั้ง จึงจะเรียกว่า
         เป็นการเจริญ "ทุกขานุปัสสนา"
  "ผู้ใดเห็นทุกข์ ผู้นั้นเห็นธรรม" จะเกิดขึ้นได้เพราะการฝึกปฏิบัติแบบนี้
ซึ่งต่างจากการเห็นทุกข์แบบชาวบ้าน
เพราะทุกข์ทางโลกไม่ต้องใช้"ความเพียร"
ไม่ต้องใช้ปัญญา
ส่วนการเห็นทุกข์แบบพระอริยะ เป็นการ
"เห็นการเกิดดับ"ของขันธ์5 ซึ่งเกิดขึ้นทุกนาที ทุกวินาที จึงต้องใช้"ความเพียร"และปัญญา
นี่เป็นการปฏิบัติเบื้องต้นที่คู่กันไปกับ "อนิจจานุปัสสนา" และ "อนัตตานุปัสสนา"
  คำว่า"เจริญ"ถ้าเป็น"กิริยา"คือการ "ฝึกฝน" ถ้าเป็น"คำนาม"ก็คือ ความที่เจริญขึ้น ดังนั้นจึงต้องใช้คำว่า เจริญ ทั้งสองความหมาย ในการปฏิบัติธรรม
  หลักที่จะแนะนำคือ การปฏิบัติครั้งละ 10 หรือ 20 นาที ในที่ที่สงบ ไม่มีเสียงรบกวนมากนัก ทำให้สม่ำเสมอ ก็เป็นไปได้ว่าสัก 100-200 ชม. มีโอกาสที่จะเกิด "ดวงตาเห็นธรรม" หรือ เห็นทุกข์ได้
นี่แหละที่คนยังไม่รู้ว่าเป็นการ "ฝึก" จึงประมาทเห็นธรรมของพระพุทธเจ้าเป็น"ของตื้น" คนหนุ่มสาวที่ฟังแล้วตรองตามพอเข้าใจ ควรลงมือปฏิบัติ
   การมองเห็นตามความเป็นจริง ในขณะที่สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น และการ"มนสิการ"ไว้ในใจอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ เป็นสิ่งที่เรียกว่า "ภาวนา"
   การใช้เวลาสักร้อยสองร้อยชม. หรือแม้กระทั่งสักห้าร้อยชม. แล้วสามารถทำให้บรรลุ "โสดาปัตติมรรค"ได้ เป็นสิ่งที่ควรทำเป็นอย่างยิ่ง สำหรับคนรุ่นใหม่ที่มีปัญญา....!!!!!!
โฆษณา