24 เม.ย. เวลา 16:36 • สิ่งแวดล้อม
หนักแน่เอลนีโญปีนี้-ปีหน้า ?
คำถามนี้ถูกลบ
วิกฤติ “ซูเปอร์เอลนีโญ” ปี 2569-2570:
ความร้อนระอุและภัยแล้งที่คุกคามประเทศไทย
.
| เกาะกระแส | สัญญาณเตือน:
“ ซูเปอร์เอลนีโญ” กำลังมา!
.
‘นายอรรถเศรษฐ์ เพชรมีศรี‘ ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการน้ำ และที่ปรึกษาผู้ว่ากรุงเทพมหานคร กล่าวถึง วิกฤติ “ซูเปอร์เอลนีโญ” ปี 2569-2570 ว่า
.
ในปี 2569 นี้ มีแนวโน้มทำให้อุณหภูมิพื้นผิวน้ำทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันออกเขตร้อนสูงกว่าค่าเฉลี่ย โดยนักวิทยาศาสตร์เตือนว่าปรากฏการณ์นี้อาจรุนแรงกว่าปกติจนกลายเป็น “ซูเปอร์เอลนีโญ” (Super El Niño)
.
ซึ่งจะส่งผลกระทบอย่างชัดเจนตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2569 และอาจลากยาวไปจนถึงปี 2570
.
สภาวะนี้จะทำให้อุณหภูมิโลกสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทุบสถิติความร้อนที่เคยบันทึกไว้
.
ประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ถูกจัดเป็นหนึ่งในจุดเปราะบางที่สุด ที่จะได้รับผลกระทบจากวิกฤตการณ์นี้
.
กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่าไทยจะเปลี่ยนเข้าสู่สภาวะเอลนีโญ ในช่วงมิถุนายน-สิงหาคม 2569 ด้วยความน่าจะเป็น 62% และคาดว่าจะต่อเนื่องไปจนถึงปลายปี
.
ผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้นกับประเทศไทย คือ
.
▪️ ภัยแล้งรุนแรงและการขาดแคลนน้ำ
▪️ ความมั่นคงทางอาหารสั่นคลอน
▪️ ปัญหาไฟป่าและฝุ่น PM2.5
▪️ คลื่นความร้อน (Heatwave)
.
ขณะที่ ความท้าทายต่อภาคเกษตรกรรมไทย ซึ่งพึ่งพาน้ำสูงจะได้รับผลกระทบโดยตรง โดยเฉพาะการทำนาแบบดั้งเดิมที่ต้องใช้น้ำปริมาณมาก
.
อีกทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งของการปล่อยก๊าซมีเทน ซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจกที่มีศักยภาพสูง ทำให้โลกร้อนขึ้น
.
จำเป็นต้องเร่งปรับระบบการเพาะปลูกสู่เกษตรคาร์บอนต่ำ เช่น การทำนาเปียกสลับแห้ง (Alternate Wetting and Drying: AWD) เพื่อลดการใช้น้ำและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
.
.
.
วันนี้คุณเตรียมรับมือวิกฤตินี้กันอย่างไร
เตรียมรับแรงกระแทก
"ซูเปอร์เอลนีโญ" ปีหน้า
ร้อนทะลุ 45 องศา
วิกฤตซ้อนวิกฤตเศรษฐกิจ
.
นอกจากวิกฤตสงครามตะวันออกกลางที่ส่งผลให้ราคาพลังงานและต้นทุนอุตสาหกรรมพุ่งสูงขึ้นแล้ว ประเทศไทยและทั่วโลกกำลังเผชิญหน้ากับอีกหนึ่ง "มหันตภัยเงียบ" ที่ทวีความรุนแรงขึ้นทุกปี นั่นคือปัญหา "การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change)" และปรากฏการณ์ "ซูเปอร์เอลนีโญ (Super El Niño)"
.
รายการ THE TOPIC ทาง Money Chat Thailand ได้เชิญ ดร.สนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ และผู้ทรงคุณวุฒิจากชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย มาร่วมประเมินสถานการณ์ภูมิอากาศโลกที่กำลังจะเปลี่ยนจาก "โลกร้อน" สู่ "โลกเดือด" ซึ่งจะส่งผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ต่อปากท้องและสุขภาพของคนไทย
.
ปีหน้า "ซูเปอร์เอลนีโญ" แผลงฤทธิ์ ร้อนทะลุ 45 องศา!
.
ดร.สนธิ อธิบายว่า ปรากฏการณ์เอลนีโญ (ร้อนและแล้ง) ปกติจะเกิดขึ้นสลับกับลานีญา (ฝนตกหนัก) ทุกๆ 2-7 ปี แต่ในปี 2569 เอลนีโญกลับมาเร็วและรุนแรงกว่าปกติ
.
สาเหตุหลักมาจาก "อุณหภูมิผิวน้ำทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิก" ที่ร้อนขึ้นอย่างผิดปกติ (สูงถึง 26-27 องศาเซลเซียส) เมื่อลมพัดความร้อนจากทะเลเข้าสู่ฝั่ง จึงทำให้อากาศร้อนจัดและฝนทิ้งช่วง
.
สิ่งที่ไทยต้องเผชิญ:
.
- เมษายน 2569 (ปีนี้): เราได้เห็นอุณหภูมิแตะระดับ 42-43 องศาเซลเซียสไปแล้วในบางจังหวัด (เช่น ลำปาง) และพบค่าดัชนีความร้อน (Heat Index) พุ่งสูงถึง 60 องศาเซลเซียส!
.
- ปลายปี 2569 สู่เมษายน 2570 (ปีหน้า): จะเข้าสู่สภาวะ "ซูเปอร์เอลนีโญ" เต็มรูปแบบ ดร.สนธิ คาดการณ์ว่าอุณหภูมิสูงสุดในไทยอาจทะลุ 45 องศาเซลเซียส โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือที่เป็นแอ่งกระทะ ซึ่งจะมาพร้อมกับปัญหาความแห้งแล้งอย่างรุนแรง ฝนทิ้งช่วง และปัญหาไฟป่า/ฝุ่น PM 2.5 ที่จะทวีความรุนแรงขึ้น
.
"Food Shock" วิกฤตอาหารแพง ทุบเศรษฐกิจไทย
เมื่อ "ซูเปอร์เอลนีโญ" ปะทะกับ "วิกฤตพลังงาน" ผลลัพธ์ที่ตามมาคือ "หายนะของภาคการเกษตร"
.
1. วิกฤตต้นน้ำ (การผลิต):
พื้นที่เพาะปลูกกว่า 80% นอกเขตชลประทานจะขาดแคลนน้ำอย่างหนัก ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผลผลิตหลัก เช่น ข้าวนาปี/นาปรัง อ้อย มันสำปะหลัง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และไม้ผล (ทุเรียน ลำไย) ผลผลิตที่ลดลงย่อมหมายถึงรายได้ที่หดหายของเกษตรกรไทย
.
2. ต้นทุนพุ่งทะยาน:
เกษตรกรต้องเผชิญกับต้นทุนซ้อนต้นทุน ทั้งราคาปุ๋ยเคมีที่แพงขึ้น (จากปัญหาสงคราม) และราคาน้ำมันแพง (ต้นทุนสูบน้ำและขนส่ง)
.
3. Food Shock (วิกฤตอาหารแพง):
เมื่อผลผลิตลดลง แต่ต้นทุนและปริมาณความต้องการยังสูง ราคาสินค้าเกษตรและอาหารจะปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ก่อให้เกิดภาวะเงินเฟ้อ แบบ Stagflation (ข้าวยากหมากแพง แต่เศรษฐกิจซบเซา) ซึ่งจะกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชนทุกคน
.
สุขภาพและความอยู่รอด:
เมื่อความตายมากับสายลมร้อน
.
ความร้อนระดับ 42-45 องศาเซลเซียส ไม่ใช่แค่เรื่องไม่สบายตัวแต่มันคือ อันตรายถึงชีวิต
.
ดร.สนธิ เตือนว่า เมื่อร่างกายเผชิญความร้อนที่สูงกว่าอุณหภูมิปกติ (37.5 องศา) และเหงื่อไม่สามารถระเหยเพื่อระบายความร้อนได้ เลือดจะหนืด หัวใจเต้นเร็ว และอาจนำไปสู่ภาวะ "ฮีทสโตรก (Heatstroke)" หรือโรคลมแดด ซึ่งทำให้สมองช็อกและเสียชีวิตได้ทันที (ปีนี้มีรายงานผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 38 ราย)
.
กลุ่มเสี่ยง:
- ผู้ที่ทำงานกลางแจ้ง (กรรมกรก่อสร้าง, ไรเดอร์, ตำรวจจราจร)
- ผู้สูงอายุที่อยู่ตามลำพัง (สังคมผู้สูงวัย)
- สัตว์เลี้ยงที่ไม่ได้รับน้ำและอยู่ในที่ร่มเพียงพอ
.
ทางรอดของไทย:
ภาครัฐต้องขยับ ประชาชนต้องปรับตัว
.
ดร.สนธิ เสนอแนะทางออกสำหรับวิกฤตนี้ว่า:
.
ระดับนโยบาย (รัฐบาล):
- ส่งสัญญาณความจริง:
รัฐต้องหยุดขายฝัน และบอกความจริงกับประชาชนว่าวิกฤตความแล้งและของแพงกำลังจะมา เพื่อให้ทุกคนเตรียมตัว
.
- เปลี่ยนผ่านพลังงาน:
เร่งเปลี่ยนผ่านจากพลังงานฟอสซิล สู่พลังงานสะอาด (Renewable Energy) อย่างจริงจัง ส่งเสริม Solar Roof และพิจารณาความเหมาะสมของพลังงานนิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) ภายใต้การควบคุมที่โปร่งใส
.
- ลดประชานิยม:
หลีกเลี่ยงนโยบายแจกเงินที่สร้างภาระการคลัง แต่นำเงินไปลงทุนยกระดับทักษะแรงงาน (Up-skill/Re-skill) และสนับสนุนเทคโนโลยีเกษตรแม่นยำ
.
ระดับประชาชน:
.
- มีสติและประหยัด:
รัดเข็มขัด ลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น และพยายามไม่มีหนี้สินเพิ่ม
.
- รักษาสุขภาพ (Safety First):
หลีกเลี่ยงการอยู่กลางแจ้งในช่วงเวลา 11:00 - 16:00 น. ดื่มน้ำให้มากๆ และดูแลผู้สูงอายุอย่างใกล้ชิด
.
ปรับตัว:
เรียนรู้ทักษะใหม่ๆ และปรับพฤติกรรมการบริโภคให้สอดคล้องกับทรัพยากรที่มีจำกัด
.
"ความไม่มีหนี้และความไม่มีโรค คือลาภอันประเสริฐที่สุดในยุค Super New Normal"
.
รับชมคลิปเต็ม : https://www.youtube.com/watch?v=I4vFxgc85p8
โฆษณา