Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
The Founder
•
ติดตาม
25 เม.ย. เวลา 12:00 • ธุรกิจ
ธุรกิจส่วนใหญ่พยายามผลิตให้มากที่สุด แต่ Rolex เลือกผลิตให้ - และนั่นคือเหตุผลที่พวกเขารวยกว่าใคร
Rolex ผลิตนาฬิกาได้ปีละประมาณ 1 ล้านเรือน ฟังดูเยอะ แต่ถ้าเทียบกับ Casio ที่ผลิตปีละกว่า 100 ล้านเรือน Rolex ผลิตน้อยกว่าถึง 100 เท่า
แต่ Rolex Daytona มีราคาขายในตลาดมือสองสูงกว่าราคาหน้าร้านเกือบ 2 เท่า และถ้าคุณเดินเข้าไปในร้าน Rolex วันนี้เพื่อขอซื้อ Submariner คำตอบที่ได้คือ "รอคิวครับ อาจนานถึง 1-2 ปี"
คำถามคือ Rolex ผลิตไม่ทันจริงๆ หรือ "เลือก" ที่จะผลิตให้น้อยกว่านั้น ?
#ความจริงที่ Rolex ไม่เคยพูดออกมา
Rolex เป็นบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ไม่มีผู้ถือหุ้นที่ต้องการผลกำไรสูงสุดในทุกไตรมาส พวกเขาตัดสินใจได้อิสระ 100% ว่าจะผลิตเท่าไหร่
และสิ่งที่พวกเขาเลือกคือ "ผลิตให้น้อยกว่า demand เสมอ"
เหตุผลไม่ใช่ข้อจำกัดด้านการผลิต แต่เป็นกลยุทธ์ที่วางไว้อย่างตั้งใจ เพราะ Rolex รู้ดีว่า วันไหนที่ใครก็ซื้อได้ทันที คือวันที่ Rolex กลายเป็นสินค้าธรรมดา
Waiting list ไม่ใช่ปัญหา มันคือ "ผลิตภัณฑ์" ที่แท้จริงของ Rolex
#นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของ Rolex
ถ้าสังเกตดูดีๆ จะเห็นว่า brand ที่แพงที่สุดในโลกล้วนใช้หลักการเดียวกัน
Ferrari ผลิตรถปีละไม่ถึง 15,000 คัน ทั้งที่มีคนพร้อมจ่ายรออยู่มากกว่านั้น บางรุ่นต้องรอนานถึง 3 ปี และมีเงื่อนไขว่าต้องมีประวัติซื้อ Ferrari รุ่นอื่นมาก่อนถึงจะมีสิทธิ์ซื้อ
Hermès Birkin คือกระเป๋าที่คุณ "ซื้อไม่ได้" ถ้าไม่มีประวัติซื้อสินค้าอื่นของ Hermès มาพอ พนักงานจะไม่เสนอให้คุณ คุณต้องพิสูจน์ว่า "คู่ควร" กับมันก่อน ราคาในตลาดมือสองสูงกว่าราคาหน้าร้านกว่า 3 เท่า
Supreme ออก collection ใหม่ทุกสัปดาห์ แต่ละรุ่นมีจำนวนจำกัด ขายหมดภายในไม่กี่นาที และในตลาดมือสอง ราคาพุ่งสูงถึง 5-10 เท่าทันที
ทุก brand เหล่านี้ไม่ได้แข่งกันที่ราคา แต่แข่งกันที่ "ความหายาก"
#ผมเคยเจอกับตัวเองครับ
มีช่วงหนึ่งที่ผมขายหนังสือออนไลน์ ตอนนั้นใครอยากได้ก็กดซื้อได้ทันที stock ไม่มีวันหมด ราคาก็ตั้งไว้เพื่อให้ "เข้าถึงได้ง่าย" ยอดขายก็ได้ แต่ไม่เคยพุ่ง
วันหนึ่งผมลองประกาศว่า "เปิดขาย limited 50 เล่มต่อรอบ รอบหน้าเปิดอีกทีเดือนหน้า" ทั้งที่จริงๆ ผมพิมพ์ได้ไม่จำกัด
50 เล่มหมดภายใน 2 วัน คนที่ไม่ทันรอบแรกทักมาถามว่า "รอบหน้าเปิดเมื่อไหร่" และมีคนโพสต์ในกลุ่มว่า "รีบสั่งก่อนหมด" โดยที่ผมไม่ได้ทำอะไรเพิ่มเลย
หนังสือเล่มเดิม เนื้อหาเดิม ราคาเดิม แต่แค่ "หายากขึ้น" ทำให้คนอยากได้มากขึ้น
#แล้วคุณล่ะ
ลองถามตัวเองดูครับว่า ตอนนี้สิ่งที่คุณขาย ไม่ว่าจะเป็น product, service, หรือแม้แต่ "เวลาของคุณเอง" มัน "หาได้ง่ายเกินไป" ไหม ?
ถ้าคุณพร้อมให้ทุกคนเข้าถึงได้ทันที ราคาถูก ไม่มีเงื่อนไข คุณกำลังส่งสัญญาณว่า "ของผมมีเยอะ ไม่มีใครต้องการ" โดยไม่รู้ตัว
#วิธีนำหลัก Scarcity ไปใช้จริง
1. หยุดแข่งด้วยราคา แข่งด้วย "ความหายาก"
แทนที่จะลดราคาเพื่อดึงลูกค้า ลองตั้งคำถามว่า "ทำอย่างไรให้ลูกค้ารู้สึกว่าได้สิ่งพิเศษที่ไม่ใช่ทุกคนจะได้" นั่นคือ positioning ที่ทรงพลังกว่าการลดราคาเสมอ
2. จำกัด availability แม้จะยังเล็ก
ไม่ว่าจะเป็น freelancer, content creator, หรือเจ้าของธุรกิจเล็กๆ ลอง limit จำนวน slot, จำนวนลูกค้า, หรือจำนวน product ต่อรอบ แล้วดูว่า perception ของคนต่อสิ่งที่คุณทำเปลี่ยนไปไหม
3. สร้าง waiting list แม้จะยังไม่มีใครรอ
การมี waiting list ส่งสัญญาณว่า "ของผมมีคนต้องการมากกว่าที่ผมรับได้" ซึ่งทำให้คนที่ยังไม่รู้จักคุณ อยากรู้จักมากขึ้น และคนที่รู้จักแล้ว รู้สึกโชคดีที่ได้อยู่ในนั้น
Rolex ไม่ได้รวยเพราะผลิตมากที่สุด แต่รวยเพราะรู้ว่าจะ "ผลิตน้อยแค่ไหน" ความหายากไม่ใช่ผลพลอยได้จากความสำเร็จ แต่มันคือสิ่งที่ต้องออกแบบตั้งแต่แรก
สิ่งที่หาได้ง่าย ไม่มีวันมีคุณค่าเท่าสิ่งที่ต้องรอ
=================================
เพราะเราเชื่อว่า "ความรู้" คือสิ่งเดียวจะเปลี่ยนชีวิต
คุณได้ กดติดตามเพจ The Founder เพื่อให้
"ความรู้ดี ๆ" ปรากฏบนหน้าฟีตของคุณทุกวัน
==================================
#thefounder
==================================
ช่องทางการติดตามเพจ "The Founder"
Facebook:
https://www.facebook.com/thefounderfb
Instragram:
https://www.instagram.com/thefounderig/
Blockdit:
https://www.blockdit.com/thefounder
Youtube:
https://www.youtube.com/@thefounder-podcast
Threads:
https://www.threads.net/thefounderig
==================================
#thefounder #ธุรกิจ #พัฒนาตนเอง
ธุรกิจ
หนังสือ
เกร็ดความรู้
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย