8 ชั่วโมงที่แล้ว • ข่าว

ภารกิจหนักของคิงชาลส์เมื่อต้องเจอทรัมป์

เหตุลอบสังหาร สงครามการค้า ดราม่าการเมือง
สำนักพระราชวังแห่งอังกฤษยืนยันหมายกำหนดการเดิมของ สมเด็จพระเจ้าชาลส์ที่ 3 และ สมเด็จพระราชินีคามิลลา ในการเสด็จเยือนสหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 27-30 เมษายน 2026 นี้ หลังจากเหตุยิงกันในงานเลี้ยงรับรองผู้สื่อข่าวทำเนียบที่โรงแรมฮิลตัน ในกรุงวอชิงตัน ดี.ชี ที่เชื่อว่าเป็นการพยายามลอบสังหารประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เพียงวันเดียว
โดยทางบักกิงแฮมได้ออกแถลงการณ์เมื่อวันอาทิตย์ (26 เม.ย. 26) ติงเรื่องมาตรการรักษาความปลอดภัยในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. แต่เมื่อมีการหารือกันจากทั้ง 2 ฝั่งแล้วพระเจ้าชาลส์ ที่ 3 ยังคงเสด็จเยือนสหรัฐไม่เปลี่ยนแปลง และพระองค์ยังติดต่อถึงโดนัลด์ ทรัมป์ หลังเกิดเหตุเป็นการส่วนพระองค์ เพื่อแสดงความห่วงใยต่อโดนัลด์ ทรัมป์ และ เมลาเนีย ทรัมป์ สุภาพสตรีหมายเลข 1 และทรงยินดีที่ทั้งคู่ปลอดภัยด้วย
แต่เพื่อความไม่ประมาท รัฐบาลอังกฤษได้จัดเตรียมเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของตัวเองอีกชุดไปคุ้มกันประมุขแห่งรัฐ ร่วมกับทางเจ้าภาพสหรัฐ อันเนื่องจากเป็นงานสำคัญในการฉลองครบรอบ 250 ปี ความสัมพันธ์อังกฤษ-สหรัฐ โดยครั้งสุดท้ายที่มีการเยือนแบบรัฐพิธีใหญ่เช่นนี้ เกิดขึ้นในปี 2007 ในสมัยของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2
การมาเยือนครั้งนี้ นอกเหนือจากวาระโอกาสสำคัญทางประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์อันยาวนานของ 2 ชาติ ที่ก็ต้องยอมรับว่ามีหลายช่วงที่ไม่ค่อยดีนัก แต่ก็เป็นการแสดงให้เห็นความทั้ง 2 ชาติก็จะพยายามรักษาความเป็นพันธมิตรกันต่อไป ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น หรือไม่ว่าจะโดนอีกฝ่ายโขกสับ ข่มขู่ เยาะเย้ยสารพัดก็ตาม
และคิงชาลส์ ก็ทรงทราบดีว่า นายกรัฐมนตรีอังกฤษคนปัจจุบันก็โดนฤทธิ์เดชโดนัลด์ ทรัมป์ไปไม่น้อย เรียกได้ว่า เล่นหนักทุกดอก ปากบอกว่าเพื่อนกัน มันมีอยู่จริง
ไล่กันมาตั้งแต่สงครามอิหร่าน กับโดนทรัมป์จิกกัดเรื่องการขอใช้ฐานทัพเรืออังกฤษที่ Diego Garcia ในมหาสมุทรอินเดีย ถึงแม้ในภายหลังรัฐบาลอังกฤษจะอนุญาตให้กองทัพสหรัฐใช้ฐานทัพอังกฤษได้แล้ว แต่ก็ไม่วายโดนทรัมป์ค่อนแคะ ที่อังกฤษคืนเกาะชาร์โกส ซึ่งที่เป็นที่ตั้งของฐานทัพของตนให้ประเทศมอร์ริเชียส ว่าเป็น "การกระทำที่โง่ที่สุด" เท่าที่เขาเคยได้ยินมา
และสงครามการค้า ที่ทรัมป์เปิดศึกเดินหน้าขึ้นกำแพงภาษีทั่วโลก และล่าสุด ทรัมป์ออกมาขู่ว่าจะจัดแพคเกจ "Big Tariffs" ให้อังกฤษโดยเฉพาะ เพื่อกดดันให้รัฐบาลอังกฤษยอมยกเลิกการเก็บภาษีดิจิทัลกับบริษัทเทคฯ ของสหรัฐ
โดยกฎหมายภาษีดิจิทัลของอังกฤษออกมาเมื่อปี 2020 กำหนดให้บริษัทผู้ให้บริการดิจิทัลที่ทำรายได้จากผู้ใช้ชาวอังกฤษเกินปีละ 25 ล้านปอนด์ขึ้นไป ต้องเสียภาษีดิจิทัล 2%
เป็นกฎหมายที่กระทบกับบริษัท Big Tech ของสหรัฐอเมริกา อาทิ Facebook/ Amazon/ Apple/ Google/ X โดยตรง และหากคิดอัตราภาษีตามนี้ รัฐบาลอังกฤษจะมีรายได้เพิ่มจากภาษีดิจิทัลใหม่นี้ ปีละ 4.4 - 5.2 พันล้านปอนด์เลยทีเดียว
ด้านทรัมป์บอกยอมไม่ได้ ถ้าทุกประเทศคิดจะมาเก็บภาษีดิจิทัลแบบนี้ บริษัท Big Tech สหรัฐจะอยู่ยังไง จึงขู่ที่จะใช้มาตรการกำแพงภาษีระดับ Big Tariffs กับอังกฤษแน่ถ้ายังเดินหน้าภาษีดิจิทัลกับบริษัทของสหรัฐ (แต่จะไปเก็บบริษัทประเทศอื่นก็ไม่ว่าอะไร😅)
ทำเอารัฐบาลอังกฤษชักจะฉุน ออกมาตอบโต้ว่าพร้อมจะสวนกลับสหรัฐด้วยภาษีปืนใหญ่ หรือ Trade Bazooka ที่จะจำกัดสินค้าสหรัฐเข้าสู่ตลาดอังกฤษ และ ลดสัญญาภาครัฐที่จะทำร่วมกับบริษัทสหรัฐ
และประเด็นล่าสุด มีอีเมล์วงในหลุดจากแพนทากอน ที่เสนอให้ทำเนียบขาวพิจารณาทบทวนบทบาทของสหรัฐที่เคยหนุนหลังอังกฤษอ้างสิทธิ์เหนือหมู่เกาะฟอล์คแลนด์จากอาร์เจนตินา ที่เป็นหนึ่งในแผนการลงโทษชาติพันธมิตร NATO ที่ไม่มาช่วยสหรัฐในการทำสงครามอิหร่าน
ซึ่งหมู่เกาะฟอล์คแลนด์ เป็นเรื่องศักดิ์ศรีของอังกฤษ ไม่ต่างจากเกาะไต้หวัน กับจีน หรือ เกาะกรีนแลนด์ กับ เดนมาร์ก และถ้าทรัมป์เกิดไปไกลกว่านั้น คือสนับสนุนอาร์เจนตินา ในประเด็นเกาะฟอล์คแลนด์ ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐ-อังกฤษ อาจดำดิ่งจนมองหน้ากันไม่ติดเลยก็ได้
จะเห็นได้ว่า การเยือนของคิง ชาลส์ มีความท้าทายทางการทูตซ่อนอยู่เยอะมาก และโฆษกรัฐบาลอังกฤษก็แอบคาดหวังว่า คิง ชาลส์ จะสามารถโน้มน้าวให้ทรัมป์เปลี่ยนใจ ไม่แทงข้างหลังอังกฤษด้วยข้อพิพาทเกาะฟอล์คแลนด์ได้ หรืออย่างน้อยก็แสดงความเกรงใจพันธมิตรเก่าแก่บ้าง อะไรเบาได้ก็เบาหน่อย
ทรัมป์ เคยให้สัมภาษณ์กับ BBC ว่า การเสด็จเยือนสหรัฐของพระเจ้าชาลส์ที่ 3 จะช่วยรื้อฟื้นความสัมพันธ์ที่ขุ่นเคืองกันในช่วงนี้ให้ดีขึ้นได้อย่างแน่นอน ด้วยความเป็นคนที่มีวัจนะอ่อนโยนของพระองค์ บวกกับความที่ทรัมป์ชื่นชมสมาชิกราชวงศ์อังกฤษมาแต่ไหน แต่ไร น่าจะช่วยลดความตึงเครียดลงได้มาก
แต่อย่างที่รู้กันว่า เหตุแห่งความตึงเครียดไม่ได้มาจากอังกฤษ และอย่าไว้ใจอารมณ์ 3 วันดี 4 วันผีเข้า ของทรัมป์มากนัก การพบหน้ากันที่ชื่นมื่น ไม่ได้การันตีว่า หลังจบงาน ทรัมป์จะแผลงฤทธิ์น้อยลง
เพราะฉะนั้น สิ่งที่ต้องทำอย่างดีที่สุดคือ ให้พิธีการเยือนสหรัฐของพระเจ้าชาลส์ที่ 3 เสร็จสิ้นอย่างราบรื่น ปลอดภัย และรีบกลับมารับคือกับความปั่นป่วนอันคาดเดาไม่ได้ของโดนัลด์ ทรัมป์ ให้ได้รับผล กระทบน้อยที่สุดจะดีกว่า
****************
ติดตามบทความของ "หรรสาระ" เพิ่มเติมได้ที่
Facebook - หรรสาระ By Jeans Aroonrat
Twitter - @HunsaraByJeans
Blockdit - หรรสาระ By Jeans Aroonrat
แพลทฟอร์มคุณภาพ ไม่ปิดกั้นการมองเห็นเนื้อหา
****************
แหล่งข้อมูล
โฆษณา