Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
สงคราม story
•
ติดตาม
28 เม.ย. เวลา 12:36 • การเมือง
ล่าเรื่องร้อน รู้ให้ลึก EP.20 "ทำไมไม่ย้ายแม่ทัพภาคที่ 4 คนนี้"
"ภารกิจในพื้นที่ชายแดนใต้
คือภารกิจที่ต้องแลกมาด้วย
ความเสี่ยงความกดดันและบางครั้งคือชีวิต
แต่สำหรับคนที่สวมเครื่องแบบ
นี่ไม่ใช่ทางเลือก นี่คือหน้าที่
ผมรู้ดีว่าเงินเดือนทุกบาท
มาจากภาษีของพี่น้องประชาชน
และนั่นคือเหตุผลที่ผมจะไม่ถอย"
"ผมพูดส่วนตัวนะ
ถ้าผมทำ ผมไม่ปล่อยให้รอดหรอก
อันนี้เป็นเรื่องส่วนตัว
ผมไม่รู้ว่าเขาไปรับงานใครมา"
พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 และผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 (ผอ.กอ.รมน.ภาค4)
"ที่ผ่านมาปัญหา 'การฆ่านอกกฎหมาย' (extrajudicial killing) เป็นปัญหาสิทธิมนุษยชนสำคัญในพื้นที่ชายแดนใต้ที่ถูกจับตามองทั้งในระดับชาติและนานาชาติ ดังนั้น คำพูดที่หมิ่นเหม่เช่นนี้จึงไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในบริบทที่มีความอ่อนไหวมากเช่นนี้"
ผศ.ดร.รุ่งรวี เฉลิมศรีภิญโญรัช จากสถาบันสันติศึกษา ม.สงขลานครินทร์
"ในฐานะที่ผู้พูดเป็นเจ้าหน้าที่รัฐซึ่งต้องมีความรับผิดชอบในฐานะที่ตนเองมีตำแหน่งหน้าที่ในภารกิจสร้างสันติภาพในพื้นที่ ในฐานะเจ้าหน้าที่รัฐ คำพูดเหล่านี้มันเป็นสิ่งที่ผิดมาก ๆ ถ้าเราดูจากบทเรียนหรือในต่างประเทศ นายกรัฐมนตรีมีอำนาจปลดออกจากราชการหรือสั่งโยกย้ายด้วยซ้ำ เพราะมันทำให้ความไว้วางใจของประชาชนต่อรัฐลดลงและความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับประชาชนมันห่างขึ้น"
"ภาษาที่แสดงออกนั้นก็แสดงอำนาจและการข่มขวัญจากผู้พูดว่าตนเองมีอำนาจและสามารถกระทำการต่าง ๆ ในพื้นที่ได้ซึ่งผมมองว่าเป็นการแสดงออกถึงการใช้ศักยภาพในทางที่ผิดกฎหมายและละเมิดหลักกระบวนการยุติธรรม"
รศ.เอกรินทร์ ต่วนศิริ จากคณะรัฐศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์ (วิทยาเขตปัตตานี)
"ในการปฏิบัติงานที่ผ่านมาท่านทุ่มเทอย่างเต็มที่ ไม่ใช่เฉพาะช่วงนี้ ในช่วงที่ท่านมารับตำแหน่ง มีภัยพิบัติท่านอยู่หน้างานมาโดยตลอด ตอบสนองนโยบายรัฐบาล แต่ช่วงหลังมีสถานการณ์เยอะไปหมด ท่านถูกส่วนกลางถูกผมสอบถาม ซักถามเร่งรัดภารกิจต่างๆ พอมีเหตุการณ์ในช่วงนี้ท่านพยายามจะตอบให้"
" ขอยืนยันในใจของท่านไม่มีอะไร บางทีเวลาตอบภายใต้ภาวะที่ตึงเครียด ท่านมายอมรับว่าพูดไม่ครบถ้วนบ้าง พลาดไปบ้าง แล้วท่านพร้อมจะขอโทษพี่น้องประชาชนไหม ท่านพร้อม ก็ท่านขอโทษพี่น้องประชาชน ท่านได้ทำด้วยความเต็มใจ"
นายกรัฐมนตรี
สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่าน คนเราบางครั้งทำดีแล้วได้คำชมก็มี ทำดีแล้วได้คำด่าก็มี แน่นอนว่าชีวิตจริงมันก็ไม่ได้สวยหรูแบบทุ่งลาเวนเดอร์ เรื่องราวต่อไปนี้จะเป็นภาคต่อจากบทความที่แล้วที่มีการกล่าวถึงการจับกุมฆาตกรฆ่าส.ส.พรรคประชาชาติ นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ความสำเร็จนี้จะขาดผู้บังคับบัญชาไปไม่ได้ หากไม่มีผู้บังคับบัญชาคดีนี้ก็คงไม่ถึงโค้งสุดท้ายแน่ๆ
หนึ่งในผู้บังคับบัญชาที่มีบทบาทในการอิกคำสั่งให้ทหารและตำรวจเข้าจับกุมผู้ก่อเหตุสาวตัวถึงผู้บงการนั่นคือแม่ทัพภาคที่ 4 ผู้ท้มีบทบาทในการแก้ไขปัญหาสถานการณ์ไฟใต้ แม้จะโดนทัวร์ลงแต่ก็ยังคงทำหน้าที่ต่อไปจนถึงที่สุด นี่คือเรื่องราวของพลโท นรธิป โพยนอก
ท่ามกลางวิกฤตศรัทธาและกระแสเรียกร้องให้สั่งย้าย พลโท นรธิป โพยนอก หรือที่รู้จักกันดีในชื่อแม่ทัพยูรออกจากตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 4 หลังเกิดกรณีพิพาททางวาทกรรมที่กระทบจิตใจคนในพื้นที่ แต่ดูเหมือนว่าตำแหน่งของเขายังคงมีความเข้มแข็งและยากที่จะสั่นคลอน
ปัจจัยที่สำคัญที่สุดประการหนึ่งคือความสัมพันธ์อันเหนียวแน่นภายในกองทัพ พลโท นรธิป เป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 26 ซึ่งเป็นรุ่นเดียวกับผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูงในขณะนี้ทั้ง พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) และพลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
การดำรงตำแหน่งของท่านจึงได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากเพื่อนร่วมรุ่นในระดับ “5 เสือทบ.” ที่ลงพื้นที่ช่วยสนับสนุนการทำงานอย่างต่อเนื่อง หากมีการสั่งย้ายในขณะนี้อาจถูกมองว่าเป็นความผิดพลาดในการตัดสินใจของ ผบ.ทบ. ที่เป็นผู้ส่งท่านมา
การส่งแม่ทัพจากกองทัพภาคที่ 2 ซึ่งกำกับดูแลภาคอีสานมาคุมภาคใต้น ไม่ใช่ความบังเอิญแต่เป็นความตั้งใจของกองทัพบกที่จะใช้คนนอกเข้ามาจัดระเบียบและแก้ปัญหาด้วยหลักนิยมใหม่ แล้วทำไมต้องเป็นนายทหารผู้ที่ผ่านสมรภูมิในภาคอีสานมมาก่อน ทำไมท่านจึงมความสำคัญในการจัดหาปัญหาเรื่องความมั่นคงในชายแดนใต้
ก่อนที่จะเข้าสู่บทบาทการเป็นแม่ทัพภาคที่ 4 พลโท นรธิป โพยนอก มีประวัติการรับราชการที่เติบโตมาจาก กองทัพภาคที่ 2 คือพื้นที่ภาคอีสานเป็นหลักจนได้รับฉายาว่าเป็นขุนพลอีสาน
ท่านจบจากโรงเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 26 (นตท.26) ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับ พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบกคนปัจจุบัน สำหรับท่านแล้วท่านได้ใช้ชีวิตรับราชการเกือบทั้งหมดในพื้นที่ภาคอีสาน โดยเคยดำรงตำแหน่งสำคัญคือ ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 3 หรือผบ.พล.ร.3 ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ชายแดนอีสานตอนบน ตั้งแต่จังหวัดเลยไปจนถึงมุกดาหาร
ท่านเคยดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี โดยมีผลงานโดดเด่นในด้านการสกัดกั้นยาเสพติดและอาชญากรรมข้ามชาติอย่างเด็ดขาดตามแนวพรมแดนไทย-ลาว ก่อนจะย้ายออกจากภาคอีสานท่านได้ดำรงตำแหน่งล่าสุดเป็นรองแม่ทัพภาคที่ 2
จากคนคุ้ยเคยการปฏิบัติการตามป่าเขาในภูมิภาคอีสานท่านได้กลายมาเป็นคนนอกหรือนายพลข้าวนอกนาในพื้นที่กองทัพภาคที่ 4 เพราะไม่เคยเติบโตหรือรับราชการในการเป็นทหารสังกัดกองทัพภาคที่ 4 มาก่อน
แม้จะมีข้อมูลบางส่วนระบุว่าสมัยเป็นทหารหนุ่มท่านเคยลงมาปฏิบัติหน้าที่ในชายแดนใต้ในช่วงเวลาสั้นๆ ตามวงรอบการหมุนเวียนกำลังพลจากภาคต่างๆ แต่ก็นับว่าเป็นประสบการณ์ที่น้อยมากเมื่อเทียบกับการปฏิบัติราชการทหารในภาคอีสาน
พลโท นรธิป ไม่ได้รับราชการในกองทัพภาคที่ 2 ที่มีแต่ป่าไม้และภูเขาอีกต่อไป แต่ยังต้องรับมือความขัดแย้งในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้จากกลุ่มผู้ก่ความไม่สงบและอาจถูกมองแบบลบๆจากชาวมุสลิมในพื้นที่เกี่ยวกับความเข้าใจเชิงลึกของท่านที่มีต่อบริบทพหุวัฒนธรรมของชายแดนใต้
แม้จะมีแม่ทัพภาคที่ 4 คนใหม่ลงมาปฏิบัติหน้าที่ในภาคใต้ แต่ก็ยังถูกวิจารณ์ว่าท่านขาดความเข้าใจในเรื่องการพูดคุยสันติสุขและประวัติศาสตร์ที่มีมายาวนานของภูมิภาคนี้เนื่องจากท่านเป็นนายทหารสายบู๊ จึงไม่เหมาะกับการเจรจาต่อศัตรูที่หวังประทุษร้ายต่อทหารและตำรวจในพื้นที่
รับตำแหน่งแม่ทัพมาเป็นเวลา 6-7 เดือนแล้ว วันดีคืนดีท่านก็ต้องมารับกระแสต่อต้านจากมวลมวลชนผ่านการชี้แจง แต่กลับสร้างวาทะสายล่อฟ้าขึ้นมาเมื่อคำพูดของท่านถูกมองว่าเป็นสไตล์ทหารที่ตรงไปตรงมา ไม่เหมือนฝ่ายการเมืองที่เน้นไปเจรจาเรื่องปัญหาไฟใต้ที่มาเลเซีย
ทำให้ท่านถูกตีความว่าขาดศิลปะการสื่อสารข้อเท็จจริงประชาชนในพื้นที่ละเอียดอ่อน เช่น กรณีการแถลงข่าวเหตุยิงรถ สส. กมลศักดิ์ ลีวาเมาะที่ระบุว่าถ้าท่านทำ ไม่รอดแน่ ซึ่งถูกตีความว่าเป็นการข่มขู่หรือสะท้อนแนวคิดแบบมาเฟีย
ส่วนกรณีที่ท่านแถลงกับสื่อมวลชนว่าสถาบันศึกษาบางแห่งมีการบ่มเพาะแนวคิดรุนแรงต่อชาวพุทธและเสนอให้จัดระเบียบอย่างใกล้ชิด สร้างความไม่พอใจอย่างกว้างขวางแก่ผู้นำศาสนาและสมาพันธ์โรงเรียนเอกชน จนนำไปสู่การรวมตัวกดดันให้ย้ายท่านออกจากพื้นที่
ผู้เชี่ยวชาญด้านการแก้ไขปัญหาใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ระบุว่ากลุ่มผู้ไม่หวังดีอาจใช้กระแสความขัดแย้งระหว่างมวลชนกับแม่ทัพภาคที่ 4 มาเป็นเงื่อนไขในการขยายผลความรุนแรง หรือใช้เป็นข้ออ้างในการไม่เข้าร่วมเจรจาสันติสุข
พร้อมกันนี้ยังมีการท้าทายทหารและตำรวจในพื้นที่ 3 จชต.ด้วยความรุนแรง นับตั้งแต่ช่วง 6-7 เดือนแรกที่เข้ารับตำแหน่ง มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นต่อเนื่อง เช่น การเผาปั๊มน้ำมันหลายจุดพร้อมกัน และเหตุคาร์บอมบ์ ซึ่งถูกมองว่าเป็นการลองเชิงแม่ทัพคนใหม่ที่รับหน้าที่ต่อจากแม่ทัพภาคที่ 4 คนก่อนหน้าคือพลเอก ไพศาล หนูสังข์
แม้จะถูกดราม่าโจมตีดั่งคลื่นยักษ์ซัดเข้าหาฝั่ง บรรดาศิษย์เก่าเตรียมทหารรุ่นที่ 26 ซึ่งเป็นรุ่นที่กำลังกุมอำนาจสูงสุดในกองทัพบกขณะนี้ ด้านพลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก และ พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมรุ่นเดียวกัน ก็สนับสนุนอย่างเต็มรูปแบบเช่นเดียวกับ 5 เสือ ทบ. และนายทหารทุกนายในกองทัพบกไทยที่เชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ของท่านแม่ทัพ ทำให้มีกระแสปกป้องแม่ทัพภาคที่ 4 เกิดขึ้น
ในมุมมองของคนในกองทัพที่สอดคล้องกับท่าทีขิงรัฐบาล การสั่งย้ายแม่ทัพในช่วงที่ถูกกดดันจากมวลชนหรือกลุ่มผู้เห็นต่าง จะถูกตีความว่าเป็นความพ่ายแพ้ หรือการยอมจำนนของกองทัพต่อผู้ก่อความไม่สงบในภาคใต้
นอกจากนี้หากมีการโยกย้ายในขณะนี้ อาจสะท้อนว่า ผบ.ทบ. ตัดสินใจผิดพลาดที่ส่งท่านข้ามห้วยมาจากภาคอีสานแต่แรก ดังนั้น การให้ท่านบุกบั่นฝ่าคำชมคำด่าทำหน้าที่ต่อจึงเป็นการรักษาภาพลักษณ์ความเข้มแข็งของกองทัพ
ทางด้านนายกรัฐมนตรีที่กำชับให้อส. ชรบ.ตำรวจและทหารในภาคใต้ดูแลงานด้านความมั่นคงอยู่ไม่ห่าง ท่านมองว่าพื้นที่ภาคใต้เป็นฐานเสียงสำคัญในอนาคต ด้วยเหตุนี้นายกฯแสดงท่าทีสนับสนุนการทำงานของทหารอย่างชัดเจน โดยมองว่าปัญหาชายแดนใต้นั้นซับซ้อนและต้องใช้ความเด็ดขาดในการจัดการให้การก่อเหตุเป็น 0 หรือไม่มีอีกเลยตามที่ประชาชนต้องมานาน
แม้จะมีกระแสกดดันให้ย้ายจากกลุ่มผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับการทำงานของกองทัพ แต่ตราบใดที่แม่ทัพยังตอบสนองนโยบายและไม่ถูกมองว่าเป็นเกียร์ว่าง ท่านในฐานะผู้นำรัฐบาลก็ยังเลือกที่จะสนับสนุนต่อไป
แม้ก่อนหน้านี้จะมีการส่งสัญญาณเรื่องการย้ายข้าราชการที่เกียร์ว่างจากจากท่าน แต่ในกรณีของแม่ทัพภาคที่ 4 ฉายานายพลข้าวนอกนา รัฐบาลเลือกที่จะลงพื้นที่เพื่อหาคำตอบ และสร้างความเข้าใจมากกว่าการสั่งย้ายทันที ดังนั้นเป็นที่ชัดเจนแล้วว่านายกฯเลือกที่จะอุ้มแม่ทัพไว้เพื่อรักษาภาพลักษณ์ของกองทัพและลดความพ่ายแพ้ที่อาจส่งผลต่อศักดิ์ศรีของตท.26 ที่ยังคุมกองทัพในขณะนี้
นอกจากทหารในกองทัพบกที่ออกมาปกป้องแล้ว ด้านพลตำรวจโท เรวัช กลิ่นเกษร อดีตผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติดที่หันมาเป็นอินฟลูได้ให้กำลังใจเพื่อให้แม่ทัพภาคที่ 4 ทำหน้าที่ต่อ ท่านกล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า "ผมเป็นกำลังใจให้ท่านแม่ทัพภาคที่ 4 และขอให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็งโดยใช้หลักเข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา"
โดยอิงจากประสบการณ์ที่พี่เรวัชเคยลงพื้นที่ปฏิบัติภารกิจลับใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
พี่เรวัช อดีตนายตำรวจเก่าเข้าใจว่าปัญหาเรื่องโรงเรียนปอเนาะและตาฎีกาตามที่ท่านแม่ทัพพูดนั้นมีมูลความจริงในแง่การปลูกฝังประวัติศาสตร์ที่บิดเบือนให้เกิดความเกลียดชัง เมื่อมามองในแง่ดี ท่านมองว่าแม่ทัพคือข้าราชการที่ลงไปคุมทัพในพื้นที่อันตรายและควรได้รับสนับสนุนเพื่อให้เหตุการณ์สงบลง
หลังจากที่ผลการสืบสวนออกมาก่อนหน้านี้ว่ารถที่คนร้ายใช้ก่อเหตุเป็นรถยนต์สำหรับงานราชการของ กอ.รมน.จังหวัดนราธิวาส พลโท นรธิป ไม่ได้หยุดที่การแถลงข่าวแก่สื่อมวลชนเพื่อยืนยันว่าฝ่ายความมั่นคงไม่มีการลอบสังหาร ท่านจึงกล้าออกคำสั่งให้ทหารบูรณาการกับตำรวจในพื้นที่ ตามล่าตัวนายทหารอีก 2 นายระดับนายพันแห่งนาวิกโยธินเพื่อปิดคดีนี้ให้เร็วที่สุด
ภายใต้การนำของพลโท นรธิป โพยนอก ศึกครั้งนี้กองทัพภาคที่ 4 และ กอ.รมน.ภาค 4 ไม่ได้ต่อสู้กับศัตรูที่อยู่นอกรั้วบ้าน แต่กำลังสู่กับคนในด้วยกันเอง ใช่ครับ ท่านกำลังเผชิญกับบททดสอบสำคัญในการเรียกคืนความเชื่อมั่นของประชาชน นั่นคือการจับกุม 2 นายทหารจากนาวิกโยธินซึ่งก็ยังคงลอยนวลอยู่ดุจม้าพยศที่ไม่กลับคอก เหตุการณ์นี้ได้เปลี่ยนสถานะของแม่ทัพจากผู้บังคับบัญชาที่ถูกตราหน้าให้กลายเป็นนักล่าผู้ไม่หวั่นไหวขึ้นมาในทันที
ไม่ใช่แค่การทำสงครามกับชาวมุสลิมหัวรุนแรงที่มีเจตนาจงใจแบ่งแยกปลายด้ามขวานของไทย จนเจ้าหน้าที่รัฐไทยไม่สามารถนำความยุติธรรมและสันติสึขคืนสู่ประชาชนได้ แต่หากไม่ปราบขบวนการลอบยิงนายกมลศักดิ์ จะยิ่งส่งผลเสียอย่างหนักต่อคะแนนเสียงของประชาชนในพื้นที่ทั้งหมดที่เลือกพรรคภูมิใจไทย
ด้านข้าราชการในพื้นที่สะท้อนว่าการกระทำของคนกลุ่มเล็กๆ ที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ได้ทำลายคะแนนความดีที่แม่ทัพภาคที่ 4 คนปัจจุบันและเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงที่สะสมมาตลอดจนเข้าขั้นติดลบ ส่งผลให้นำไปสู่การนำผู้กระทำผิดตัวจริงมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเพื่อล้มล้างความมืดหม่นที่เป็นจักรพรรดิปกครองปลายด้ามขวานมากว่า 20 ปี แล้วหลังจากนั้นท่านจึงจะมอบความปลอดภัยเป็นของขวัญใหม่แกะกล่องให้แก่ประชาชนในวันที่ความชั่วร้ายของการก่อความสงบดุจมะเร็งร้ายทำลายชีวิตมนุษย์คลายหายไป
พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 คนปัจจุบัน กำลังต่อสู้กับปัญหาภายในประเทศไทยที่ไม่ได้มีแค่เรื่องความมั่นคง แต่มาจากความกดดันของประชาชนที่ต้องการให้ท่านออกไปจากพื้นที่ จนถึงขณะนี้นายกฯยังต้องให้ท่านรักษาพื้นที่ตรงนี้ต่อไป แม้จะไม่มีการเปลี่ยนม้ากลางศึก แต่ท่านก็เต็มใจที่จะพยายามกอบกู้ชื่อเสียงและศักดิ์ศรีของกอ.รมน.กลับมา โดยการสั่งให้ตำรวจและทหารทำทันที สำหรับวันนี้ขอลาไปก่อน สวัสดีครับ
Credit บทความและภาพประกอบ
Dailynews Online
Nation TV
thaipost
matichon tv
SPACEBAR
แนวหน้าออนไลน์
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
เรียบเรียงโดย : นักรบดาวแดง
การเมือง
ตำรวจ
ทหาร
บันทึก
1
2
1
2
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย