29 เม.ย. เวลา 05:00 • กีฬา

เลสเตอร์ซิตี้พิสูจน์ให้โลกเห็นว่าปาฎิหาริย์มีอยู่จริงแต่ในโลกของฟุตบอลปาฎิหาริย์ไม่มีอยู่ตลอดไป

หลังจากความสำเร็จจากการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกและการได้ลงเล่นในเวทีแชมเปี้ยนส์ลีกส์ จึงจำเป็นที่ทีมต้องยกเครื่องเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการแข่งขันที่มากขึ้นในฤดูกาลถัดไปพวกเขาเสริมทัพเยอะพอสมควร
อิสลาม สลิมานี่ จากสปอร์ติ้ง ลิสบอน 28 ล้านปอนด์
อาเหม็ด มูซ่า จากซีเอสเคเอ มอสโก 16 ล้านปอนด์
นัมปาลิส เมนดี้ จากนีซ 13 ล้านปอนด์
บาร์ตอสซ์ คาปุสต์ก้า จากคราโคเวีย 2.5 ล้านปอนด์
หลุยส์ เอร์นันเดซ จากสปอร์ติ้ง กิฆอน เซ็นฟรี
รอน-โรเบิร์ต ซีเลอร์ จากฮันโนเวอร์ 96 ไม่เปิดเผย
วิลเฟรด เอ็นดิดี้ จากเกงค์ 15 ล้านปอนด์
ซัมเมอร์นั้นเลสเตอร์ซิตี้ใช้งบมากกว่า 60 ล้านปอนด์เพื่อเตรียมทีม โดยเฉพาะกองหน้าจากแอลจีเรีย อย่างอิสลาม สลิมานี่ ก็ถือเป็นสถิติของสโมสรในตอนนั้นแล้ว
แต่สิ่งหนึ่งในส่วนของขาออก มีชื่อของ เอ็นโกโล ก็องเต้ ย้ายสู่ทีมเชลซี ด้วยค่าตัว 32 ล้านปอนด์ นี่คือการเสียคีย์แมนคนสำคัญชุดแชมป์ที่เปรียบสเหมือนเครื่องยนต์ของทีม
ซีนาดีน ซีดาน เคยกล่าวเอาไว้ในช่วงเวลาหนึ่งตอนที่ทีมขาย โคล้ด มาเกเลเล่ ออกจากทีมว่า
"ต่อให้คุณจะเอาทองไปชุบรถเบนท์ลีย์ให้หรูขึ้นไปทำไม ถ้าคุณดันถอดเครื่องยนต์ของมันออกไปแล้ว "
การอำลาทีมของ ก็องเต้ก็ไม่แตกต่างกันแม้ว่าเลสเตอร์ซิตี้จะไม่ใช่เรอัล มาดริดก็ตาม
เปิดฤดูกาลพวกเขาแพ้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในเกมการกุศล เอฟเอ คอมมิวนิตีชีลด์ แต่ในพรีเมียร์ลีกห้าเกมแรก แชมป์เก่าดูเสียสมดุลในทีมหลังการไม่มีก็องเต้อยู่
พวกเขาชนะ 2 แพ้ 3 แต่มันส่วนทางกับผลงานในเวทีแชมเปี้ยนลีกส์ คือห้าเกมแรกพวกเขาชนะ4เสมอ1 และเสียแค่ประตูเดียว
ผลงานในลีกอาจจะลุ่มๆดอนๆแต่ในฟุตบอลยุโรปพวกเขาจบด้วยแชมป์กลุ่ม G ที่มีทีมอย่าง คลับบรูซ เอฟซี ปอร์โต้ และ เอฟซี โคเปนเฮเก้น
ไม่ว่าผลงานในแชมเปี้ยนลีกส์จะยอดเยี่ยมแค่ไหนในฐานะหน้าใหม่ในการแข่งขันแต่ผลงานในลีกที่พวกเขาเคยสร้างปาฎิหาริย์มาในฤดูกาลที่แล้ว
ในรอบ 16 ทีมสุดท้ายแชมเปี้ยนลีกส์พวกเขาต้องพบกับ เซบีย่า ราชาถ้วยเล็กอย่างยูโรป้าที่จบ 90 นาที ที่คิงส์พาวเวอร์ สเตเดี้ยม
1-2
แม้ว่าทีมจะเสีย away goal แต่หนึ่งประตูจาก เจมี่ วาร์ดี้ พอจะได้ลุ้นในการออกไปเยือน เอสตาดิโอ รามอน ซานเชซ แต่เรื่องหลังจากนั้น....
คาดิโอ รานิเอรี่ สร้างสถิติพาทีมไม่ชนะเลยห้านัดติดต่อกันอันดับในตารางคะแนนรูดลงมาที่ 17ใกล้โซนตกชั้น สุดท้ายบอร์ดบริหารตัดสินใจ ปลด กุนซือผู้พาทีมสร้างตำนานอย่าง คาดิโอ รานิเอรี่
จากวันที่เคยพาเลสเตอร์ซิตี้เป็นแชมป์ที่ไม่มีทางจะเป็นไปได้สู่วันที่เขาต้องบอกเดินออกจากสโมสรในเวลาไม่ถึง 10เดือน เป็น เคร็ก เชกสเปียร์ จะรับหน้าที่แทนจนจบฤดูกาล
ผลงานของอดีตกองกลางเวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน คือพาทีมรอดพ้นจากโซนตกชั้นจากอันดับที่ 17 พาทีมจบอันดับที่ 12 ของพรีเมียร์ลีกมีผลงานโดดเด่นในเกม พาทีมเอาชนะ ลิเวอร์พูล 3-1 !!!!
พาทีมชนะ 6 จาก 10 เกม ผลงานในแชมเปี้ยนลีกส์ พาทีมบุกอัดเซบีย่า 2-0 เข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย แม้ว่าจะต้องพ่ายให้กับ แอตเลติโก มาดริด ก็เพียงพอที่จะทำให้เขาได้รับสัญญาถาวรในตอนจบฤดูกาล
ด้วยผลงานทำให้เขาได้สัญญาถาวรกับทีมและลุยตลาดซื้อขายนักเตะทันที เคร็ก เชกสเปียร์ ปล่อยผู้เล่นออกไปได้งบมาประมาณ 45 ล้านปอนด์
โดยหนึ่งในนั้นคือ แกนหลักชุดแชมป์พรีเมียร์ลีกอย่าง แดนนี่ ดริงค์วอเตอร์ สู่เชลซี ในราคา 35 ล้านปอนด์
ในส่วนขาเข้า มีดาวดังที่น่าจับตามองอย่าง เคเลซี่ อิเฮียนาโช่ จากแมนเชสเตอร์ซิตี้ 25 ล้านปอนด์ แฮร์รี่ แม็คไกวร์ จากฮัลล์ซิตี้ ที่ 17 ล้านปอนด์รวมแอดออน จบตลาดซัมเมอร์ด้วยเงินซื้อผู้เล่น ราวๆ 60 ล้านปอนด์
มันคือการเริ่มสร้างทีมใหม่โดยเป้าหมายคือเพื่อเข้าใกล้พื้นที่ยุโรปให้มากที่สุดลบภาพจำทีมที่เคยสร้างปาฎิหาริย์แบบชั่วคราว นี่เป็นแผนการสร้างทีมในระยะยาวมากกว่า
ผลงานห้าเกมแรกในฐานะกุนซือถาวรของ เชกสเปียร์ คือ ชนะ หนึ่ง เสมอ หนึ่ง และแพ้ สามเกม โดยสามเกมเป็นการเจอทีมอย่าง อาร์เซน่อล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ เชลซี เป็นช่วงเวลาในการสร้างทีม
แต่ผลงานหลังจากชัยชนะในนัดที่สองกับไบรตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน หกเกมหลังสุดทีมไม่สามารถเก็บชัยชนะได้เลย อันดับรูดอยู่ในโซนตกชั้น อันดับที่ 18 แม้ทีมจะมีแนวรุกอย่าง มาร์เรซ วาร์ดี้ อิเฮียนาโช่ แต่ทีมก็พร้อมจะเสียประตูได้ตลอดเวลา
จึงเป็นอันต้องบอกลา เคร็ก เชกสเปียร์ และเป็น โคล้ด ปูแอล อดีตกุนซือเซาแธมป์ตันเข้ามารับหน้าที่แทน
ก่อนที่กุนซือชาวฝรั่งเศสจะพาทีมไปได้ไกลสุดในรอบก่อนรองฯลีกคัพ และรอบก่อนรองฯเอฟเอคัพ และปิดฉากฤดูกาลนั้นที่อันดับ 9 ในพรีเมียร์ลีก รอดพ้นการตกชั้นได้สำเร็จอีกครั้ง
การมาของอดีตกุนซือแชมป์ลีกเอิงกับโมนาโกฤดูกาล 1999-2000 คือการสร้างทีมจากที่เน้นสวนกลับเป็นทีมที่เน้นเข้าทำเป็นระบบมากขึ้น
ผลงานของ ปูแอล แบบเต็มฤดูกาล เขาอาจไม่ได้แย่กว่ายุคของ เคร็ก เชกสเปียร์ แต่เพราะด้วยระบบที่ดูเชืองช้า เกมรุกดูขาดพลังงาน การแพ้ให้กับ คริสตัล พาเลซ คาถิ่น 1-4 คือฟางเส้นสุดท้าย สำหรับโคล็ด ปูแอล
ปาฎิหาริย์ไม่มีทางคงอยู่ได้ตลอดไปหลังจากคว้าแชมพรีเมียร์ลีกพวกเขาลองมาทุกวิธีก็ยังไม่สามารถปีนกลับไปอยู่ในจุดเดิมได้อีกครั้งแม้มันจะไม่ย่ำแย่ถึงต้องตกลงไปสู่เดอะแชมเปี้ยนชิพก็ตาม
แต่สิ่งหนึ่งที่เลวร้ายยิ่งกว่าผลงานคือความจริงที่ไม่มีใครที่เลสเตอร์ซิตี้ จะอยากเชื่อและคิดว่าจะเกิดขึ้น
แค่ขอให้มันเป็นแค่ฝันร้ายที่อยากจะรีบตื่นขึ้นมาและพูดกับตัวเองว่า
นี่มันแค่ความฝัน แต่มันคือการตื่นขึ้นมาเพื่อพบกับความจริงที่มันโหดร้ายกว่าที่ใครจะจินตนาการได้หลังจากนั้นค่ำคืน หลังจบเกมกับ เวสต์แฮมยูไนเต็ด ทุกอย่างไม่มีทางเหมือนเดิมอีกต่อไป….
ติดตามต่อใน EP ที่ 3
ติดตามความเคลื่อนไหวที่ช่องลูกหนังตัวพ่อได้ทุกแพลตฟอร์ม
YouTube channel : ลูกหนังตัวพ่อ
Facebook : ลูกหนังตัวพ่อ
Tiktok : ลูกหนังตัวพ่อ
#เรื่องนี้ไม่มีบนสกอร์บอร์ด
โฆษณา