Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ดร.อาร์ม ตั้งนิรันดร
ยืนยันแล้ว
•
ติดตาม
2 ชั่วโมงที่แล้ว • หุ้น & เศรษฐกิจ
คลื่นยักษ์ 20 ล้านล้านหยวน: โอกาสจากภาคบริการของจีน - Blockdit Originals โดย ดร. อาร์ม ตั้งนิรันดร
ต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา จีนมีการจัด “งานประชุมบริการระดับชาติ” ซึ่งถือเป็นเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ที่ผู้นำสูงสุดของจีนให้ความสำคัญอย่างมาก มีการส่งสัญญาณชัดเจนจากนายกรัฐมนตรีหลี่เฉียง เพื่อระดมสรรพกำลังจากทุกมณฑลทั่วประเทศให้เดินหน้าเรื่องการส่งเสริมเศรษฐกิจภาคบริการอย่างจริงจัง
คำถามที่น่าสนใจคือ ทำไมต้องทำตอนนี้? และขนาดของโอกาสนี้ใหญ่แค่ไหน?
ในปี 2025 ขนาดของภาคบริการจีนพุ่งทะลุ 80 ล้านล้านหยวนไปแล้ว แต่สิ่งที่น่าตื่นเต้นกว่าคือจากการคาดการณ์ของคณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติ (NDRC) จีนที่ระบุว่าในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 15 (ปี 2026-2030) ขนาดของภาคบริการจีนจะพุ่งทะลุ 100 ล้านล้านหยวน
นั่นหมายความว่า ในอีก 5 ปีข้างหน้า เรากำลังจะได้เห็น "เค้ก" ก้อนใหม่ขนาด 20 ล้านล้านหยวน ส่งสัญญาณทางนโยบายว่าภาคบริการกำลังก้าวขึ้นมาครองตำแหน่งศูนย์กลางของโครงสร้างเศรษฐกิจจีนแทนที่ภาคการผลิตแบบดั้งเดิม
ในเชิงโครงสร้าง แม้ปัจจุบันภาคบริการของจีนจะมีสัดส่วนใน GDP สูงถึง 57.7% แล้ว แต่ถ้าเทียบกับประเทศพัฒนาในตะวันตกที่ปกติมีสัดส่วนภาคบริการเกิน 70% จีนยังมีช่องว่างให้ภาคบริการเติบโตได้อีกเกือบ 15% ซึ่งช่องว่างนี้เองคือ “พื้นที่แห่งโอกาส” มหาศาลรอบใหม่ทางเศรษฐกิจ
ในทางยุทธศาสตร์ เมื่อพูดถึงภาคบริการ จีนไม่ได้มองแค่การเปิดร้านอาหารหรือโรงแรม แต่มองไปที่ “การหลอมรวมของสองอุตสาหกรรม” (Two Industries Integration) คือการเอาภาคบริการสมัยใหม่เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของภาคการผลิตขั้นสูง โดยมี 4 สาขาหลักที่จะเป็นหัวหอกสำคัญ
หนึ่ง บริการด้านเทคโนโลยี ปัจจุบัน SME จีนจำนวนมากไม่มีกำลังพอจะตั้งทีมวิจัย (R&D) ของตัวเอง จีนจึงกำลังสร้างระบบการจ้างวาน R&D รวมถึงการให้ความสำคัญการบริการ “ทำ Pilot Testing” เพื่อนำงานวิจัยไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ ข้อมูลที่น่าสนใจคือ หากงานวิจัยไม่ผ่านขั้นตอนนี้ โอกาสสำเร็จในเชิงพาณิชย์มีเพียง 30% แต่ถ้าผ่านการทดสอบนี้ โอกาสจะพุ่งสูงถึง 80% เลยทีเดียว
สอง การเงินสมัยใหม่และบริการวิชาชีพ ไม่ใช่แค่การปล่อยกู้ แต่เป็นการทำลิสซิ่งเครื่องจักร หรือการสร้างมาตรฐานบริการด้านบัญชีและกฎหมายของจีนเอง เพื่อรองรับการที่บริษัทจีนพากัน "ออกไปบุกตลาดโลก" (Going Global)
สาม โลจิสติกส์อัจฉริยะ คือการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคไร้คนขับ (Unmanned), ความฉลาด (AI) และความเป็นสีเขียว (Green) ปัจจุบันจีนมีเมืองนับร้อยแห่งที่อนุญาตให้รถส่งของไร้คนขับวิ่งได้จริง และยังเชื่อมโยงกับ "เศรษฐกิจการบินระดับต่ำ" (Low-altitude Economy) อย่างโดรนบินส่งของด้วย
สี่ ไอทีและบริการข้อมูล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “AI + การผลิตในโรงงาน” จีนตั้งเป้าสร้าง "Industrial Intelligent Bodies" หรือระบบสมองกลอุตสาหกรรมให้ได้ 1,000 แห่งภายในปี 2027 เพื่อเป็น "กล่องเครื่องมือ" ให้โรงงานต่างๆ เปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลได้ง่ายขึ้น
นอกเหนือจากการผสมผสานภาคบริการเข้ากับภาคการผลิตจริง ในส่วนของภาคบริการเพื่อการบริโภค(Consumer Services) จีนกำลังมุ่งไปที่ 3 คำสำคัญคือ “คุณภาพสูง, หลากหลาย และสะดวกสบาย” โดยเน้นไปที่สามจุดเน้น ได้แก่
หนึ่ง เศรษฐกิจสีเงิน (Silver Economy) จีนกำลังผลักดัน "Smart Elderly Care" ที่ใช้เทคโนโลยี IoT มาดูแลผู้สูงอายุถึงที่บ้าน รวมถึงการสร้างสถานดูแลในระดับชุมชน
สอง การยกระดับงานบริการพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็นงานบ้าน การซ่อมแซม หรือร้านอาหาร จะถูกเปลี่ยนจากรายย่อยที่ไม่มีมาตรฐาน มาสู่ความเป็น “แบรนด์และแฟรนไชส์” มากขึ้น เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค
สาม วงจรชีวิตชุมชน จีนตั้งเป้าสร้าง "ชุมชนบริการครบวงจร" 10,000 แห่งทั่วประเทศภายในปี 2030 ซึ่งจะเป็นศูนย์รวมตั้งแต่การดูแลเด็ก ไปจนถึงฟิตเนสและบริการการแพทย์ในระยะเดินถึง ซึ่งตลาดนี้ตลาดเดียวก็มีมูลค่าระดับล้านล้านหยวนเลยทีเดียว
ทั้งหมดนี้ทำให้เราเห็นการขยับตัวของยักษ์ใหญ่อย่างจีนตามแผน 5 ปี ฉบับใหม่
จากเดิมที่โลกมองจีนเป็น “โรงงาน” ที่เน้นการผลิตด้วยแรงงานและเครื่องจักร
แต่วันนี้จีนกำลังใส่ “สมอง” (บริการเพื่อการผลิต) และ “หัวใจ” (บริการเพื่อคุณภาพชีวิต) เข้าไปในระบบเศรษฐกิจครับ
15 บันทึก
14
32
15
14
32
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย