2 พ.ค. เวลา 14:14 • เพลง & ซีรีส์ เกาหลี

Can This Love Be Translated?

นักแสดงนำ : Kim Seon Ho และ Go Youn Jung
หลังจากที่ดู :
บนโลกใบนี้ มีภาษาอยู่หลายรูปแบบ และมากมายกว่าหลายร้อยหลายพันภาษา แต่ไม่ว่าจะภาษานั้นจะสื่ออย่างไร จะพูดอย่างไร แต่ทุกภาษาล้วนมีภาษารักเป็นของตัวเองเสมอ ต่อให้เราไม่พูดภาษาเดียวกัน แต่ถ้าใจคนเราเป็นหนึ่งเดียวกัน ก็สามารถฝ่ากำแพงภาษามารักกันได้
สวัสดีทุกคนครับ เรื่องที่สามของปี 2026 ยังคงเป็น K. Series เช่นเคย เรื่องนี้ดูก่อนไป Japan แม้จะยังดูไม่จบ แต่ผมสามารถจดจำเมือง Kamakura ตอนต้นเรื่องได้ดี ทำให้ผมต้องตามรอยซีรีส์นี้ตอนกลับไป Japan รอบที่ 3 ห้วงกลางเดือนเมษายนที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นร้าน Cafe Yoridokoro, Gokurakuji Station, Goryo Shrine, Enoshima Sea Candle เป็นต้น ซึ่งต้องบอกว่า เวลาไปจริงนี่เดินทางด้วยรถไฟ จาก Tokyo ง่ายนิดเดียวเลย
พระเอก และ นางใหม่ เรื่องนี้ คุ้นตาอย่างดี โดยเฉพาะ พระเอกอย่าง คุณ Kim Seon Ho ที่ผมเคยดูตอนแสดงเรื่องแรกอย่าง Start Up ที่บทชงมาเหมือนจะเป็นพระเอก แต่สุดท้ายจบที่กลายเป็นพระรองซะงั้น เรื่องนี้ ได้เป็นพระเอกเต็มตัวแบบจริงๆ เรื่องแรกที่ผมได้ดูเลย ส่วน คุณ Go Youn Jung เคยเป็นนักแสดงสมบทในซีรีส์ Law School ที่ผมเคยดูเช่นกัน
ส่วนพระรองในเรื่องนี้ ไม่พูดถึงไม่ได้ เพราะหลายคนน่าจะแอบเชียร์อย่าง คุณ Sota Fukushi พระเอกซีรีส์โทคุ จากเรื่อง amen Rider Fourze และภาพยนตร์ Crossover มากมายกับทั้ง Masked Rider และ Super Sentai รวมถึงภาพยนตร์โรแมนติกที่ฉายในไทยที่ผมเคยดูและหลายๆ คน ที่ดูก็น่าจะชอบ อย่างเรื่อง Tomorrow I Will Date With Yesterday’s You
เรื่องนี้ ไม่ต้องขยายความ ก็ทราบจากชื่อเรื่องอยู่แล้ว พระเอก เป็นล่ามที่พูดได้หลายภาษา แต่กลับไม่รู้ภาษาใจของตนเองซะงั้น โดยได้เดินทางไปเมือง Kamakura ตอนต้นเรื่อง เพื่อระลึกถึงคนในความทรงจำหญิงที่เป็น "รักแรกที่หลุดลอยไป" (The One That Got Away) โดยได้เจอกับนางเอก นักแสดงที่ยังไม่ดังมาก ที่ต้องการจะเคลียร์ใจกับแฟนเก่า ที่นอกใจเธอมาคบกับสาวชาว Japan ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องนี้ที่ให้ทั้งคู่ได้รู้จักกัน
หลังจากแยกย้ายจากกันไป นางเอก ได้สร้างบทอันโด่งดังในฐานะนักแสดงในบท Do Ra-mi ซึ่งในวันที่ถ่ายฉากสุดท้ายของเรื่องนั้น เธอได้เกิดอุบัติเหตุจบสลบไป และตื่นขึ้นมาก็ดังเลย พร้อมกับการปรากฎตัวของตัวตนที่สองของเธออย่าง Do Ra-mi และปมในใจที่เธอยังคงเก็บมาคิดอยู่กับประโยคที่แม่ของเธอ เคยพูดในวัยเด็กที่ว่า “ในโลกนี้จะไม่มีใครรักแกอีกแล้วนะ แกจะไม่มีวันมีความสุข” และเธอไม่กล้ารักใครอีกเลย แม้จะมีความรู้สึกดีกับพระเอกในช่วงแรกๆ ก็ตาม
เรื่องนี้มีหลายอารมณ์ทั้ง ความตลก โรแมนติก โดยเฉพาะความเศร้า จากปมในใจของนางเอกเอง ที่พระเอกที่ต้องรับมือกับนางเอกที่มี 2 ตัวตน รวมถึงการจัดการเรื่องตนเอง ไหนจะเรื่องที่พระรองก็แอบชอบนางเอกเหมือนกัน
สิ่งที่จะได้เห็น คือ การปรับตัวของพระเอก ที่พยายามจะลืมผิดหวังในอดีต ความเป็นคนละเอียดอ่อนและมีความเป็นระเบียบสูง ที่อยากให้การบอกรักครั้งนี้ไม่เหมือนกับความผิดพลาดเมื่อก่อน การจัดการกับปัญหา 2 ตัวตนของนางเอก การแสดงความรักของพระรองต่อนางเอกตลอดเวลาการถ่ายทำ ที่แม้จะพูดคนละภาษา แต่พยายามจะสื่อใจไปให้ถึงตัวนางเอก
เรื่องนี้ มี 12 EPS ความยาวตอนละ 1 ชม. ซีรีส์เรื่อยๆ แรกอาจน่าเบื่อ แต่หลังๆ คือดีนะ ได้ลุ้น และเหมือนเราได้ไปเที่ยวกับพวกเขาจริงๆ จนผมอยากตามรอยไปหลายๆ ที่เลย แล้วเรามาลุ้นกับครับว่า พระเอกจะมีไม้เด็ดพิชิตใจนางเอกอย่างไร และเธอจะหายจากการเป็นคน 2 ตัวตนได้หรือไม่
ในส่วนเพลงประกอบที่ชอบต้องเป็นเพลงนีเท่านั้น เป็นยังไง ลองไปฟังกันดูครับ สำหรับช่องทางรับชม สามารถติดตามได้ทาง Netflix ครับ
เพลงประกอบที่ชอบ : Daydream – Wendy
คะแนนโดย Peter : 8/10
โฆษณา