3 พ.ค. เวลา 07:59 • ความคิดเห็น
เรื่องราวกรรม ที่สะสมมาจากอดีต มาเกิดในชาติปัจจุบัน เราจะฟังจากใครดี ถามว่า นักวิทยาศาสตร์นั้น เค้าประพฤติธรรมมั้ย ปฏิบัติธรรมสวดมนต์ภาวนา สร้างที่ว่าให้จิต ที่อาศัยในกาย เกิดคำว่า ศีลสมาธิปัญญาได้มั้ย ถ้าหากเราไปฟังเช่นนั้น สิ่งได้ ก็มองไม่เห็นรู้เรื่องไม่ได้ว่าจิต นั้นเมื่อกายตาย หมดลมเน่าเหม็น เค้าก็เอาไปทิ้งขว้าง เราเคยรับรู้ในสิ่งเล่านี้ได้มั้ย หากว่าไม่เคยรับรู้ รับรู้ไม่ได้ว่า จิตออกจากกายไปมันทุกข์ทรมาน เพราะก็ยังมีสภาพ ที่ว่า อดอยากหิวโหย อีตอนจิตที่ไม่กายนี้ ก็ร้องทุกราย ของบุญฉันบ้าง
เข่น พอจ้ตออกจากกายปุ๊บ เปลี่ยนแปลงสภาพ ไปอยู่ในรูปกรรม เปรต เยี่ยงนี้ มีกลิ่นเหม็นเหมือนหนูตายซาก บางที่ไปงานศพ คนที่ตาย เค้าเปลี่ยนไปอยู่รูปกรรมใหม่ เป็นเปรต ตัวสูงๆ นั่นก็คือ อนาคตวันหนึ่งสังขารกรรมที่จิตเราอาศัยอยู่ ต้องหมดสภาพ
คราวนี้ เมือ่เราไม่รู้ เราก็เรียนให่มันรู้จัก ด้วยตัวเราเอง เราจะได้ ไม่ต้องชังเลสงสัย จะได้หันมามองตัวเอง ว่าพอหมดกายมนุษย์ จิตเดินทางออกจากกายนั้นเป็นอย่างไร หากว่าจิตดวงนั้น ไม่มีคำว่าบุญกุศลหนุนนำ . เราก็เรียนรู้ได้ .ที่ว่า เราก็มีกาย เหมือนกัน
แต่เราเรียนรู้ ไม่ใข่ไปนั่งในห้องแลป เอาไอ่นั่นไอ้นี้มาจับ เราเอาจิตที่อาศัยกายนี้แหละมาเรียนรู้ขึ้นมา แต่นั่นเราเรียนรู้ไปตามรอยของใตรล่ะ ก็มีพระว่า มาทางนี้ๆ กวักมือเรียก มาฝึกหัดสร้างบุญกุศล ให้รู้จักว่าบุญก็มีจริง กรรมก็มีจริง ธรรมก็มีจริง .สำคัญที่ว่า ไม่ยอมลงทุนลงแรงกายมาเรียน ก็รู้ไปตามที่เค้าว่าแล้วกัน จดจำไป
เรื่องราวปรับตัว พอแก่เจ็บป่วย มันปรับของมันเองแหละ ฝืนสังขารกรรมไม่ได้หรอก ต้องเป็นไปตามกรรม ที่สะสมมา . ที่เค้าว่า ใช้ชีวิตสะสมอารมณ์กรรมตัวกระทำต่างๆมากมายก่ายกอง กว่าจะแก่ ก็ใช้มาเจอะ เช่น คำว่า ไม่พอใจ โมโห โกรธ ติเตียน คนนั้นคนนี้ กว่าจะแก่ใช้ไปกี่ครั้ง นับได้มั้ย . เราทำให้มันไม่อารมณ์ไม่พอใจ โมโหโกรธ ติเตียน เราทำได้มั้ย ถามใจเราเอง
โฆษณา