เมื่อวาน เวลา 05:15 • ภาพยนตร์ & ซีรีส์

แซ็ค เคร็กเกอร์ เผยเล่นเกม “Resident Evil 2” เป็นภาคแรก ก่อนตั้งใจถ่ายทอดความประทับใจนี้สู่ฉบับหนัง

การหยิบวิดีโอเกมมาสร้างและดัดแปลงเป็นสื่ออื่น มักมาพร้อมข้อจำกัดในเชิงวัตถุดิบ หรือข้อครหาจากแฟนเกมมากมาย จนมีผู้กำกับฯ บางคนหลีกเลี่ยงที่จะนำทรัพย์สินทางปัญญา มาบอกเล่าบนจอเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่สำหรับ “Resident Evil” เอง ที่ได้ผู้กำกับฯ แซ็ค เคร็กเกอร์ (“Weapons”) ซึ่งเป็นแฟนเกมต้นฉบับ ก็พยายามจะสร้างความประทับใจในแบบเดียวกับที่เขาได้รับจากเกมเอาชีวิตรอดเกมแรกที่เขาได้เล่นอย่าง “Resident Evil 2”
โดยล่าสุด จากบทสัมภาษณ์ทาง PlayStation (ร่วมด้วย Screen Rant) ด้านผู้กำกับฯ อย่าง แซ็ค เคร็กเกอร์ ก็ได้มาพูดคุยถึง แรงบันดาลใจในการสร้าง “Resident Evil” ฉบับหนังของเขา ซึ่งการที่ เคร็กเกอร์ ตัดสินใจให้ตัวหนังมีฉากหลังและเรื่องราวเกิดขึ้นร่วมในเหตุการณ์ของเกม “Resident Evil 2” เป็นหลัก ก็เพราะ มันเป็นเกมสยองขวัญเอาชีวิตรอดเกมแรก ๆ ที่เขาได้เล่น และจากความประทับใจที่เขาได้รับ จากรูปแบบและกลไกของเกมที่ต้องอาศัยการจัดการทรัพยากร ซึ่งมันก็แตกต่างและไม่เหมือนกับเกมอื่น ๆ เลย
“ความทรงจำแรก ๆ ของผมเกี่ยวกับ ‘Resident Evil’ คงเป็นการได้เล่น ‘Resident Evil 2’ แน่นอน”
“ผมคิดว่าผมน่าจะได้เล่นภาคสองก่อนภาคแรก ผมคิดว่า ผมไม่เคยเล่นเกมแบบนี้มาก่อนเลย และมันน่าจะเป็นเกมสยองขวัญเอาชีวิตรอดเกมแรก ที่ผมจำได้ว่าเคยเล่น เผลอ ๆ ผมได้เล่นก่อน ‘Silent Hill’ เสียอีก คือผมชอบกลไกในการสงวนทรัพยากรมาก คือคุณต้องระวังให้ดีว่า คุณมีกระสุนเหลือกี่นัด คุณมีไอเทมรักษากี่ชิ้น คุณจำเป็นจะต้องตัดสินใจยาก ๆ ด้วยว่า ชั้นควรจะพกอะไรไป หรือควรจะทิ้งอะไรไว้ข้างหลังดี?”
“มันเป็นกลไกที่ไม่เหมือนใครมาก และสำหรับผม ด้วยเกม ‘Resident Evil’ ทุกภาค หรือส่วนใหญ่ แม้บางภาค มันอาจจะดูเป็นเกมอาร์เคดเดินยิงสำหรับผมเกินไปหน่อยก็ตาม แต่ผมยังคงชอบรูปแบบกลไกของการเป็นเกมสยองชวัญเอาชีวิตรอด ที่เคลื่อนไหวช้า ๆ และรอบคอบ นั่นจึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่ผมอยากนำมาหนังเรื่องนี้” เคร็กเกอร์ กล่าว
ทั้งนี้ เคร็กเกอร์ ที่เป็นแฟนเกมของแฟรนไชส์ “Resident Evil” เอง ก็ไม่ได้ใช้แค่ตัวเกมภาคสองเป็นแรงบันดาลใจเท่านั้น แต่ยังใช้ตัวเกมภาค 3, 4 และ 6 เป็นแนวทางสำหรับตัวหนังฉบับนี้อีกด้วย
โดยที่ เคร็กเกอร์ ก็เน้นย้ำจุดยืนว่า เขาไม่คิดจะใช้ตัวละครเอกจากฉบับเกมอย่าง ลีออน เอส. เคนเนดี้ มาใช้ เพราะเขาไม่คิดจะเล่าในเรื่องราวที่ฉบับเกมได้เล่าไปแล้วซ้ำ และยืนกรานว่า มันน่าจะเป็นเรื่องปกติของเกมในแฟรนไชส์ “Resident Evil” ด้วยซ้ำ ที่เกมบางภาคก็ไม่ได้มีตัวเอกเป็นลีออนด้วยซ้ำ แต่เขาอยากสร้างเรื่องราวใหม่ ผ่านภารกิจเอาชีวิตของตัวละครตัวใหม่นี้ จากค่ำคืนอันเลวร้ายของเมืองแรคคูนซิตี้ ในกลิ่นอายและบรรยากาศแบบเดียวกับที่ตัวเกมต้นฉบับเคยทำเอาไว้
“ผมอยากจะสร้างหนังที่ติดตามตัวละครจากจุดหนึ่งไปสู่อีกจุดหนึ่ง ก็เพราะ นั่นเป็นสิ่งที่เกมเหล่านั้นทำได้ดีเยี่ยม คุณได้ออกเดินทางสุดคลั่งนี้ และผ่าสภาพแวดล้อมหลากหลายแตกต่างกัน และเหมือนทุกอย่างถูกเร่งเร้ามากขึ้น ๆ ซึ่งมันให้ความรู้สึกทางภาพยนตร์มากสำหรับผม”
“ผมเลยอยากจะเล่าเรื่อง ที่มันดำรงอยู่ในโลกของ ‘Resident Evil’ โดยไม่เล่าในเรื่องที่เกมได้เล่าไปแล้ว สำหรับผม เพราะถ้าให้ผมมาเล่าเรื่องของลีออน แทบไม่มีทาง ที่ผมจะทำได้ดีกว่าฉบับของเกมที่ได้ดีมากอยู่แล้ว ซึ่งมันคงดูซ้ำซากด้วย และสุดท้าย ผมว่ามันน่าจะออกมาน่าผิดหวัง ผมเลยอยากเฉลิมฉลองทุกสิ่งที่ผมรักเกี่ยวกับเกม ด้วยการเล่าเรื่องที่สามารถดำรงอยู่ได้ในโลกของเกมนั้น ๆ”
“ซึ่งผมไม่คิดว่า การที่ผมเล่าเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับลีออน มันจะเป็นการรุกล้ำโลกของ ‘Resident Evil’ เลย เพราะตัวเกมเองก็ทำแบบนั้นตลอดอยู่แล้ว ลีออนเองก็ไม่ได้อยู่ในเกมภาค 7 หรือ 8 ดังนั้น พวกเขาก็อนุญาตให้เราเล่าข้ามไปมาได้ ผมเลยคิดว่า ถ้าผมจะให้เกียรติเกม ผมก็แค่เล่าเรื่องราวอีกเรื่องนึง เสมือนคุณกำลังเล่นเกมอยู่ในโลกใบนั้น แต่ผมจะไม่ไปล่วงล้ำในเรื่องราวของลีออนเลย” เคร็กเกอร์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม เคร็กเกอร์ ก็ยืนยันว่า เขาพยายามจะดัดแปลงรูปแบบของเกม ให้มาสู่เส้นเรื่องใน “Resident Evil” ฉบับภาพยนตร์ของเขา พร้อมด้วยกลไกที่เขาประทับใจจากเกมมาใส่ในเรื่องราว เช่น การที่ตัวละครจะได้รับอาวุธที่ใหญ่โตและมีอานุภาพแรงขึ้นเรื่อย ๆ รวมถึงเป้าหมายหลัก ที่เขาอยากจะให้เกียรติเกมที่เขาชอบ แต่มันจะยังคงเป็น หนังสยองขวัญจากลายมือของเคร็กเกอร์อย่างแน่นอน
“ดังนั้น โลกของเกม ‘Resident Evil 2’ จึงเป็นฉากหลังของหนังเรื่องนี้ แม้ว่าผมจะมีการปรับเปลี่ยนบางอย่างเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อให้เข้ากับเรื่องก็ตาม แต่เรื่องราวมันก็ติดตามตัวละครที่ได้รับภารกิจในค่ำคืนเฮงซวย ที่เหตุไม่คาดคิดได้บังเกิดในเมืองแรคคูนซิตี้”
“และเขาต้องนำของบางอย่างจากจุดหนึ่งยังอีกจุดหนึ่ง โดยระหว่างทาง เขาก็จะเผชิญหน้ากับสิ่งต่าง ๆ เหมือนกับแบบในเกม ผมอยากจะเก็บความรู้สึกให้เหมือนอย่างในเกม เช่น คุณเริ่มด้วยปืนสั้น แล้วค่อยเปลี่ยนไปเป็นลูกซอง จากนั้นคุณได้เจอปืนกลมือ MP5 และคุณต้องกังวลเกี่ยวกับเรื่องกระสุนอยู่เสมอ คุณอาจบาดเจ็บหรืออะไรต่าง ๆ นานา ซึ่งมันเป็นความท้าทายที่สนุกมากสำหรับผม ในการพยายามดัดแปลงให้กลายเป็นภาพยนตร์”
“ผมตั้งเป้าจะสร้างหนัง ‘Resident Evil’ ซึ่งเป็นเป้าหมายทั้งหมดเลย ผมอยากจะสร้างผลงานที่เฉลิมฉลองเกม ‘Resident Evil’ คือมันจะเป็นหนังโดย แซ็ค เคร็กเกอร์ อยู่แล้วแหล่ะ ไม่มีทางเป็นอื่น เพราะมันพรั่งพรูมาจากสมองของผม แต่ทุกอย่างที่ผมทำ คือการให้เกียรติแก่เกมเหล่านั้น” เคร็กเกอร์ กล่าวทิ้งท้าย
“Resident Evil” วางกำหนดฉาย 8 ตุลาคม 2026
โฆษณา