Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
แก้วจักรพรรดิ
•
ติดตาม
4 พ.ค. เวลา 07:27 • ประวัติศาสตร์
วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร
พระสมเด็จวัดระฆังยุคต้น เนื้อหอยเบี้ย เนื้อหามวลสารของพระจะมีความแกร่งดั่งหินอ่อน
พระสมเด็จวัดระฆังองค์นี้น่าสนใจเป็นอย่างมาก
คือเป็นพระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่ยุคต้นที่สร้างด้วยเนื้อหอยเบี้ย เนื้อพระส่วนใหญ่ วรรณะขาวแบบหินอ่อนมีความแกร่งแต่แลดูหนึกนุ่มซึ้งตา ผิวขององค์พระปรากฏคราบสีน้ำตาลหรือคราบน้ำประสานคือน้ำอ้อยเคี่ยว ความเก่าที่เป็นธรรมชาติ พระสมเด็จวัดระฆังยุคต้น พิมพ์ทรงจะไม่ค่อยมีมาตรฐานและไม่สวยงามนัก
พระสมเด็จวัดระฆังยุคต้น เนื้อหอยเบี้ยแท้ดูง่ายมีธรรมชาติความเก่า ยุบ ย่น แยก คราบน้ำอ่อยเคี่ยว และแคลไซค์ ที่เกิดขึ้นตามอายุความเก่า
ตั้งแต่สมัยสุโขทัย สมัยอยุธยา กรุงธนบุรี และรัตนโกสินทร์ตอนต้น ได้มีการนำหอยเบี้ยมาใช้แลกเปลี่ยนสินค้า กระทั่งในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 พระองค์ทรงเห็นว่าหอยเบี้ยเป็นสัตว์ วิธีการได้มาใช้นั้นเป็นการทำบาป จึงรับสั่งให้พระยาคลังสั่งทำแบบเหรียญโลหะตัวอย่างจากประเทศอังกฤษเพื่อนำมาใช้แทนหอยเบี้ย เรียกว่า “เหรียญเมืองไท” มี 2 แบบ คือ หน้าเหรียญเป็นรูปดอกบัวและรูปช้าง แต่ทรงไม่โปรดจึงไม่ได้สั่งผลิตออกมาใช้ และทรงรับสั่งให้ผลิตขึ้นใหม่ แต่สิ้นรัชกาลเสียก่อน
จนกระทั่งสมัยพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ได้มีการทำสนธิสัญญาการค้ากับต่างประเทศและมีความต้องการใช้เงินจำนวนมาก เงินพดด้วงมีจำนวนไม่เพียงพอ รวมทั้งมีการปลอมขึ้นมามาก หอยเบี้ยจึงกลายเป็นเงินปลีกย่อยที่มีราคาน้อยสุดหรือแทบไม่มีราคาเลย ประกอบกับในขณะนั้นได้รับเครื่องจักรผลิตเหรียญโลหะมาจากประเทศอังกฤษและเริ่มมีการผลิตเหรียญกษาปณ์ขึ้นมาใช้ การใช้หอยเบี้ยจึงค่อยๆ ลดจำนวนลงไปจากสังคม และเลือนหายไปจากระบบเงินตรานับแต่นั้นเป็นต้นมา
สมัยโบราณมีความเชื่อเกี่ยวกับหอยเบี้ยอยู่มากมาย ซึ่งเป็นความเชื่อที่เกี่ยวข้องกับหอยเบี้ยที่ค่อนข้างแตกต่างกันไป
ในบรรดาวัตถุมงคลต่างๆ มีเครื่องรางของขลังอยู่ชนิดหนึ่งที่สร้างมาเพื่อแก้คุณไสย์โดยเฉพาะ สำหรับคนที่ไม่รู้จักเบี้ยแก้ ก็ควรทำความรู้จักกันไว้ เบี้ยแก้ทำมาจากหอยเบี้ยโดยหอยเบี้ยถือเป็นเงินตราในสมัยโบราณ ซึ่งก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับหอยเบี้ยโบราณทั้ง 8 ชนิด คือ
1. เบี้ยโพล้ง
2. เบี้ยแก้
3. เบี้ยจั่น
4. เบี้ยนาง
5. เบี้ยหมู
6. เบี้ยพองลม
7. เบี้ยบัว
8. เบี้ยตุ้ม
เปลือกของหอยเบี้ยเหล่านี้ มีความสำคัญต่อมนุษย์มาตั้งแต่ยุคโบราณ โดยใช้เป็นเครื่องแลกเปลี่ยนซื้อขายก่อนใช้เงินตราในปัจจุบัน สันนิษฐานว่าคำว่า "เบี้ย" ในภาษาไทยก็เรียกเพี้ยนมาจากคำว่า "รูปี" ซึ่งเป็นหน่วยเงินตราของอินเดียมาตั้งแต่สมัยพุทธกาล
นอกจากนี้แล้ว เปลือกหอยเบี้ยจักจั่น ยังใช้เป็นเครื่องรางของขลังในวัฒนธรรมไทย โดยมักนำไปบรรจุปรอทแล้วปิดทับด้วยชันโรงใต้ดิน อาจจะมีแผ่นโลหะลงอักขระยันต์ปิดไว้อีกชั้นก็มร เชื่อกันว่า ถ้าพกเปลือกหอยเบี้ยชนิดนี้ไว้กับตัวเวลาเดินทางสัญจรในป่า จะช่วยป้องกันไข้ป่า รวมถึงป้องกันและแก้ไขอันตรายจากร้ายให้กลายเป็นดีได้ และสุดท้ายความเชื่อที่ว่าคนโบราณนิยมผูกตัวเบี้ยไว้ที่ข้อมือเด็ก ด้วยเชื่อว่าเบี้ยจะสามารถป้องกันภูตผีปีศาจได้นั่นเอง หรือนำไปตกแต่งพลอยเรียกว่า "ภควจั่น"
ในเด็ก ๆ เชื่อว่าช่วยป้องกันฟันผุ หรือพกใส่กระเป๋าสตางค์ เชื่อว่าทำให้เงินทองไหลเทมาและโชคดี “ภควจั่น” นี้แยกออกเป็นสองคำคือ ภคว เป็นคำย่อของ ภควดี อันเป็นสมญานามของ พระลักษมี และจั่น เป็นคำสามัญหมายถึง เบี้ยจั่น อันเป็นเครื่องหมายของพระลักษมี ซึ่งเป็นเครื่องรางในสมัยอยุธยาที่นำเอาเบี้ยจั่นมาหุ้มด้วยทองแล้วประดับพลอย
ด้วยเหตุที่หอยเบี้ยถูกเลิกใช้แลกเปลี่ยนสินค้าแล้ว ด้วยคุณสมบัติทางยาความเชื่อเรื่องเครื่องลางของขลัง มีเบี้ยติดตัวมีกินมีใช้ไม่อด เงินไหลมา เพื่อไม่ให้เบี้ยทั้งหมดถูกทิ้งไปอย่างไร้ค่า
หลวงปู่โตจึงได้รวบรวมหอยเบี้ยนำมาบดผสมมวลสารศักดิ์สิทธิ์สร้างเป็นพระสมเด็จรุ่นนี้ขึ้นมา เพื่อความเป็นศิริมงคลแก่ผู้นำไปสักการะบูชา
ถือได้ว่าพระสมเด็จวัดระฆัง เนื้อหอยเบี้ย แทบจะเป็นพระในตำนานไปแล้ว หากผู้ใดมีไว้ในครอบครองก็นับเป็นวาสนาอย่างสูงยิ่ง
https://youtu.be/rQ1_tnLtnFU?si=BiNVLlPOOkaS8aj8
#พระสมเด็จยุคต้น #เนื้อหอยเบี้ย #วัดระฆัง #แก้วจักรพรรดิ #antique24
ประวัติศาสตร์
เรื่องเล่า
ความรู้รอบตัว
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย