การตรวจยีน Oncotype DX: ทำไมคนไข้มะเร็งเต้านมบางคนถึงไม่ต้องให้คีโม แม้จะเป็นมะเร็ง?

TLDR
มะเร็งเต้านมไม่ได้เหมือนกันทุกคน และไม่ใช่ทุกคนที่ได้ประโยชน์จากคีโม Oncotype DX เป็นการตรวจยีนในก้อนมะเร็ง เพื่อช่วยประเมินความเสี่ยงกลับมาเป็นซ้ำ และช่วยตอบคำถามสำคัญว่า “คีโมเพิ่มประโยชน์จริงไหม” โดยเฉพาะมะเร็งเต้านมระยะเริ่มต้นชนิดฮอร์โมนบวก HER2 ลบ
คนไข้หลายคนตกใจมากเมื่อได้ยินคำว่า “เป็นมะเร็งเต้านม”
คำถามแรก ๆ ที่เจอบ่อยคือ “หมอคะ ต้องให้คีโมไหม” และหลายคนเชื่อไปแล้วว่า ถ้าเป็นมะเร็ง แปลว่าต้องผมร่วง ต้องอาเจียน ต้องให้คีโมเสมอ
ความจริงคือ ไม่ใช่ครับ
มะเร็งเต้านมบางชนิด โตช้า ตอบสนองต่อยาต้านฮอร์โมนดี และโอกาสได้ประโยชน์จากคีโมอาจน้อยมากจนไม่คุ้มกับผลข้างเคียง
Oncotype DX คืออะไร
Oncotype DX คือการตรวจการทำงานของยีน 21 ตัวในชิ้นเนื้อมะเร็งที่ผ่าตัดหรือเจาะออกมาแล้ว
พูดง่าย ๆ คือ ไม่ได้ตรวจเลือดเพื่อดูพันธุกรรมจากพ่อแม่ แต่เป็นการตรวจ “พฤติกรรมของก้อนมะเร็ง” ว่ามีแนวโน้มดุแค่ไหน และคีโมน่าจะช่วยลดโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้มากน้อยเพียงใด
ผลตรวจจะออกมาเป็นคะแนนที่เรียกว่า Recurrence Score ตั้งแต่ 0–100
คะแนนต่ำ หมายถึงโอกาสกลับมาเป็นซ้ำโดยรวมต่ำ และมักได้ประโยชน์จากคีโมน้อย
คะแนนสูง หมายถึงความเสี่ยงมากขึ้น และมีโอกาสที่คีโมจะช่วยได้มากขึ้น
ตรวจนี้ใช้กับใคร
ไม่ใช่คนไข้มะเร็งเต้านมทุกคนที่ต้องตรวจ Oncotype DX
กลุ่มที่มักใช้ประโยชน์จากการตรวจนี้ คือคนไข้มะเร็งเต้านมระยะเริ่มต้น ชนิด Hormone receptor positive, HER2 negative ซึ่งหมายถึงมะเร็งที่ตอบสนองต่อยาต้านฮอร์โมน และไม่ใช่ชนิด HER2 positive
โดยเฉพาะกรณีที่ต่อมน้ำเหลืองไม่กระจาย หรือบางรายที่ต่อมน้ำเหลืองกระจายจำนวนน้อย แพทย์อาจใช้ผลตรวจนี้ช่วยตัดสินใจเรื่องคีโมร่วมกับข้อมูลอื่น
สิ่งที่ต้องย้ำคือ ผลตรวจนี้ไม่ได้ใช้แทนการดูระยะโรค ขนาดก้อน เกรดมะเร็ง อายุคนไข้ ภาวะหมดประจำเดือน หรือความเห็นของทีมรักษา
มันเป็น “เครื่องมือช่วยตัดสินใจ” ไม่ใช่คำตัดสินเดี่ยว ๆ
ทำไมบางคนไม่ต้องให้คีโม
เพราะคีโมมีหน้าที่ฆ่าเซลล์ที่แบ่งตัวเร็ว แต่ถ้ามะเร็งชนิดนั้นมีชีววิทยาที่ตอบสนองต่อยาต้านฮอร์โมนดี และความเสี่ยงกลับมาเป็นซ้ำต่ำ การเพิ่มคีโมอาจเพิ่มประโยชน์เพียงเล็กน้อยมาก
ในคนไข้บางกลุ่ม งานวิจัยขนาดใหญ่พบว่า การรักษาด้วยยาต้านฮอร์โมนอย่างเดียวให้ผลใกล้เคียงกับการให้คีโมร่วมด้วย ในแง่การควบคุมโรคระยะยาว
แปลเป็นภาษาคนไข้คือ ถ้าคีโมไม่ได้ช่วยเพิ่มโอกาสรอดหรือช่วยลดการกลับมาเป็นซ้ำอย่างมีความหมาย เราไม่ควรให้คนไข้รับผลข้างเคียงโดยไม่จำเป็น
นี่ไม่ใช่การรักษาน้อยเกินไป
นี่คือการรักษาให้พอดีกับโรค
ความเข้าใจผิดที่เจอบ่อยมาก
ข้อแรก “เป็นมะเร็งแล้วไม่ให้คีโม แปลว่าหมอรักษาไม่เต็มที่”
ไม่จริงครับ การไม่ให้คีโมในคนที่ไม่ได้ประโยชน์ คือการตัดสินใจบนข้อมูล ไม่ใช่การละเลย
ข้อสอง “ก้อนใหญ่กว่า แปลว่าต้องคีโมเสมอ”
ไม่เสมอครับ ขนาดก้อนสำคัญ แต่ชีววิทยาของมะเร็งก็สำคัญมาก มะเร็งก้อนเล็กบางก้อนอาจดุ แต่มะเร็งก้อนใหญ่บางก้อนอาจตอบสนองต่อฮอร์โมนดีและไม่จำเป็นต้องคีโมในบางสถานการณ์
ข้อสาม “ตรวจยีนแล้วคะแนนต่ำ แปลว่าหายขาดแน่นอน”
ไม่ใช่ครับ คะแนนต่ำไม่ได้แปลว่าไม่มีความเสี่ยงเลย แต่ช่วยบอกว่าคีโมอาจไม่ได้เพิ่มประโยชน์มากพอเมื่อเทียบกับผลเสีย
ข้อสี่ “ถ้าไม่ให้คีโม ก็ไม่ต้องรักษาอะไรต่อ”
ผิดครับ คนไข้กลุ่มนี้มักยังต้องรักษาด้วยยาต้านฮอร์โมนต่อเนื่อง และต้องติดตามตามแผนอย่างสม่ำเสมอ
คนไข้ควรถามหมอว่าอะไร
ถ้าคุณเป็นมะเร็งเต้านมระยะเริ่มต้น ลองถามแพทย์ตรง ๆ ได้ว่า
มะเร็งของฉันเป็นชนิด Hormone receptor positive และ HER2 negative หรือไม่
ต่อมน้ำเหลืองมีการกระจายหรือไม่
กรณีของฉันเหมาะกับการตรวจ Oncotype DX หรือไม่
ถ้าคะแนนต่ำ กลาง หรือสูง แผนรักษาจะเปลี่ยนอย่างไร
สิ่งสำคัญคือ อย่าเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น เพราะมะเร็งเต้านมชื่อเดียวกัน อาจพฤติกรรมต่างกันมาก
คนไข้สองคนก้อนขนาดเท่ากัน อาจได้แผนรักษาไม่เหมือนกัน และทั้งสองแผนอาจถูกต้องทั้งคู่
เรื่องที่อยากให้จำไว้
คีโมไม่ใช่เครื่องหมายของการรักษาที่ดีที่สุดเสมอไป
การรักษาที่ดีที่สุด คือการเลือกให้เหมาะกับชนิดของมะเร็ง ระยะโรค ความเสี่ยงจริง และตัวคนไข้คนนั้น
ถ้าคุณได้รับคำแนะนำว่าอาจไม่ต้องให้คีโม อย่าเพิ่งดีใจจนหยุดติดตาม และอย่าเพิ่งกลัวว่ารักษาไม่พอ
ให้ถามเหตุผล ดูผลชิ้นเนื้อ ดูตัวรับฮอร์โมน ดู HER2 ดูต่อมน้ำเหลือง และคุยเรื่องการตรวจยีนถ้าเข้าเกณฑ์
มะเร็งเต้านมยุคนี้ไม่ใช่การรักษาแบบเหมารวมอีกต่อไป
เรากำลังเดินไปสู่การรักษาที่แม่นขึ้น พอดีขึ้น และลดการรักษาเกินจำเป็นมากขึ้น
ด้วยรักและห่วงใย
นพ.โภคิน เพ็ชร์หอม
ศัลยแพทย์เต้านม
เพจหมอโภโชว์(เรื่อง)นม
เอกสารอ้างอิง
Sparano, J. A., Gray, R. J., Makower, D. F., Pritchard, K. I., Albain, K. S., Hayes, D. F., et al. (2018). Adjuvant chemotherapy guided by a 21-gene expression assay in breast cancer. The New England Journal of Medicine, 379(2), 111–121.
Kalinsky, K., Barlow, W. E., Gralow, J. R., Meric-Bernstam, F., Albain, K. S., Hayes, D. F., et al. (2021). 21-gene assay to inform chemotherapy benefit in node-positive breast cancer. The New England Journal of Medicine, 385(25), 2336–2347.
Andre, F., Ismaila, N., Allison, K. H., Barlow, W. E., Collyar, D. E., Damodaran, S., et al. (2022). Biomarkers for adjuvant endocrine and chemotherapy in early-stage breast cancer: ASCO guideline update. Journal of Clinical Oncology, 40(16), 1816–1837.
โฆษณา