5 พ.ค. เวลา 08:00 • หุ้น & เศรษฐกิจ
บลน.โรโบเวลธ์

📊 ทำไมกองทุนไทย "ขึ้นไม่เท่า" กองแม่ ? ✨

1. เรื่อง "ค่าเงิน" (Exchange Rate) คือตัวแปรหลัก
▪️ บาทแข็ง: กองทุนไทยได้กำไรน้อยลง (หรืออาจขาดทุนทั้งที่หุ้นขึ้น)
▪️ บาทอ่อน: กองทุนไทยจะได้กำไร "สองเด้ง" (กำไรหุ้น + กำไรค่าเงิน)
2. ต้นทุนการ "ป้องกันความเสี่ยง" (Hedging Cost)
กองทุนส่วนใหญ่จะมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน (Hedge) ซึ่งการทำแบบนี้ "ไม่ฟรี" ครับ
บลจ. ต้องจ่ายเงินทำสัญญา Forward เพื่อล็อคเรทค่าเงินไว้ ซึ่งต้นทุนตรงนี้จะถูกหักออกจาก NAV ของกองทุน
3. ค่าธรรมเนียมซ้อน อย่าลืมว่าเราเสียค่าธรรมเนียม 2 ต่อครับ
▪️ ต่อแรก: กองแม่ (Master Fund) หักค่าบริหารจัดการไปแล้ว
▪️ ต่อที่สอง: กองไทย (Feeder Fund) หักค่าบริหารจัดการและค่าใช้จ่ายอื่นๆ เพิ่มอีก
▪️ ผลตอบแทนที่เราเห็นจึงเป็น "กำไรหลังหักค่าธรรมเนียมทั้ง 2 ฝั่ง" ทำให้มันเตี้ยกว่ากองแม่เสมอ
4. เงินสดในมือ กองทุนไทยไม่ได้เอาเงินไปซื้อกองแม่ 100% ตลอดเวลา
▪️ กองทุนต้องสำรองเงินสดไว้ส่วนหนึ่ง (ประมาณ 2-5%) เพื่อเตรียมไว้ให้คนขายคืนหน่วยลงทุน
▪️ เงินสดก้อนนี้ไม่ได้ไปวิ่งตามหุ้นในกองแม่ ทำให้เวลาตลาดพุ่งแรงๆ กองไทยจะ "อืด" กว่าเพราะมีแรงดึงจากเงินสดก้อนนี้นั่นเอง
.
🧐 แล้วแบบนี้ ยังมีเหตุผลอะไรให้ลงทุนในกองทุน แทนที่จะไปลงทุนใน ETF?
✅ คำตอบคือเรื่องสิทธิทางภาษี โดยเฉพาะกฎหมายภาษีใหม่ของไทยที่เก็บภาษีจากเงินได้ในต่างประเทศหากนำกลับเข้าไทยในปีภาษีนั้นๆ ในขณะที่กองทุน เราไม่ต้องจ่ายภาษีกำไร จ่ายแค่ค่าธรรมเนียม
แต่เชื่อเหอะ ไม่ว่าจะเลือกทางไหน ถ้าเลือกกองได้ถูก ก็รวยเหมือนกัน 🙌🏻✨
---
📌 ติดตามบทความดีๆ มีสาระเรื่องการลงทุนได้ที่เพจ fundii 📖
╔═══════════╗
เพราะการลงทุน ไม่จำเป็นต้องเครียด แต่ต้อง fundii
╚═══════════╝
กดเข้าร่วม Community
กด Follow
Facebook Page - facebook.com/fundiiapp
#fundii #ลงทุน #กองทุน #การลงทุน #ฝันดี
โฆษณา