28 พ.ค. เวลา 03:10 • นิยาย เรื่องสั้น
คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

ท่องโลกสภาวะจิตใจ ผ่านสำนวนฝรั่งในวรรณกรรมตะวันตก

Volume : ฉบับที่ 60 เดือนเมษายน 2569
Column : Vocab With Rama
Writer Name : นู๋โน โกอินเตอร์
สวัสดีค่ะ คุณผู้อ่าน @Rama ที่น่ารักทุกท่านทราบไหมคะว่า การอธิบายความรู้สึกภายในใจ โดยเฉพาะอาการทางจิตเวชหรือแม้กระทั่งโรคซึมเศร้า บ่อยครั้งไม่ได้สื่อสารออกมาตรง ๆ แต่มักซ่อนตัวอยู่ในรูปแบบของ ‘สำนวน’ (Idiom: /ˈɪdiəm/) ที่ลึกซึ้ง
การเข้าใจสำนวนเหล่านี้ ไม่เพียงช่วยให้เราสื่อสารได้เป็นธรรมชาติแบบเจ้าของภาษา แต่ยังทำให้เรา ‘เข้าใจ’ ความเปราะบางของมนุษย์ที่ปรากฏอยู่ในวรรณกรรมได้ดีขึ้น เพราะวรรณกรรมก็เปรียบเสมือน ‘คันฉ่อง’ สะท้อนชีวิต ที่ผู้ประพันธ์มักถ่ายทอดผ่านการเปรียบเปรย (Metaphor: /ˈmetəfə(r)/) อย่างแยบยลนั่นเอง วันนี้เราจะมาค่อย ๆ ทำความรู้จักกับสำนวนภาษาอังกฤษผ่านวรรณกรรมชื่อดังกันค่ะ ไปกันเลย!
เริ่มกันที่ความเก๋าหลักหลายพันปี กับสำนวนที่สะท้อนภาวะ วิตกกังวล (Anxiety: /æŋˈzaɪəti/) ได้เห็นภาพที่สุดอย่าง “The Sword of Damocles” (ดาบแห่งดาโมเคลส) สำนวนนี้มีมาจากตำนานกรีกโบราณที่เล่าเรื่องของ Damocles (ดาโมเคลส) ข้าราชบริพารที่มักจะพร่ำเพ้อว่าเป็นกษัตริย์ช่างมีความสุข มีอำนาจ ร่ำรวยล้นฟ้า กษัตริย์จึงอยากสอนบทเรียนเจ้าคนขี้ประจบสักหน่อย โดยสลับตำแหน่งให้ดาโมเคลสขึ้นไปนั่งบนบัลลังก์และดื่มกินอย่างราชา
แต่มีข้อแม้เดียวคือ ต้องแขวนดาบที่คมกริบไว้เหนือหัว โดยใช้เพียง “เส้นขนหางม้า” เส้นเดียวในการยึดไว้ ดาโมเคลสที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ แต่ตาต้องคอยจ้องมองดาบที่แกว่งไปมาเหนือหัวตลอดเวลาถึงกับต้องขอลงจากบัลลังก์นั้นทันที เพราะเขารู้แล้วว่า “ความสุขที่มาพร้อมกับความหวาดระแวงนั้นไม่ใช่ความสุขที่แท้จริง” มันคืออาการของคนเครียดสะสมที่รู้สึกว่าจะมีเรื่องร้ายเกิดขึ้นเมื่อไหร่ก็ได้
สำนวนที่เกี่ยวกับอาการวิตกกังวล ยังมี “A Skeleton in the Closet” (โครงกระดูกในตู้เสื้อผ้า) (ปัจจุบันชาวอังกฤษมักจะใช้คำว่า ‘a skeleton in the cupboard’ แทน ในขณะที่ฝั่งสหรัฐอเมริกาจะนิยมใช้คำว่า ‘a skeleton in the closet’ มากกว่า) สำนวนนี้มักใช้กับความวิตกกังวลกลัวว่า “ความลับดำมืด” ของเราจะถูกเปิดเผยออกมา
โดยสำนวนนี้ดังจากนิยายยอดฮิตของ William Makepeace Thackeray หลาย ๆ เรื่อง เช่นเรื่อง The Newcomes ที่ตีพิมพ์ในช่วงกลางศตวรรษที่ 19 จนคนจำและใช้ตามกันอย่างแพร่หลาย มันคือสภาวะที่เรากดทับบาดแผลในใจ (Trauma: /ˈtrɔːmə/) เอาไว้จนมันหลอกหลอนเราเหมือนโครงกระดูกน่ากลัวที่ถูกซ่อนเอาไว้ในตู้เสื้อผ้านั่นเองค่ะ
มาถึงสำนวนที่ป๊อปที่สุดอย่าง “The Black Dog” (เจ้าหมาดำ) ที่สื่อถึงอาการโรคซึมเศร้า แม้จะเริ่มใช้กันมานานโดยปรากฏอยู่ในงานเขียนของ Samuel Johnson นักเขียนพจนานุกรมชื่อดังในศตวรรษที่ 18 ผู้ซึ่งใช้คำว่า “Black Dog” บรรยายถึงสภาวะจิตใจที่หนักอึ้งของตนเอง
แต่มาโด่งดังสุด ๆ ก็ตอนที่ Sir Winston Churchill รัฐบุรุษของอังกฤษใช้เรียกโรคซึมเศร้าของตนเอง เขาไม่ได้บอกว่าเขาป่วย แต่บอกว่ามี “เจ้าหมาดำ” เดินตามต้อย ๆ สื่อถึงความเศร้าที่ซื่อสัตย์เกินเหตุ ชอบมาคลอเคลียในวันที่เราไม่อยากเล่นด้วย มันติดตามเราไปทุกที่ บดบังแสงสว่าง และทำให้ชีวิตดูมืดมน เป็นการกลวิธีเปลี่ยนเรื่องลบ ๆ ให้ดูมีตัวตนและจัดการได้ง่ายขึ้นสำหรับตัวท่านเอง แต่คำนี้กลับโดนใจผู้คนที่ได้อ่านบทสัมภาษณ์นั้น จนใช้อย่างแพร่หลายในที่สุด
นอกจากนี้ ยังมีสำนวน The Bell Jar (ครอบแก้วสุญญากาศ) ที่สื่อถึงสภาวะความรู้สึกถูกตัดขาดจากโลกภายนอก อึดอัด หายใจไม่ออก รู้สึกชาไร้ความรู้สึก และมองเห็นโลกภายนอกบิดเบี้ยวไปหมด แม้ว่าคนอื่นจะมองเข้ามาเห็นเราใช้ชีวิตอยู่ตามปกติก็ตาม โดยคำนี้มีที่มาจากนวนิยายกึ่งอัตชีวประวัติระดับมาสเตอร์พีซเรื่อง The Bell Jar ที่ตีพิมพ์ในปี ค.ศ. 1963 ประพันธ์โดย Sylvia Plath กวีสตรีและนักเขียนชาวอเมริกัน ผู้เผชิญกับโรคซึมเศร้าอย่างหนัก
ในยุคเดียวกันกับ Plath ก็มีนักเขียนหญิงชื่อดังอย่าง Virginia Woolf ที่มักใช้ภาพของน้ำและกระแสคลื่นเพื่ออธิบายความรวนเรของจิตใต้สำนึก โดยเสนอสำนวน “A Mind at Sea” (ใจที่เคว้งคว้างกลางมหาสมุทร) ใช้เมื่อรู้สึกสับสน หลงทาง หรือไม่สามารถควบคุมความคิดของตนเองได้ ซึ่งเป็นอาการพื้นฐานของภาวะวิตกกังวล (Anxiety) เช่นกัน
กระโดดมายุคใหม่หน่อยนะคะ สำหรับหลาย ๆ คนที่น่าจะเคยได้อ่านวรรณกรรมเยาวชนชื่อดังหรือดูภาพยนตร์ Harry Potter ที่ประพันธ์โดย J.K. Rowling น่าจะคุ้นเคยกับคำว่า ผู้คุมวิญญาณ หรือ Dementor (/ dɪˈmɛntə/ ) เจ้ามนุษย์ชุดคลุมสีดำที่โบยบินฉวัดเฉวียนไปมา สื่อถึงอาการที่ความรู้สึกที่ความสุขและความหวังทั้งหมดถูกดูดกลืนหายไป เหลือเพียงความหนาวเหน็บ และรู้สึกราวกับว่าจะไม่มีวันกลับมารู้สึกมีความสุขได้อีกเลย
โดย J.K. Rowling เปิดเผยอย่างชัดเจนว่า เธอสร้างตัวละคร “ผู้คุมวิญญาณ” ขึ้นมาจากประสบการณ์ตรงของเธอที่ต้องเผชิญกับโรคซึมเศร้า (Clinical depression: /ˌklɪnɪkl dɪˈpreʃn/) ในช่วงอายุ 20 กว่า ๆ เธออธิบายว่าความซึมเศร้าไม่ใช่แค่ความรู้สึกเศร้าเสียใจ (Sadness: /ˈsædnəs/) แต่มันคือ “การสูญสิ้นความรู้สึกโดยสิ้นเชิง” (Absence of feeling) ซึ่งน่ากลัวกว่าความเศร้าทั่วไปมาก
และขอทิ้งท้ายกับสำนวนใหม่ล่าสุดจากนักเขียนรางวัลพูลิตเซอร์ Andrew Solomon กับคำว่า The Noonday Demon (ปีศาจเที่ยงวัน) ที่มีความหมายสื่อถึง ความซึมเศร้าที่จู่โจมอย่างเปิดเผย ไม่เลือกเวลา แม้ในยามที่ชีวิตดูสว่างไสว ประสบความสำเร็จ หรืออยู่ในจุดที่ดีที่สุด (เปรียบเสมือนเวลาเที่ยงวัน) ก็ยังถูกความมืดมิดครอบงำและทำลายล้างได้
โดยคำนี้มีที่มาจากผลงานของเขาที่ตีพิมพ์เมื่อปี 2001 เรื่อง The Noonday Demon: An Atlas of Depression ซึ่งเจาะลึกเกี่ยวกับโรคซึมเศร้าจากประสบการณ์ของเขาเองและผู้ป่วยคนอื่น ๆ ทั่วโลก โดยชื่อ “ปีศาจเที่ยงวัน” มีรากศัพท์ดั้งเดิมมาจากคัมภีร์ไบเบิล (Psalm 91:6) ที่กล่าวถึงหายนะที่ทำลายล้างในยามเที่ยงวัน ซึ่งต่อมานักบวชในยุคกลางได้นำคำนี้มาใช้เรียกอาการหดหู่ สิ้นหวัง และหมดแรงจูงใจในการมีชีวิตอยู่
นอกจากนี้ ในภาษาอังกฤษยังมีสำนวนและภาพเปรียบเปรยที่ใช้สื่อถึง “อาการวิตกกังวล” และความกระวนกระวายใจโดยตรงที่โด่งดังอีกหลายคำ เช่น
• Butterflies in the stomach (ผีเสื้อบินอยู่ในท้อง) : ใช้เปรียบเทียบอาการมวนท้อง ประหม่า และวิตกกังวล (มักเกิดเมื่อต้องเผชิญหน้ากับเรื่องตื่นเต้นหรือความกดดัน)
• Like a cat on a hot tin roof (แมวบนหลังคาสังกะสีร้อน) : ใช้เปรียบเทียบอาการกระวนกระวายใจอย่างหนัก ว้าวุ่นจนอยู่นิ่งไม่ได้ (คล้ายกับสำนวนไทยที่ว่า “ร้อนรนเป็นไฟ”)
• On pins and needles (อยู่บนเข็มและหมุด) : ความรู้สึกวิตกกังวล ตึงเครียด หรืออึดอัดใจในระหว่างที่รอคอยผลลัพธ์หรือเหตุการณ์บางอย่าง
ถามว่า ทำไมเราถึงสำนวนเหล่านี้ ? พูดตรง ๆ ไปเลยไม่ได้หรือ ? คุณผู้อ่าน @Rama ที่รักคะ การใช้การใช้สำนวนหรือคำเปรียบเปรยมาอธิบายความรู้สึก ไม่ใช่การหนีความจริง แต่เป็นวิธี “ลดกำแพง” (Reducing Stigma) ทำให้เรื่องสุขภาพจิตกลายเป็นเรื่องที่หยิบมาคุยกันได้แบบขี้เล่นและเข้าถึงง่ายขึ้น การบอกว่า “วันนี้หมาดำมาเยือน” “I have a black dog on my back” ฟังแล้วสามารถสร้างความเห็นอกเห็นใจ (Empathy) และช่วยให้ผู้ป่วยกล้าที่จะเปิดใจสื่อสารความรู้สึกที่อธิบายเป็นคำพูดตรง ๆ ได้ยาก
เพราะบาดแผลทางใจมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า สำนวนภาษาจึงเป็นสะพานสำคัญที่จะนำพาความช่วยเหลือไปถึงนั้นเองค่ะ อย่าลืมเอาสำนวนไปปรับใช้ในชีวิตจริงนะคะ เจอกันฉบับหน้าค่า
อ้างอิง
• Kelly, B. D. (2018). The Black Dog: Samuel Johnson, Winston Churchill, and the History of Depression. Irish Journal of Psychological Medicine.
• Padel, R. (2005). Whom Gods Destroy: Elements of Greek and Tragic Madness. Princeton University Press. (References on maritime metaphors in mental health).
• Plath, S. (1963). The Bell Jar. Heinemann. (Primary source for the “Bell Jar” metaphor).
• Treneman, A. (2000). J.K. Rowling, the interview. The Times (London), June 30. (Reference for Rowling’s confirmation of Dementors as metaphor for clinical depression).
• Wenzel, S. (1960). The Sin of Sloth: Acedia in Medieval Thought and Literature. University of North Carolina Press.
โฆษณา