26 พ.ค. เวลา 03:10 • นิยาย เรื่องสั้น
คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

เรื่องเล่าจากหลานม่า

Volume : ฉบับที่ 60 เดือนเมษายน 2569
Column : Behind the Scene
Writer Name : นันทิตา จุไรทัศนีย์
สงกรานต์ที่ผ่านมา หลานม่าทำอะไรกัน
ฉันเกิดมาในครอบครัวคนจีน บรรพบุรุษย้ายถิ่นฐานข้ามน้ำข้ามทะเลมาจากเมืองจีน เหล่ากง (ทวดผู้ชาย) เหล่าม่า (ทวดผู้หญิง) หอบอากง (ปู่) และน้อง ๆ มาตั้งรกรากอยู่ที่ประเทศไทย ก่อร่างสร้างตัวด้วยธุรกิจค้าเพชรและเครื่องทอง
เหล่ากงและเหล่าม่ามีอายุยืนมาก ท่านเสียชีวิตตอนอายุประมาณเก้าสิบปี ฉันได้ไปร่วมงานศพแบบจีนเป็นครั้งแรกในชีวิต และได้เข้าร่วมพิธีกงเต๊กด้วย และด้วยความเป็นเหลน ฉันต้องใส่ชุดขาวและผูกผ้าสีน้ำเงินบนหัว จูงมือน้องสาววัย 3 ขวบเดินข้ามสะพานกงเต๊กไปด้วยกัน
ในความรู้สึกของเด็กอย่างฉันเมื่อสามสิบกว่าปีที่แล้ว พิธีนี้ช่างกินเวลายาวนาน เริ่มตั้งแต่บ่ายสองจวบจนค่ำมืด พอถึงวันฝังศพ เราเดินทางไปฮวงซุ้ยที่จังหวัดชลบุรีด้วยรถบัส 2 คัน และรถส่วนตัวอีกเป็นขบวน ลูกหลานของเหล่ากงเหล่าม่าช่างมีมากเหลือเกิน ฉันลองนับ ๆ ดูแล้ว ทั้งสองท่านมีลูกหลานเหลนนับร้อยคนเลยทีเดียว
อากงเคยบอกกับลูก ๆ ว่า งานศพแบบจีนเป็นอานิสงส์ในการรวมลูกหลาน แต่เมื่อเรามาอยู่เมืองไทย อากงก็รักในความเป็นไทย แต่เนื้อในก็ไม่ได้ทิ้งความเป็นจีน เราสามารถผสมผสานให้อยู่อย่างมีความสุขได้โดยไม่ต้องยึดติดกับอะไร เพราะฉะนั้นเมื่อถึงวาระสุดท้ายของอากง อากงจึงบอกให้ลูก ๆ จัดงานศพแบบไทย สวดให้เสร็จ เผาให้หมด ไม่ต้องให้ลูกหลานต้องเดินทางไปฝัง อากงขอเดินทางไกลไปคนเดียว ให้ลูกหลานรำลึกกันถึงกันด้วยความรัก ตื่นมาใส่บาตรถึงกัน แต่ถ้าวันไหนหลานตื่นสาย อากงก็ไม่ว่ากัน ดูรูปกันแล้วเซย์ไฮก่อนไปโรงเรียนก็พอ
หลังจากอากงเสีย ฉันเลยไม่มีโอกาสได้เป็นหลานกงอีก เป็นได้ก็แต่หลานม่า และอยู่กับอาม่ามาอีกสี่สิบปี ซึ่งตั้งแต่ฉันเกิดมาจนถึงทุกวันนี้ ฉันได้ค้นพบว่าคนที่ใจดีมากที่สุดในชีวิตของฉันคืออาม่านั่นเอง ไม่มีหลานคนไหนเคยถูกอาม่าตีเลย มีถูกดุบ้างตามความดื้อและซนตามโอกาส อยากกินขนมก็ขอตังค์อาม่า ไม่อยากโดนตีก็วิ่งไปหลบหลังอาม่า อยากไปเที่ยวไหนก็อ้อนให้อาม่าพาไปได้หมด
ตอนอาม่าแต่งงานกับอากง แน่นอนว่าฉันยังไม่เกิด แต่พ่อเล่าให้ฟังว่าทั้งสองเป็นรักแรกของกันและกัน มีลูกด้วยกัน 6 คน และหลานอีก 9 คน ทั้งชายและหญิง หลานทุกคนได้รับการเลี้ยงดูจากอาม่าทั้งสิ้น ลูกคนไหนมีหลานเกิดใหม่ อาม่าก็จะไปเลี้ยงหลานที่บ้านนั้นจนเข้าโรงเรียน ตั้งแต่หลานคนโตไปจนถึงหลานคนสุดท้องที่อายุห่างกันมากกว่ายี่สิบปี พอหลาน ๆ โตกันหมด อาม่าก็มาอยู่กับอาโกวซึ่งเป็นพยาบาล โดยมีลูก ๆ หลาน ๆ มาเยี่ยมตลอด
ตลอดชีวิตของอาม่านั้นมีสุขภาพที่แข็งแรง กิจกรรมยามว่างของอาม่าคือการปลูกต้นไม้ พออายุมากขึ้นก็มาหาหมอตามนัด กินยาตามที่หมอสั่งไม่เคยขาด ไม่เคยมีโรคภัยไข้เจ็บที่รุนแรง เรียกได้ว่าเป็นคนไข้ตัวอย่างเลยทีเดียว
อาม่าดูแลและช่วยเหลือตัวเองได้จนอายุ 90 กว่าปี อาม่าก็เริ่มใช้ Walker (สี่ขา) ช่วยเดิน ความจำระยะสั้นมีเสื่อมถอยบ้างเล็กน้อย แต่เมื่อเทียบกับผู้สูงอายุในวัยเดียวกันนั้นถือว่าอาม่ามีความจำที่ดีมาก จำลูกหลานได้หมดทุกคน แต่ที่ทำให้ลูกหลานดีใจมากกว่าคืออาม่ากินข้าวเองได้ทุกมื้อ บอกได้ว่าอยากกินอะไร และกินได้เยอะมากเมื่อเทียบกับคนวัยเดียวกัน
ปีนี้อาม่ามีอายุ 98 ปี เรียกว่าเกือบร้อยปีได้แล้ว แต่แล้วปลายปี 2568 อาม่ามีแผลถลอกเล็ก ๆ เกิดขึ้นที่หลังเท้า วันรุ่งขึ้นเราวางแผนจะพาอาม่ามาหาหมอ แต่เพียงคืนเดียวแผลถลอกนั้นก็กลายเป็นตุ่มน้ำพองขนาดใหญ่ลามไปทั่วทั้งเท้า พอคุณหมอตรวจเสร็จก็ต้องเจาะเลือดชุดใหญ่ ให้ยาฆ่าเชื้อทางเส้นเลือดดำ และให้นอนโรงพยาบาลในวันนั้นทันที
เช้าวันต่อมาทีมคุณหมออายุรกรรมผู้สูงอายุ เจ้าของไข้มาเยี่ยมอาม่าแต่เช้า สังเกตจากสีหน้าของหมอและแผลที่ลุกลามไปอย่างรวดเร็วแล้วดูไม่ค่อยดี หมอคุยกับฉันและอาโกวถึงแนวโน้มของแผลที่อาจจะแย่ลงไปอีก ซึ่งตอนนี้ทั้งเท้ากลายเป็นเนื้อตาย และด้วยอายุที่มากแล้วของอาม่า อาจจะแย่มากจนกระทั่งติดเชื้อในกระแสเลือดได้ ซึ่งกระบวนการติดเชื้อนั้นจะทำอาม่าเหนื่อยมากขึ้น ร่างกายทำงานไม่ไหว ความดันโลหิตต่ำ ไปจนถึงหัวใจหยุดเต้นได้
ซึ่งถ้าเกิดเหตุการณ์เหล่านั้นขึ้น พวกเราจะตัดสินใจอย่างไร จะย้ายอาม่าไป ไอ.ซี.ยู. ใส่ท่อช่วยหายใจ ให้ยากระตุ้นหัวใจและความดันโลหิต ทำการฟอกไต รวมไปถึงการปั๊มหัวใจหรือไม่ ตลอดชีวิตของอาม่าแทบจะไม่เคยนอนโรงพยาบาลหรือผ่าตัดใหญ่เลย ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่มีอาการรุนแรง ฉันมองหน้ากับอาโกว ให้คำตอบกับหมอได้โดยไม่ลังเล
พวกเราขอดูแลอาม่าแบบประคับประคอง รักษาตามอาการ ไม่ยื้อชีวิตหรือทำการกู้ชีพใด ๆ เราเข้าใจในแผนการรักษาทุกอย่างและรับทราบถึงการพยากรณ์ของโรคที่อาจจะเกิดขึ้นได้ แต่การที่อาม่าได้อยู่กับลูกหลานในตอนนี้ ไปจนถึงระยะประคับประคองจวบจนระยะสุดท้าย น่าจะเป็นสิ่งที่อาม่าต้องการมากที่สุด
อาโกวพูดคุยปรึกษากันในพี่ ๆ น้อง ๆ ทุกคนมีความเห็นตรงกันที่อยากจะให้อาม่ามีความสุขมากที่สุดตลอดระยะเวลาที่อยู่โรงพยาบาล
สาย ๆ ทีมคุณหมอศัลยกรรมมาเยี่ยม พูดคุยถึงเรื่องแผลที่เท้า การผ่าตัดเนื้อตายไปจนถึงการตัดนิ้วเท้าหรือปลายเท้าบางส่วนเพื่อไม่ให้เกิดการติดเชื้อในกระแสเลือด ซึ่งแน่นอนว่าการผ่าตัดย่อมมีความเสี่ยง หลังผ่าตัดอาจต้องไปสังเกตอาการที่ ไอ.ซี.ยู. อาจเอาท่อช่วยหายใจออกไม่ได้ กรณีแย่สุดคืออาจจะต้องเจาะคอ และเช่นเดิม เรายังยืนยังที่จะดูแลอาม่าแบบประคับประคอง
คุณหมอเคารพการตัดสินใจของพวกเรา พร้อมทั้งบอกว่าไม่เคยเห็นสมาชิกในครอบครัวไหนที่เห็นไปในแนวทางเดียวกันและมีการเตรียมความพร้อมแบบนี้มาก่อน
ช่วงบ่ายทีมพยาบาลดูแลแผล (Wound Care) มาทำแผลที่เท้าให้อาม่า เราพูดคุยกันด้วยความคุ้นเคยด้วยความเป็นพี่น้องพยาบาลด้วยกัน ทางทีมแนะนำการจัดท่าทางต่าง ๆ ให้อาม่า เพื่อป้องกันการเกิดแผลกดทับในช่วงที่มีการเคลื่อนไหวลำบากเพราะมีแผลขนาดใหญ่ ฉันหอบหมอนใบนุ่มใบแน่น เล็กใหญ่ หลายขนาดมาจัดท่านอนให้อาม่า เมื่อถึงเวลาค่ำ อาม่าก็นอนกอดหมอนจนหลับไป เมื่อแน่ใจว่าอาม่าหลับสบายแล้ว ฉันก็กลับบ้าน ส่วนอาม่านอนห้องพิเศษกับอาโกวและน้องนี ซึ่งเป็นผู้ดูแลอาม่าด้วยกัน
1 สัปดาห์ผ่านไป อาการของอาม่ายังทรง ๆ แผลดูไม่แย่ลง แต่ก็ไม่ได้ดีขึ้นอย่างชัดเจน อาม่ากินได้น้อยลงมาก จนไม่เพียงพอต่อความต้องการร่างกาย น้ำหนักลดลงหลายกิโลกรัม อาม่าเริ่มซีดและซึมลงอย่างเห็นได้ชัด เราคิดทบทวนกันหลายต่อหลายครั้งจึงตัดสินใจใส่สายให้อาหารจากจมูกถึงกระเพาะอาหาร เพื่อเพิ่มพลังงานให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายในตอนนี้และเพิ่มโปรตีนเพื่อให้แผลดีขึ้น
เพียง 2-3 วัน หลังได้อาหารทางสายยาง อาม่าดูสดชื่นขึ้น ริมฝีปากซีดกลับมามีสีชมพูอีกครั้ง เนื้อตายที่ขาเริ่มหลุดออกมาพร้อมกับเนื้อดีที่เติมเต็มขึ้นมาใหม่ ทุกอย่างค่อย ๆ เป็น ค่อย ๆ ไป ในทางที่ดีขึ้นทีละน้อย
ลูก ๆ หลาน ๆ ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนมาเยี่ยมอาม่ากันตลอดไม่ได้ขาด ส่วนตัวฉันเองนั้นมาหาอาม่าทุกวัน เวลามีใครมาเยี่ยมไม่เว้นแม้กระทั่งหมอหรือพยาบาล อาม่าก็จะดีใจและพูดคุยทักทายทุกครั้ง รอยยิ้มไม่เคยหายไปจากใบหน้าอาม่าเลย
สัปดาห์ต่อมาอาม่าเริ่มมีเสมหะและหายใจเหนื่อยขึ้น คุณหมอคิดว่าน่ามีการติดเชื้อ ซึ่งเป็นผลที่เกิดขึ้นได้จากการนอนโรงพยาบาลนานหลายวัน อาม่าต้องเจาะเลือดชุดใหญ่ เอกซเรย์ปอด และให้ออกซิเจนทางจมูก
คุณหมอพูดคุยกับเราอีกครั้ง เรายังคงยืนยันในเจตนารมณ์ของครอบครัว อาม่าเหนื่อยขึ้นมากจนต้องให้ออกซิเจนแรงดันสูงทางจมูก (High-Flow Nasal Cannula - HFNC) ซึ่งถ้าอาม่าอาการไม่ดีขึ้น เราคงต้องเลือกว่าจะใส่ท่อช่วยหายใจหรือให้ยาบางตัวเพื่อให้อาม่าพักหลับได้ดีขึ้นและไม่รู้สึกเหนื่อยมากเกินไป
โชคดีที่พอให้ออกซิเจนแรงดันสูงแล้ว อาม่าพักหลับได้ ฉันกลับบ้านด้วยความกระวนกระวายใจ คืนนั้นฉันนอนไม่หลับ เปิดเสียงโทรศัพท์ไว้ดังสุดเผื่ออาโกวโทรมาในตอนกลางคืน แต่ก็ไม่มีเสียงโทรศัพท์มาในค่ำคืนนั้น
เช้าวันรุ่งขึ้น ฉันไปหาอาม่าแต่เช้า อาม่าตื่นมาทักทายฉันเหมือนกับว่าเมื่อคืนไม่ได้มีอาการรุนแรงใด ๆ เกิดขึ้น ฉันกอดอาม่าไว้แน่น อาม่ายังคงใส่ออกซิเจนแรงดันสูง แต่อาการทั่วไปนั้นกลับดูดีขึ้นจนน่าประหลาดใจ
วันต่อ ๆ มา แผลที่เท้านั้นดีวันดีคืน ออกซิเจนก็ค่อย ๆ ลดลงได้เรื่อย ๆ จนกระทั่งเอาออกได้ แต่ความดีใจก็อยู่กับพวกเราได้เพียงไม่นาน อาการเหนื่อยและติดเชื้อกลับมาและดีขึ้นอีกรอบ แต่ครั้งนี้ไม่สามารถเอาออกซิเจนออกได้ อาม่าใส่ออกซิเจนร่วมเดือน แต่สิ่งที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ คือแผลที่เท้า ตอนนี้มีความเป็นไปได้ว่าจะหายดี นักกายภาพบำบัดมาช่วยฝึกให้อาม่านั่งทรงตัวและวางแผนว่าจะลองให้อาม่าลงน้ำหนักที่เท้า และฝึกเดินในวันต่อ ๆ ไป
ปีนี้ เราได้ฉลองปีใหม่กันที่โรงพยาบาล หลาน ๆ เอาหมวกและคาดผมซานต้าไปใส่กัน คุณหมอ คุณพยาบาล และเจ้าหน้าที่แผนกต่าง ๆ มาสวัสดีปีใหม่อาม่าที่ห้อง ทุกคนในครอบครัวเต็มไปด้วยรอยยิ้มและความหวังที่อาม่าจะได้ออกจากโรงพยาบาล
หลังปีใหม่ไม่กี่วัน อาการเหนื่อยก็กลับมาอีกครั้ง คุณหมอคิดว่าน่าจะมีพยาธิสภาพที่ผิดปกติบางอย่างมากกว่าการติดเขื้อจึงทำให้อาม่ามีอาการเหนื่อยเป็นระยะ จึงขอส่องกล้องเพื่อดูทางเดินหายใจส่วนบน โดยมีหมอหู คอ จมูก มาทำให้ที่เตียง ใช้เวลาไม่ถึง 5 นาทีก็พบสาเหตุ
นั่นคือฝาปิดกล่องเสียงในหลอดลมอ่อนแรง ทำให้ไม่มีการขยับในขณะที่หายใจ ส่งผลให้ฝาปิดกล่องเสียงอุดกั้นทางเดินหายใจ มีรูให้อากาศผ่านเพียง 1 มิลลิเมตร ซึ่งปกติในผู้ใหญ่ หลอดลมจะมีขนาด 1.5-2 เซนติเมตร ส่วนสาเหตุที่ทำให้เกิดนั้นมีปัจจัยหลายอย่าง ทั้งการติดเชื้อที่แผล อายุที่มาก รวมถึงความผิดปกติของหลอดเลือดในสมองก็เป็นได้
ทีมคุณหมออายุรกรรมผู้สูงอายุขอพูดคุยกับเราหลังผลตรวจออกมา ทางเลือกที่เร่งด่วนคือการเจาะคอ หรือใส่ท่อช่วยหายใจเพื่อให้อาม่าหายใจได้ดีขึ้น แล้วทำเอกซเรย์คอมพิวเตอร์เพื่อหาสาเหตุ แต่นั่นทำให้ต้องย้ายไป ไอ.ซี.ยู และใช้เครื่องช่วยหายใจ ให้ยานอนหลับเพื่อให้อาม่าพักหลับได้สบายขึ้น
อาม่าก็จะไม่ได้เห็นหน้าและพูดคุยกับลูก ๆ หลาน ๆ อีก การเข้าเยี่ยมอาม่าต้องเป็นไปตามเวลาที่กำหนด มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ และเสียชีวิตได้ในที่สุด ซึ่งไม่สามารถบอกได้ว่าใช้เวลาแค่ไหน อาจจะเพียงแค่ 1 วัน หรือยาวนานกว่านั้นก็ไม่อาจรู้ได้
ฉันเคยเป็นพยาบาลที่ ไอ.ซี.ยู มาก่อน อีกทั้งฉันและอาโกวก็อยู่ที่หน่วยเยี่ยมบ้าน ได้ดูแลคนไข้ที่บ้านและเยี่ยมบ้านมาอย่างยาวนาน เราเจอคนไข้ที่ต้องเจาะคอมามากมาย หลายต่อหลายครั้งที่ฉันตั้งคำถามกับตัวเองว่าคุณภาพชีวิตของคนไข้คืออะไร และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์นั้นอยู่ที่ตรงไหน หลายคนไม่ได้เลือกวิถีทางในระยะสุดท้ายของชีวิต แต่ล้วนเป็นลูกหลานหรือญาติเลือกให้คนไข้ทั้งสิ้น แล้วคุณภาพชีวิตและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของอาม่าล่ะ ครอบครัวของเราอยากให้เป็นอย่างไร
พวกเราปรึกษากันและยังคงไว้ซึ่งความตั้งใจเหมือนเดิม นั่นคืออยู่กับอาม่าให้มากที่สุด ไม่อยากให้อาม่าต้องเจ็บปวด และได้จากไปท่ามกลางคนที่อาม่ารักและรักอาม่ามากที่สุด
เย็นวันนั้นอาม่าเหนื่อยมาก ตามแผนการรักษาที่ได้คุยกับหมอไว้คือการให้ยานอนหลับเพื่อให้อาม่าสุขสบาย แต่อาม่าจะนอนหลับและหายใจเบาลงจนกระทั่งจากไป เรามีโอกาสพูดคุยกับอาม่าในตอนที่ยังรู้สึกตัวเป็นครั้งสุดท้าย การนับเวลาถอยหลังได้เริ่มต้นขึ้น ไม่ใช่เพราะความเสียใจ แต่เป็นการเตรียมใจให้พร้อมรับกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น ระลึกถึงความรักและความดีงามของอาม่าในทุกวันที่ผ่านมา
9 มกราคม 2569 อาม่าจากไปอย่างสงบ ท่ามกลางคนที่รักอย่างที่อาม่าต้องการ ฉันกอดลาอาม่าและกราบแนบเท้าด้วยความรักและอาลัยสุดหัวใจ
เราอาบน้ำและแต่งตัวให้อาม่า ฉันทำแผลที่เท้าของอาม่าให้สวยงามไว้ใส่รองเท้าเพื่อเดินทางไกลไปหาอากง
เช้าวันต่อมาเราติดต่อเรื่องเอกสาร วัดและการทำบุญ หลาน ๆ ทุกคนช่วยกันรับผิดชอบในเรื่องต่าง ๆ การจัดงานศพเป็นเหมือนกุศโลบายที่ให้ญาติได้มีเวลาทำใจต่อการสูญเสียคนที่รัก พิธีกรรมทางศาสนาทำให้เรามีกิจกรรมที่เป็นรูปธรรมที่สามารถทำให้แก่ผู้ล่วงลับได้อีกระยะเวลาหนึ่งไม่ว่าจะจัดงานกี่วันก็ตาม
เปลวไฟจากดอกไม้จันทน์เริ่มก่อตัวเป็นกองไฟ เป็นสัญญาณว่าถึงเวลาส่งอาม่าไปยังสวรรค์ ฉันจับฝาโลงเป็นครั้งสุดท้าย ส่งผ่านความรักและอาลัยไปยังร่างของอาม่าที่นอนหลับในนั้น
สงกรานต์ที่ผ่านมาเราทำบุญครบ 100 วันให้กับอาม่า ถึงแม้ว่าปีนี้เราไม่มีโอกาสได้รดน้ำดำหัวอาม่าแล้ว แต่ครอบครัวของเราก็มาร่วมกันทำบุญให้อาม่าที่วัด และพูดคุยกันว่าจะมาทำบุญให้อาม่าและอากงในวันสงกรานต์ของทุก ๆ ปี รวมถึงคนในครอบครัวที่จากไปแล้วด้วย
และแล้วในที่สุด ….. อาม่าก็ได้พบกับอากงอีกครั้ง
โฆษณา