5 พ.ค. เวลา 09:34 • หุ้น & เศรษฐกิจ

หุ้น Big Tech แข็งแกร่ง ท่ามกลางดอกเบี้ยคงที่และความตึงเครียดของโลก

ภาพรวม
  • ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับขึ้นจากผลประกอบการและการลงทุนใน AI ที่ยังแข็งแกร่ง
  • กลุ่ม Big Tech ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนหลักจากงบที่ดีกว่าคาด
  • ธนาคารกลางหลายแห่งยังคงดอกเบี้ย เพื่อรอดูสถานการณ์
  • เศรษฐกิจไทยถูกกดดันจากค่าครองชีพและกำลังซื้อที่อ่อนแอ
  • UAE ประกาศถอนตัวจากกลุ่ม OPEC และ OPEC+
  • ราคาพลังงานและความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังคงเป็นปัจจัยกดดันตลาด
สถานการณ์ตลาด
  • สัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับแรงหนุนหลักจากผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนที่ออกมาดีกว่าคาด และการลงทุนในเทคโนโลยี AI ที่ยังเติบโตต่อเนื่อง
- ดัชนี Dow Jones +0.6% S&P 500 +0.9% และ Nasdaq +1.1%
- ปัจจัยกดดันที่ต้องติดตาม ได้แก่ ราคาพลังงานที่อยู่ในระดับสูง เงินเฟ้อที่ยังตึงตัว และความไม่แน่นอนของนโยบายดอกเบี้ยของ Fed
  • ผลประกอบการของบริษัทในกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ (Big Tech) ยังคงเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของตลาด โดยบริษัทหลายแห่งรายงานผลประกอบการออกมาดีกว่าคาด เช่น
- Apple: รายได้และกำไรสูงกว่าคาด จากยอดขาย iPhone 17 ที่แข็งแกร่ง
- Amazon: ผลประกอบการเติบโตดี โดยเฉพาะธุรกิจ Amazon Web Services ที่ขยายตัว 28% และยังมีรายได้รอรับรู้ในอนาคตกว่า 364,000 ล้านเหรียญ
- Alphabet: รายได้และกำไรดีกว่าคาด จากการเติบโตของธุรกิจ AI และ Cloud หนุนราคาหุ้นปรับขึ้น
- Microsoft: รายงานงบดีกว่าคาด แต่แนวโน้มรายได้ในอนาคตต่ำกว่าคาด และมีต้นทุนเพิ่มขึ้นจากการลงทุน ส่งผลให้ราคาหุ้นถูกกดดัน
- Meta: รายงานงบดีกว่าคาด แต่ราคาหุ้นปรับตัวลดลง เนื่องจากบริษัทเพิ่มการลงทุนใน AI
  • ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ
- GDP ไตรมาสแรกขยายตัว 2% YoY
- ตัวเลขตัวชี้วัดอุปสงค์แท้จริงในประเทศ (Final Sales to Private Domestic Purchases) เพิ่มขึ้น 2.5% สะท้อนว่าอุปสงค์ภายในประเทศของภาคเอกชนยังแข็งแกร่ง ขณะที่การใช้จ่ายของผู้บริโภคยังอยู่ในระดับที่ดี สะท้อนว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังมีความยืดหยุ่น แม้ต้นทุนจะเพิ่มขึ้น
  • การประชุมธนาคารกลางต่างๆ
- สหรัฐฯ: Fed มีมติ 8 ต่อ 4 คงอัตราดอกเบี้ยที่ 3.5–3.75% โดยคณะกรรมการมีความเห็นแตกต่างกันค่อนข้างมาก อย่างไรก็ตาม Fed ยังอยู่ในโหมด “รอดูสถานการณ์” (wait and see) และยังไม่เร่งปรับลดดอกเบี้ยในระยะสั้น
- ยุโรป: ECB คงดอกเบี้ยที่ 2% และเริ่มมีความกังวลต่อเศรษฐกิจมากขึ้น
- อังกฤษ: BOE คงดอกเบี้ยที่ 3.75%
- ญี่ปุ่น: BOJ คงดอกเบี้ยที่ 0.75% แต่เริ่มส่งสัญญาณอาจปรับขึ้นดอกเบี้ยในอนาคต
- ไทย: กนง. มีมติเอกฉันท์คงดอกเบี้ยที่ 1%
  • เศรษฐกิจไทย
- คาดการณ์ GDP ปีนี้เติบโตเพียง 1.5% จากแรงกดดันค่าครองชีพที่สูง รายได้ประชาชนที่ลดลง และจำนวนนักท่องเที่ยวที่ชะลอตัว
- ขณะที่การส่งออกยังมีแนวโน้มขยายตัวได้ต่อเนื่อง ตามความต้องการสินค้าเทคโนโลยี
- เงินเฟ้อคาดเพิ่มขึ้นเป็น 2.9% จากราคาพลังงานที่สูงขึ้น ซึ่งมองว่าเป็นปัจจัยชั่วคราว จึงยังไม่จำเป็นต้องปรับขึ้นดอกเบี้ย
  • สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ประกาศถอนตัวจากกลุ่ม OPEC และ OPEC+ เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการกำหนดกำลังการผลิต สะท้อนการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของตลาดพลังงานโลก และเพิ่มความเสี่ยงต่อความผันผวนของราคาน้ำมันในระยะยาว ขณะที่ในระยะสั้น ราคาน้ำมัน WTI ยังทรงตัวในระดับสูงกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์
  • ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
- มีพัฒนาการเชิงบวก โดยมีการเจรจาระหว่างทั้งสองฝ่ายอย่างต่อเนื่อง และมีตัวกลางระหว่างประเทศเข้ามาช่วย อย่างไรก็ตาม การเจรจายังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ เนื่องจากยังมีความเห็นต่างในประเด็นสำคัญ
- ประเด็นที่ต้องติดตามใกล้ชิด คือ ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก และยังมีความตึงเครียดทางทหารที่อาจกระทบราคาพลังงานโดยตรง
1
คำเตือน
เอกสารฉบับนี้จัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่น่าเชื่อถือได้ ณ วันที่แสดงข้อมูล แต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้องความน่าเชื่อถือ และ ความสมบูรณ์ของข้อมูลทั้งหมด โดยบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์เปลี่ยนแปลงข้อมูลทั้งหมดโดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
1
ควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุนรวมมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต
ผู้ลงทุนสามารถขอข้อมูลหนังสือชี้ชวนได้ที่สำนักงานของบริษัทจัดการ หรือจาก www.krungsriasset.com หรือตัวแทนสนับสนุนการขาย หรือเจ้าหน้าที่ขายหน่วยลงทุน
ติดตามกองทุนกรุงศรี อัปเดตข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ ได้ที่
#KrungsriAsset #กองทุนกรุงศรี #Weeklymarketview #สรุปภาวะตลาดรายสัปดาห์
โฆษณา