Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
WealthThink
ยืนยันแล้ว
•
ติดตาม
เมื่อวาน เวลา 11:30 • หุ้น & เศรษฐกิจ
เอากำไรหุ้นนอก กลับไทยอย่างไร ให้เสียภาษีน้อยลง แบบถูกกฎหมาย
ถ้าใครลงทุนหุ้นนอกอยู่ในตอนนี้ หรือกำลังคิดที่จะออกไปลงทุนหุ้นนอก
สิ่งที่อยู่ในบทความนี้ ถือเป็นสิ่งที่เราควรจะต้องรู้เป็นอย่างยิ่ง
เพราะวันที่เรากำลังเพลิดเพลินกับกำไร แต่ถ้าบริหารเงินไม่ถูกวิธี ก็เหมือนกับปล่อยให้ภาษีกัดกินกำไรของเราไปจำนวนมากเลย
แล้วเราสามารถทำอะไรได้บ้าง ให้กำไรจากการลงทุนหุ้นนอกของเรา เสียภาษีน้อยลงได้ ด้วยวิธีที่ถูกกฎหมายด้วย ?
มาหาคำตอบด้วยกันกับ WealthThink ทำความมั่งคั่ง ให้เป็นเรื่องง่าย
ก่อนที่เราจะไปเจาะลึกเรื่องการวางแผนภาษี เรามาทำความเข้าใจกันก่อนว่า ภาษีลงทุนต่างประเทศที่เราต้องเสียนั้น มีเงื่อนไขอะไรบ้าง
1
1. มีรายได้จากต่างประเทศ เช่น กำไรจากส่วนต่างราคา, เงินปันผล รวมถึงดอกเบี้ย นับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2567 เป็นต้นไป
2. อยู่ในประเทศไทย ตั้งแต่ 180 วันขึ้นไป ในปีที่เกิดรายได้นั้น
3. นำรายได้โอนกลับเข้าประเทศไทย
โดยตามหลักเกณฑ์ของสรรพากร เราจะเสียภาษีก็ต่อเมื่อเข้าเงื่อนไขครบทั้ง 3 ข้อนี้ ซึ่งจะต้องนำรายได้ก้อนนั้นไปรวมคำนวณภาษีในปีที่โอนเงินกลับเข้ามา
1
แต่หากขาดข้อใดข้อหนึ่งก็จะไม่เข้าข่ายที่ต้องเสียภาษี
ซึ่งจากเงื่อนไขตรงนี้ ทำให้จะเห็นแนวในการวางแผนภาษีที่เราควบคุมได้ จากเงื่อนไขข้อ 2 และ 3 นั่นคือ
1
- อยู่ในประเทศไทย น้อยกว่า 180 วันในปีภาษีนั้น ๆ โดยการนับจำนวนวันจะนับสะสมรวมกันตลอดปีภาษี ตั้งแต่ 1 ม.ค. - 31 ธ.ค.
หมายความว่าเราจะบินไป ๆ มา ๆ ก็ได้ นับเฉพาะวันที่อยู่จริง ไม่จำเป็นต้องอยู่ติดต่อกัน
3
เท่ากับว่า ในปีภาษีไหนที่เรามีแพลนต้องเดินทางไปทำงาน หรือใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศเป็นเวลานาน จนอยู่ไทยไม่ถึง 180 วัน เราก็สามารถขายทำกำไร แล้ววางแผนโอนเงินกลับมาไทยได้เลย
4
ซึ่งเมื่อเราอยู่ไทยไม่ถึง 180 วัน ก็จะทำให้รายได้ก้อนนั้นไม่ครบเงื่อนไข จึงไม่ต้องเสียภาษี
1
เช่น ถ้าเราขายหุ้นสหรัฐฯ ได้กำไร 10 ล้านบาท ในปี 2567 แล้วโอนกลับมา แต่ในปีนั้นเราอยู่ไทยแค่ 4 เดือน หรือประมาณ 120 วัน กำไรก้อนนั้นก็จะเข้าข่ายไม่ต้องเสียภาษี
1
ส่วนในเรื่องของการโอนรายได้กลับเข้าประเทศไทยนั้น จะมีวิธีที่หลากหลายกว่า โดยมี 2 แนวทางหลัก
2
ทางเลือกที่ 1 ไม่นำเงินกลับเข้ามาเลย
- ไม่นำเงินเข้าไทย แล้วใช้จ่ายในต่างประเทศไปเลย
โดยเป็นการโอนกำไรเข้าบัญชีธนาคารต่างประเทศ แล้วใช้จ่ายผ่านบัตรเดบิต บัตรเครดิต หรือ Travel Card ของธนาคารนั้น นอกประเทศไทย
2
ซึ่งนั่นจะไม่ถือว่าเราโอนเงินกลับเข้ามาในประเทศไทย จึงไม่ต้องเสียภาษี
ทางเลือกที่ 2 นำกลับเข้ามา แต่บริหารจัดการให้เสียภาษีน้อยที่สุด
- เอาเงินกลับเข้าประเทศตอนเกษียณแล้ว หรือลาออกจากงาน
3
เพราะเป็นช่วงที่รายได้ซึ่งจะนำไปคำนวณภาษีน้อยลง จากการไม่ได้ทำงานประจำ
แถมถ้าอายุ 65 ปีขึ้นไป ยังได้รับสิทธิยกเว้นเงินได้อีก 190,000 บาท
3
การรอเกษียณอายุแล้วค่อยโอนเงินกลับเข้ามาใช้จ่าย จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการบริหารภาษีกำไรลงทุนหุ้นนอก
2
โดยเราอาจจะค่อย ๆ ทยอยโอนเงินกลับมา เท่ากับค่าใช้จ่ายแต่ละปีที่คำนวณไว้ก็ได้ ไม่จำเป็นต้องโอนกลับมาเป็นก้อนใหญ่ก้อนเดียว
5
- ใช้ประโยชน์จาก “อนุสัญญาภาษีซ้อน” (DTA)
สำหรับคนที่ลงทุนหุ้นปันผล โดยเฉพาะหุ้นสหรัฐฯ มักจะโดนหักภาษี ณ ที่จ่ายของเงินปันผล ประมาณ 15% ถึง 30%
แต่ด้วยความที่ประเทศไทย ทำอนุสัญญาภาษีซ้อน กับประเทศสหรัฐอเมริกา และอีก 60 ประเทศทั่วโลกไว้
ทำให้ถ้าหากเราโอนเงินปันผลกลับมา ก็จะสามารถนำภาษีหัก ณ ที่จ่าย ซึ่งจ่ายให้กับทางสหรัฐอเมริกาไปแล้ว
มาเป็นเครดิตภาษีเพื่อหักลบกับภาษีที่เราต้องจ่ายในไทยได้ ซึ่งก็จะทำให้เราเสียภาษีน้อยลง
2
เพราะฉะนั้นเราจึงต้องเก็บ Statement ไว้เป็นอย่างดี รวมถึงหลักฐานการหักภาษี ณ ที่จ่ายด้วย
6
ซึ่งการเก็บ Statement นั้น ยังมีอีกข้อดีนอกจากเรื่องของเครดิตภาษีก็คือ เราจะสามารถแยกเงินต้นและกำไรออกจากกันได้
1
ไม่เช่นนั้น หากโอนเงินกลับเข้ามา แล้วพิสูจน์ไม่ได้ว่าอะไรคือเงินต้นและกำไร ก็มีความเสี่ยงที่ทางสรรพากร จะประเมินให้เราเสียภาษีมากเกินกว่าที่ควร
- ใช้ประโยชน์จากเครดิตภาษีเงินปันผลของหุ้นไทย
ถ้าหากเราคำนวณแล้วว่า มีรายได้ทั้งปีรวมกับกำไรจากหุ้นนอกที่จะนำเข้าไทย ทำให้เสียภาษีไม่เกิน 28%
เราสามารถใช้วิธีการนำเงินกลับเข้ามาในไทย แล้วนำเงินไปซื้อหุ้นปันผลในไทย จากนั้นก็ขอเครดิตภาษีเงินปันผล
แลกกับความเสี่ยงที่ว่า เงินต้นอาจลดลง ถ้าราคาหุ้นปรับตัวลง
2
แต่สามารถลดความเสี่ยงนี้ลงได้ ถ้าหากเราเลือกหุ้นปันผลที่มีธุรกิจมั่นคง มีประวัติการจ่ายเงินปันผลสูงอย่างสม่ำเสมอ ไม่ใช่หุ้นที่เป็นวัฏจักร
อย่างไรก็ตาม หุ้นบางประเภทจะไม่สามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ เช่น หุ้นของบริษัทที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน (BOI) หรือกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน เป็นต้น
1
แต่ข้อดีของวิธีนี้นอกเหนือจากการได้เครดิตภาษีเงินปันผล คือ เราจะได้รับกระแสเงินสดเพิ่มเติม จากการลงทุนในหุ้นปันผล มาใช้จ่ายภาษี รวมถึงใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน
1
- แบ่งกำไรมาเป็นค่าลดหย่อน
ปีไหนที่เราจำเป็นต้องโอนรายได้จากต่างประเทศกลับเข้าไทย เราก็สามารถวางแผนภาษีโดยการลดเงินได้สุทธิลงได้ ด้วยการเพิ่มค่าลดหย่อน
4
ซึ่งค่าลดหย่อนของไทยที่ใช้เงินจ่ายได้ ก็มีอยู่หลากหลายมาก ไม่ว่าจะเป็นการบริจาคให้กับโรงพยาบาล ที่จะได้สิทธิลดหย่อนจากเงินที่บริจาคถึง 2 เท่า
การทำประกันชีวิต ประกันสุขภาพ และประกันชีวิตแบบบำนาญ
รวมไปถึงการซื้อกองทุนลดหย่อนภาษี เช่น Thai ESG ที่ต้องถือลงทุนอย่างน้อย 5 ปี แต่สามารถลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 300,000 บาท ไม่เกิน 30% ของเงินได้พึงประเมิน และรวมกับกองทุนลดหย่อนภาษีอื่น ๆ รวมกันลดหย่อนได้ไม่เกิน 500,000 บาท
ซึ่งหากใครไม่ต้องการให้เงินลงทุนก้อนนี้ผันผวน ก็สามารถเลือกลงทุนในกองทุน Thai ESG ที่เป็นกองทุนตราสารหนี้ได้เช่นกัน
หรือถ้าหากอายุตั้งแต่ 46 ปีเป็นต้นไป ก็อาจพิจารณาซื้อกองทุน RMF ซึ่งสามารถลงทุนในดัชนีหุ้นต่างประเทศต่อได้ เพราะระยะเวลาถือครองกองทุนจะไม่นานถึง 10 ปี
จะเห็นได้ว่า ภาษีลงทุนหุ้นนอกนั้น ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด เพราะหัวใจสำคัญของการบริหารจัดการเรื่องนี้ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ขึ้นอยู่จังหวะเวลา
ซึ่งในความเป็นจริง ก็จะเห็นแล้วว่ามีตั้งหลากหลายวิธีที่เราบริหารจัดการได้
เพื่อให้กำไรจากหุ้นนอกของเราถูกภาษีกัดกินอย่างน้อยที่สุด เพียงแต่เราต้องรู้วิธีการที่ถูกต้องเท่านั้น
การศึกษาวิธีปกป้องกำไรที่เราทำได้นั้นจึงสำคัญ ไม่แพ้กันกับการศึกษาวิธีลงทุน เมื่อตอนที่เราต้องการทำกำไรเลย..
#WealthPreservation
#ภาษี
#ภาษีหุ้นนอก
References
-
https://www.bualuang.co.th/article/credit-dividend
-
https://www.itax.in.th/pedia/สิทธิประโยชน์ผู้สูงอายุและผู้พิการ/
- กรมสรรพากร
1
การเงิน
หุ้น
ภาษี
119 บันทึก
64
130
119
64
130
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย