5 พ.ค. เวลา 14:01 • การศึกษา

ความรู้ไทย ๆ ที่หายไป

ในยุคที่ข้อมูลข่าวสารล้นทะลักเพียงปลายนิ้วสัมผัส หลายคนอาจเชื่อว่า "อินเทอร์เน็ต" คือห้องสมุดที่ไม่มีวันตาย ทว่าในความเป็นจริง ข้อมูลทางวิชาการและมรดกทางวัฒนธรรมของไทยกำลังเผชิญกับภาวะ "สุญญากาศทางความรู้" อย่างเงียบเชียบและน่ากังวล
แต่หากพูดถึงการ "สูญเสียความรู้" นั้น ในต่างประเทศเกิดขึ้นหลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการเผาหอสมุดอเล็กซานเดรียในสมัยโบราณ จนมาถึงยุคปัจจุบัน มีการเกิดเพลิงไหม้หอสมุดกลางนครลอสแอนเจอลิส เมื่อปี 1986 หนังสือ 4 แสนเล่มถูกทำลาย รวมไปถึงหอสมุดในสหภาพโซเวียตในปี 1988 สร้างความเสียหายต่อเอกสารวิจัยมากมาย แม้กระทั่งในประเทศไทยเอง ก็เกิดการลอบวางเพลิงหอสมุด โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ จังหวัดนครปฐม เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2553 ที่ทำลายหนังสือมากมาย มูลค่าความเสียหายประมาณไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท
การทำลายหนังสือเหล่านี้ ถือเป็นการสูญเสียความรู้ที่คนรุ่นหลังจะได้รับโอกาสในการศึกษา ค้นคว้า หรือหาความบันเทิงจากสิ่งต่าง ๆ ที่แต่ละคนสนใจ แต่ในโลกอินเทอร์เน็ต เราจะต้องเศร้าเมื่อเว็บไซต์ความรู้ดี ๆ หายไป
อย่างเช่น "คลังปัญญาไทย" ที่ก่อตั้งเมื่อปี 2549 โดยมีจุดประสงค์เพื่อสร้างแหล่งรวบรวมความรู้ภาษาไทยขนาดใหญ่บนอินเทอร์เน็ตในรูปแบบสารานุกรมออนไลน์ โดยแบ่งสองส่วนคือ "คลังสะสมองค์ความรู้" รวมบทความวิชาการ และตำราที่ผ่านการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญ และ "สารานุกรมต่อยอด" ซึ่งเปิดให้เปล่า ให้ผู้ที่สนใจได้ต่อยอดความรู้เอง แต่ด้วยการขาดงบประมาณ ทำให้คลังปัญญาไทยปิดตัวลงไปในที่สุด
หรือแม้แต่ "หอมรดกไทย" เว็บไซต์ซึ่งสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมจัดสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 6 รอบ ในปี 2542 โดยมีจุดประสงค์เพื่อเผยแพร่เรื่องราวของสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และเรื่องราวต่าง ๆ ของประเทศไทยของเราในหลากหลายแขนงด้วยกัน และถือเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของไทยเป็นอย่างดี
แต่ล่าสุดเมื่อต้นปี 2569 ที่ผ่านมา "หอมรดกไทย" ไม่สามารถเข้าถึงได้อีกต่อไป เว็บลิงก์ดังกล่าวได้กลายเป็นเว็บไซต์ดูซีรีส์จีนเป็นที่เรียบร้อย หากใครที่เคยเข้ามาในเว็บหอมรดกไทยและได้บุ๊กมาร์กเก็บไว้ กลับต้องเสียดายเพราะการปิดตัวเว็บไซต์ และการยึดครองโดเมนเก่าไปทำอย่างอื่น
จึงขอฝากให้ผู้ที่เคยร่วมงานกับหอมรดกไทย หรือทางกระทรวงกลาโหมเอง ในเมื่อไม่มีเว็บหอมรดกไทยอีกแล้ว และกลายเป็นเว็บดูซีรีส์ผิดลิขสิทธิ์ในโดเมนเดิม น่าจะรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงอันน่าตกใจนี้ และความรู้ของไทยควรไม่มีวันหาย
แม้ยุคนี้ การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตจะรวดเร็วมากขึ้น แต่เมื่อเว็บไซต์เหล่านี้ยุติบทบาทลง ข้อมูลเชิงลึกที่เคยเป็นอ้างอิงสำคัญให้กับนักเรียน นักศึกษา และนักวิจัย กลับสูญหายไปจากสารบบการค้นหา (Search Engine) ทิ้งไว้เพียง "หน้าเว็บที่เข้าไม่ได้" หรือเปลี่ยนเป็น "เว็บไซต์เพื่อจุดประสงค์อื่นที่มิใช่แนวทางเดิม" และการส่งต่อข้อมูลแบบกระท่อนกระแท่นตามเว็บบอร์ดที่ขาดการบำรุงรักษา
ในขณะที่แหล่งอ้างอิงที่เชื่อถือได้ลดน้อยลง เรากลับถูกแทนที่ด้วยระบบ Algorithmic Content และการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในทางที่ไม่สร้างสรรค์ ปัญหาที่พบเห็นได้ชัดในปัจจุบัน มีทั้งข้อมูลบิดเบือนเพื่อยอดเข้าชม หรือคลิกเบต หรือแม้แต่การขาดการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล
การสูญเสียหนังสือและเว็บไซต์ที่สร้างโดยคนไทย และความรู้แบบไทย ๆ ไม่ใช่เพียงเรื่องของเทคโนโลยีที่ล้าสมัย แต่คือการสูญเสีย "สมอทางปัญญา" ของชาติ ถึงเวลาแล้วที่หน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง จะต้องร่วมมือกันในการทำ Digital Archiving หรือการจัดเก็บข้อมูลมรดกทางปัญญาของคนไทยให้อยู่ในรูปแบบที่ยั่งยืน เข้าถึงง่าย และทันสมัย
เราไม่ควรปล่อยให้ความรู้ไทยกลายเป็นเพียง "เศษเสี้ยวข้อมูล" ที่ถูกบิดเบือนโดยปัญญาประดิษฐ์หรือความไม่รู้ เพราะหากรากฐานทางความรู้สั่นคลอน อนาคตของปัญญาในชาติย่อมตั้งอยู่บนความเสี่ยงเช่นกัน
PSK ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการต่อยอดความรู้ของคนไทยที่ยังคงยืนหยัดมาตลอด 14 ปี และในปีที่ 15 ต่อไป
โฆษณา