6 พ.ค. เวลา 14:30 • วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี

ทอ.เตรียมจัดหา Gripen E/F ส่อโยงกัมพูชา VS ไทยรอบใหม่

สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่าน วันนี้ผู้เขียนขอประเดิมเปิดบทความแรกในสงคราม Story V.2 กันด้วยเรื่องราวของเครื่องบินขับไล่ Gripen E/F ที่กำลังเป็นกระแสในขณะนี้ ก่อนที่จะไปตามเรื่องราวของเครื่องบินรบดาวเด่น ผู้เขียนอยากชี้แจงตรงนี้ให้ทราบว่าสงคราม Story ที่เป็น account ของผู้เขียนยังทำอยู่ยังไม่ได้ทิ้ง
สาเหตุที่ผู้เขียนเลือกทำเพจนี้ขึ้นมาเพราะต้องการนำเสนอสถานการณ์ปัจจุบันทันด่วนควบคู่กันไปกับสงคราม Story ที่ทำมาตั้งแต่แรก หากสนใจเนื้อหาที่เกี่ยวกับด้านประวัติศาสตร์ทางการทหารและเทคโนโลีทางการทหาร ทั้งสงคราม Story และสงคราม Story V.2 จะมีเรื่องราวให้ทุกท่านได้ติดตามครบรส
ความตึงเครียดส่อแววขยายตัวไปยังพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล หลังจากไทยแสดงท่าทีอาจถอนตัวจากบันทึกความเข้าใจ MOU ปีพ.ศ.2544 ในต้นปีพ.ศ.2569
ประกอบกับกองทัพอากาศไทยได้ตัดสินใจเลือกเครื่องบินขับไล่ Gripen E/F จากสวีเดน
Gripen C ลายหางพิเศษครบรอบ 88 ปีกองทัพอากาศ
เพื่อทดแทนเครื่องบินขับไล่ F-16 ที่ใช้งานมานานกว่า 30 ปี โดยแผนการจัดหาแบ่งเป็น 3 ระยะ เฟสละ 4 เครื่อง เพื่อให้ครบ 1 ฝูงบิน 12 เครื่องที่ฝูงบิน 102 กองบิน 1 โคราช ทำให้ความขัดแย้งไทย VS กัมพูชาในขณะนี้ยังไม่นิ่ง เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ไปติดตามกันครับ
ก่อนหน้านี้มีคลิปเสียงที่ชาวกัมพูชาคนหนึ่งจงใจปล่อย เป็นการสนทนาระหว่างนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร และสมเด็จฮุน เซน ที่ถูกนำมาเผยแพร่ในเดือนพฤษภาคมพ.ศ.2568 ได้สร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของผู้นำไทยอย่างรุนแรง
แต่ยังไม่หนักเท่ากับเรื่องที่สร้างความปวดหัวให้กองทัพไทยมาหลายสิบปีนั่นคือการก่อกวนเล็กๆน้อยที่ชายแดนโดยฝีมือทหารกัมพูชาทั้งการยิงเช็คแนว การตัดรั้วลวดนาม การทะเลาะวิวาทกับทหารไทย การแอบเข้ามาสร้างฐานทัพในดินแดนไทย ทั้งหมดนี้เพื่อต้องการครอบครองดินแดนแบบค่อยเป็นค่อยไปจนถึงขั้นสร้างความนิยมให้กับฮุน เซนได้
Gripen D รุ่นสำหรับฝึกบินเปลี่ยนแบบ
เมื่อความขัดแย้งทางทหารมีแนวโน้มรุนแรงขึ้นเป็นสมรภูมิเดือดถึง 2 ครั้งกองทัพไทยจึงมีการตอบโต้ขั้นเด็ดขาดจนได้ดินเเดนไทยส่วนหนึ่งที่สูญเสียไปกลับคืนมา เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นควบคู่กับการที่กองทัพอากาศไทยจัดหา Gripen E/F เพื่อทดแทน F-16 ที่ใช้งานมานานเกือบ 40 ปีและกำลังจะปลดประจำการในอนาคตอันใกล้
การจัดหาเครื่องบินขับไล่สมรรถนะสูงนี้เพื่อให้กองทัพอากาศไทยยังคงขีดความสามารถในการครองอากาศและการปกป้องอธิปไตยทางภาคอีสานกับภาคตะวันออกของไทยต่อไป
ขีดความสามารถของ Smart Fighter จากค่ายสวีเดนมีมากมายที่สามารถอธิบายได้ไม่จะว่าเป็นการใช้เครื่องยนต์ GE F414G-39E ที่ให้แรงขับสูงขึ้นกว่าเครื่องบินขับไล่ Gripen C/D ที่ประจำการ ณ ฝูงบิน 701 กองบิน 7 สุราษฎร์ธานีถึง 22%
แบบจำลอง Gripen D 1/72
สำหรับ Gripen รุ่นล่าสุดที่กองทัพอากาศไทยจัดหานี้ทำความเร็วสูงสุดได้ถึง Mach 2 หรือประมาณ 2,400 กม./ชม. และมีเพดานบินสูงสุดที่ 52,000 ฟุต
สามารถบรรทุกน้ำหนักขึ้นบินสูงสุดได้ถึง 16,500 กก. มีพิสัยการบินไกลสุด 4,000 กม.เมื่อติดตั้งถังน้ำมันสำรอง และมีระยะปฏิบัติการโจมตีภาคพื้นดินประมาณ 1,500 กม. เครื่องบินขับไล่แบบดังกล่าวออกแบบมาให้สามารถ ขึ้น-ลงในรันเวย์สั้นกล่าวคือใช้ระยะทางวิ่งขึ้น 500 เมตรและใช้ระยะทางลงจอด 600 เมตรรวมถึงเหมาะกับการขึ้นบินบนถนนหลวงได้กรณีที่สนามบินถูกโจมตีจากฝ่ายตรงข้าม
สำหรับระบบเอวิโอนิกส์มึการติดตั้งเรดาร์ AESA Raven ES-05 ซึ่งติดตั้งบนฐานที่หมุนได้ ทำให้มีมุมกวาดสัญญาณกว้างถึง 100 องศา สามารถตรวจจับเป้าหมายได้ไกลถึง 200-250 กม. และต่อต้านการรบกวนได้ดี
มีระบบ IRST Skyward-G เซ็นเซอร์ตรวจจับความร้อนแบบ Passive ที่ไม่ปล่อยคลื่นสัญญาณออกไป ทำให้สามารถ ค้นหาเครื่องบินขับไล่ Stealth หรือ UAV ได้โดยที่ฝ่ายตรงข้ามไม่รู้ตัว
Gripen C ฝูงบิน 701 กองบิน 7 สุราษฎร์ธานี
ใน Gripen รุ่นล่าสุดมีระบบ EW แบบบูรณาการ 360 องศารอบตัวเครื่อง ช่วยแจ้งเตือนภัย รบกวนเรดาร์ข้าศึก และป้องกันตนเองจากขีปนาวุธได้โดยไม่ต้องติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันตนเองเสริมภายนอก ความได้เปรียบของห้องนักบินเครื่องบินขับไล่ Gripen E/F คือการใช้หน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่เพียงจอเดียวที่เรียกว่า WAD หรือ Wide Area Display ซึ่งเป็นหน้าจอสัมผัสแบบพาโนรามาเทคโนโลยีระดับเดียวกับเครื่องบินขับไล่ยุคที่ 5 อย่าง F-35
หน้าจอนี้ช่วยให้นักบิน เห็นภาพรวมของสถานการณ์การรบ ได้ชัดเจนและครบถ้วนในจอเดียว โดยนักบินสามารถเลือกแบ่งพื้นที่การแสดงข้อมูลและจัดวางฟังก์ชันการใช้งานได้ตามความถนัดของตนเอง ไม่เพียงเท่านี้ยังจัดเป็นเครื่องบินรบแบบหนึ่งของโลกที่ควบคุมด้วย AI ใช่ครับ Gripen E/F ใช้ระบบ AI หรือ Artificial Intelligence เข้ามาช่วยบริหารจัดการข้อมูลมหาศาลเพื่อช่วยนักบินตัดสินใจแบบเรียลไทม์
AI จะคอยให้คำแนะนำว่าควรโจมตีเป้าหมายใด เมื่อไหร่ และในทิศทางใด รวมถึงช่วยวิเคราะห์สัญญาณเรดาร์ข้าศึกเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกล็อคเป้า ทำให้นักบินเปลี่ยนบทบาทจากผู้ที่ควบคุมเครื่องบินและใช้อาวุธทางอากาศในเวลาเดียวกันมาเป็น Tactical Decision Maker หรือผู้จัดการยุทธวิธีที่มีความแม่นยำสูงในสมรภูมิ
ห้องนักบินถูกออกแบบภายใต้แนวคิดอย่ารบกวนถ้าไม่จำเป็น โดยระบบจะทำการคัดกรองข้อมูลและแสดงผลเฉพาะสิ่งที่วิกฤตต่อภารกิจในขณะนั้นเท่านั้น
ตัวอย่างเช่น หากนักบินกำลังทำการรบทางอากาศระยะประชิดหรือ Dog Fight ระบบคอมพิวเตอร์จะระงับการแจ้งเตือนที่ไม่เกี่ยวข้องกับการบินออกไป เพื่อให้นักบินมีสมาธิกับการจัดการอากาศยานที่เป็นเป้าหมายอย่างเต็มที่
Gripen D หมายเลข 70103
สำหรับเครื่องบินขับไล่ที่ทันสมัยที่สุดของกองทัพอากาศไทยอย่าง Gripen E/F ใช้สถาปัตยกรรมซอฟต์แวร์แบบแยกส่วนที่แยกซอฟต์แวร์ควบคุมระบบการบินออกจากซอฟต์แวร์ทางยุทธวิธีอย่างชัดเจน ความได้เปรียบนี้ทำให้กองทัพอากาศไทยสามารถอัปเกรดระบบอาวุธหรือเซ็นเซอร์ใหม่ๆ ได้ง่ายและรวดเร็ว เหมือนการอัปเดตแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟนโดยไม่ต้องกังวลว่าจะส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในส่วนการบินหลัก
การจัดหาเครื่องบินขับไล่ Gripen E/F ของกองทัพอากาศไทยไม่ใช่แค่จัดหาเครื่องบินเปล่าๆ แต่ยังมีแผนจะพ่วงขีปนาวุธ Meteor มาด้วย นี่ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับแสนยานุภาพทางอากาศที่อาจสร้างความหวั่นเกรงให้กับประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชา ซึ่งกำลังจะเปิดการปะทะบริเวณชายแดนกับไทยให้รุนแรงกว่าที่ผ่านมา
ขีปนาวุธอากาศสู่อากาศพิสัยไกล Meteor เป็นอาวุธระดับแถวหน้าที่จะมาเสริมความโหดให้กับฝูงบิน Gripen ฝูงใหม่ ด้วยขีดความสามารถที่เหนือกว่าขีปนาวุธเดิมที่ไทยมีอยู่กล่าวคือสามารถยิงด้วยพิสัยยิงไกลเกินสายตา (Beyond Visual Range: BVR)
Meteor มีระยะยิงไกลกว่า 150-200 กิโลเมตร ซึ่งไกลกว่า AIM-120 AMRAAM ที่ใช้อยู่เดิม ต่างจากจรวดอากาศสู่อากาศทั่วไปที่เผาไหม้เชื้อเพลิงหมดแล้วจะค่อยๆ ช้าลง Meteor ใช้เครื่องยนต์ที่สามารถเร่งความเร็วได้ตลอดเส้นทาง ทำให้มีแรงขับเหลือเฟือในการไล่ล่าเป้าหมายในช่วงท้าย
Gripen ขณะบินโชว์เหนือกองบิน 5 ประจวบคีรีขันธ์
ไม่เพียงเท่านี้ยังมีขีปนาวุธอากาศสู่อากาศระยะใกล้ Iris-T เป็นจรวดนำวิถีด้วยความร้อนที่ทำงานร่วมกับจอแสดงผลติดหมวกนักบิน โดยสามารถยิงพุ่งตรงไปหาเป้าหมายโดยที่นักบินไม่ตองบินเครื่องบินเข้าไปใกล้แบบที่ผ่านมา
ต่อมาเป็น Taurus KPD 350 ขีปนาวุธร่อนสำหรับโจมตีเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ระยะไกลถึง 500 กม. ในการรบทางทะเลมีการติดตั้ง RBS-15F ขีปนาวุธโจมตีเรือรบระยะไกล 300 กม. ที่มีความแม่นยำสูง
สำหรับปืนกลอากาศมีการติดตั้งปืน Mauser BK27 ขนาด 27 มม. สำหรับการรบทางอากาศระยะประชิด (Dogfight) หรือโจมตีภาคพื้นดิน
การจัดหานี้ไม่ใช่แค่การทดแทนเครื่องบินรบเก่าแต่ยังสอดคล้องกับที่พลเอก ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์. เสนาธิการทหารบก ได้ยันยืนในรายการหนึ่งทางช่อง THAI PBS ว่า กองทัพไทยไม่มีเจตนาที่จะรุกล้ำอธิปไตยของกัมพูชา เป้าหมายหลักของการปฏิบัติการทางทหารคือการทำให้ขีดความสามารถทางทหารของฝ่ายที่คุกคามสิ้นสภาพ เพื่อความปลอดภัยของประชาชนและลูกหลานในอนาคต โดยเน้นย้ำว่าไทยไม่เคยคิดจะรุกรานใคร แต่คิดเพียงแค่ปกป้องอธิปไตยของตนเองเท่านั้น
กองทัพอากาศไทยเป็นชาติแรกที่นำ Gripen ออกรบ
ในมุมมองทางทหารพลเอก ชัยพฤกษ์มองว่าการจะเกิดสงครามได้ต้องประกอบด้วย 2 ส่วนคือ เจตนารมณ์และ ขีดความสามารถหากเราสามารถลดทอนขีดความสามารถของฝ่ายตรงข้ามลงได้ เขาจะไม่สามารถกลับมาเป็นภัยคุกคามต่อไทยได้ในระยะยาว ทั้งนี้และทั้งนั้นการจัดหาอาวุธที่ทันสมัยอย่างเครื่องบินขับไล่ Gripen E/F จึงเป็นการสร้างความห่างของขีดความสามารถเพื่อให้ฝ่ายตรงข้ามตระหนักว่าไม่สามารถสู้ได้ และช่วยยับยั้งไม่ให้เกิดความขัดแย้งบานปลาย
จากสถานการณ์ปะทะชายแดนกัมพูชาในปีพ.ศ.2568 พลเอก ชัยพฤกษ์เน้นย้ำว่าการนำอาวุธยุทโธปกรณ์มาใช้รบจริงไม่ได้มีเจตนาแค่กำจัดเป้าหมายเพื่อทำให้ขีดความสามารถทางทหารของคู่กรณีสิ้นสภาพเท่านั้น หากมีการรุกรานเกิดขึ้นการนำอาวุธยุทโธปกรณ์เข้าตอบโต้เป็นไปเพื่อความปลอดภัยของประชาชนในระยะยาว
ในการบที่ผ่านมาจะเห็นว่ากองทัพไทยไม่มีเจตนาจะรุกล้ำอธิปไตยของกัมพูชา แต่จำเป็นต้องมีความพร้อมสูงสุดในการตอบโต้และทำลายฐานที่มั่นทางทหาร ค่ายทหาร คลังน้ำมัน สะพานหรือเส้นทางลำเลียงอาวุธ ดังจะเห็นได้จากกรณีที่กองทัพอากาศไทยใช้ F-16 ขึ้นบินทิ้งระเบิดควบคู่กับ Gripen เพื่อบีบให้คู่กรณีกลับสู่โต๊ะเจรจา
Gripen ขณะร่อนลงจอดที่กองบิน 1 โคราช
ในขณะที่มีการจัดหา Gripen E/F ของกองทัพอากาศไทย สื่อกัมพูชาก็ปล่อยข่าวลือว่าสวีเดนจะระงับการขายเครื่องบินขับไล่ Gripen E/F แต่สวีเดนกลับทำเป็นหูทวนลมแล้วเข้าข้างไทยเพราะรู้มานานแล้วกองทัพอากาศไทยจะเครื่องบินแบบดังกล่าวเพื่อมาทำภารกิจขับไล่ สกัดกั้นและโจมตีทางอากาศทดแทนเครื่องบินขับไล่รุ่นเก่าอย่าง F-16 ที่กำลังจะปลดประจำการ
พี่โต สรศักดิ์ สุบงกช แฟนพันธุ์แท้เครื่องบินรบ กล่าวว่าหากเปรียบเทียบระหว่าง Gripen E กับ F-16 Block 70 ซึ่งเป็นอากาศยานสมรรถนะสูงรุ่นล่าสุดของทั้งสองค่าย คือสวีเดนและอเมริกาการเลือกใช้ Gripen E มีความคุ้มค่ากว่า เนื่องจาก F-16 เป็นเทคโนโลยีที่มีพื้นฐานมาจากทศวรรษ 1970 และมาถึงทางตันในการพัฒนาต่อยอดแล้ว ในขณะที่ Gripen เป็นเทคโนโลยีช่วงทศวรรษ 1990 ที่ยังไปต่อได้อีกไกล
เมื่อกล่าวถึงการเข้าถึงซอฟต์แวร์แฟนพันธุ์เครื่องบินรบระบุว่า F-16 สหรัฐฯ จะห้ามไม่ให้ไทยเข้าไปยุ่งกับคอมพิวเตอร์ของเครื่องเด็ดขาด แต่สำหรับ Gripen ทั้งรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ ไทยสามารถเข้าไปมีส่วนร่วมในการ พัฒนาซอฟต์แวร์ระบบ Avionics เพื่อให้เข้ากับภารกิจหรืออาวุธที่ไทยต้องการใช้เองได้
ต่อไปนี้กองทัพอากาศไทยจะมี Gripen 2 ฝูงบินคือฝูงบิน 102 กองบิน 1 โคราช และฝูงบิน 701 กองบิน 7 สุราษฎร์ธานี
เขามีมุมมองในอนาคตหลังจาก F-16 ทยอยปลดประจำการว่า "กองทัพอากาศไทยมีแนวโน้มสูงที่จะใช้ Gripen เป็นเครื่องบินขับไล่หลักเพียงแบบเดียว เนื่องจากกองทัพอากาศไทยได้ลงทุนไปมหาศาลกับการวางระบบ Network Centric Warfare และสิ่งอำนวยความสะดวกทั่วประเทศไว้รองรับแล้ว"
" ปัจจุบันการใช้ Gripen C/D เพียงฝูงเดียวอาจมีค่าใช้จ่ายสูง แต่หากมีการจัดหา Gripen E/F เข้ามาประจำการ จะทำให้เกิด Economy of Scale ซึ่งช่วยให้ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและบำรุงรักษาโดยรวมลดลง"
เป็นที่ทราบกันดีว่า Gripen E/F กำลังจะเข้าประจำการในกองทัพอากาศไทยปี 71 ในขณะที่อีกด้านหนึ่ง กองทัพอากาศกัมพูชาไม่มีฝูงบินเครื่องบินขับไล่สมรรถนะสูงสำหรับปฏิบัติการรบทางอากาศ เครื่องบินรบที่กัมพูชามีใช้งานคือเครื่องบินฝึกและโจมตีเบาแบบ L-39 Albatros ซึ่งล้าสมัยและไม่สามารถสู้กับเครื่องบินขับไล่ที่มีสมรรนะสูงกว่าอย่าง F-16 หรือ Gripen ของไทยได้
Gripen ที่ผู้เขียนถ่ายเอง ณ พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศ
แม้จะมีข่าวลือเรื่องการจัดหาเครื่องบินขับไล่โจมตีขนาดเบา FTC-2000G จากจีน แต่สมรรถนะก็ยังเป็นรอง Gripen ของไทยมาก โดยเฉพาะในด้านระบบเรดาร์และขีปนาวุธระยะไกล เมื่อดูจากการปะทะตามชายแดนในปี 68 จะเห็นว่าไทยได้แสดงให้เห็นถึงความได้เปรียบที่เรียกว่าการเป็นเจ้าอากาศ
โดยการปฏิบัติการของ Gripen C/D นั้นถือเป็นการออกปฏิบัติการรบจริงเป็นครั้งแรกของโลกโดยฝีมือนักบินกองทัพอากาศไทย เพื่อทำลายตำแหน่งปืนใหญ่ กองบัญชาการและเครื่องยิงจรวด BM-21 ด้วยระเบิดนำวิถีเลเซอร์ การปฏิบัติการนี้ทำให้เป็นบทเรียนที่กองทัพอากาศกัมพูชาต้องหันมาทบทวนเรื่องการจัดตั้งฝูงบินขับไล่
การจัดหาเครื่องบินขับไล่โจมตีขนาดเบา FTC-2000G ยังไม่ใช่คำตอบสำหรับกัมพูชาในการรับมือกับเครื่องบินรบขับไล่ Gripen ของไทยทั้ง 2 ฝูงบิน ข้อมูลนี้เป็นข้อเท็จจริงที่ทางเพจ Thaiarmedforce ได้ออกมาอธิบายในไลฟ์สดที่ผ่านมาได้ไม่กี่วัน โดยเครื่องบินแบบนี้มความเสียเปรียบทั้งในด้านสมรรถนะของตัวเครื่อง ระบบอาวุธ และความพร้อมในเชิงยุทธศาสตร์
Gripen บินตัดหน้าดวงจันทร์
เมื่อกล่าวถึงเครื่องบินขับไล่โจมขนาดเบา FTC-2000G พบว่าเป็น Variant ที่พัฒนาต่อยอดมาจาก MiG-21U แม้จะมีความคล่องตัวและราคาประหยัด แต่ก็ยังถือว่าเป็นรองเครื่องบินขับไล่ยุค 4.5 อย่าง Gripen ในทุกมิติ ระบบเรดาร์เมื่อนำไปเทียบกับ Gripen C/D ของไทยแล้ว เครื่องบินขับไล่ของกองทัพอากาศไทยติดตั้งเรดาร์แบบ Pulse Doppler ที่มีประสิทธิภาพสูง และรุ่น E/F ที่กำลังจะมาถึงจะใช้เรดาร์ AESA (Raven ES-05) ซึ่งตรวจจับเป้าหมายได้ไกลและแม่นยำกว่าเครื่องบินรบที่มีสมรรถนะใกล้เคียงกับ FTC-2000G มาก
ความได้เปรียบของ Gripen ที่กองทัพอากาศไทยใช้คือการติดตั้งขีปนาวุธอากาศสู่อากาศ AIM-120 AMRAAM และมีแผนจะจัดหา Meteor เข้าประจำการซึ่งเป็นขีปนาวุธอากาศสู่อากาศพิสัยยิงไกลเกินสายตาที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ทำให้ไทยสามารถสอย FTC-2000G ได้ก่อนที่ฝ่ายกัมพูชาจะมองเห็นเครื่องบินขับไล่ Gripen ฝ่ายไทยบนจอเรดาร์ด้วยซ้ำ
ไม่ใช่จบแค่การซื้อเครื่องบิน ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น เพราะการมีกองทัพอากาศที่สามารถนำเครื่องบินรบขึ้นจากรันเวย์ได้จริงต้องใช้เวลาและการลงทุนมหาศาลในด้านโครงสร้างพื้นฐาน คลังอาวุธ ระบบเรดาร์ทั่วประเทศ และบุคลากรเฉพาะทาง เช่น แพทย์เวชศาสตร์การบิน
ทั้งนี้ Thaiarmedforce ประเมินว่าหากกัมพูชาเริ่มจัดตั้งกองทัพอากาศตอนนี้โดยได้รับการสนับสนุนเต็มตัวจากจีน อาจต้องใช้เวลาอย่างน้อย 5-10 ปี เพียงเพื่อจะเริ่มมีขีดความสามารถในการใช้อาวุธพื้นฐาน และต้องใช้ถึง 10-15 ปี หากต้องดำเนินการด้วยตนเอง ซึ่งยังไม่เท่าเทียมกับมาตรฐานของกองทัพอากาศไทย
มุมมองด้านบนของ Gripen
ประกอบกับงบประมาณกลาโหมของกัมพูชาในแต่ละปีนั้นค่อนข้างจำกัดประมาณ 20,000 ล้านบาทต่อปี จึงไม่เพียงพอต่อการจัดหาและรักษาสภาพเครื่องบินขับไล่สมรรถนะสูงจำนวนมากในระยะยาว
เพราะฉะนั้น แม้กัมพูชาจะจัดหา FTC-2000G เข้ามาจริง ก็จะเป็นไปเพื่อภารกิจโจมตีภาคพื้นดินหรือการรบแบบนอกแบบ มากกว่าการใช้เพื่อครองอากาศ เนื่องจากความล้ำสมัยของเทคโนโลยีใหม่ที่กองทัพอากาศไทยพร้อมทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้านั่นคือ Gripen ฝูงล่าสุด (102) ถูกออกแบบมาเพื่อทำลายภัยคุกคามในระดับที่สูงกว่า
ข้อมูลจำเพาะ กริพเพน E กองทัพอากาศไทย
ประเภท : เครื่องบินขับไล่หลากบทบาท
ผู้ผลิต : บริษัท SAAB สวีเดน
นักบิน: 1 นาย (รุ่น E), 2 นาย (รุ่น F)
ความยาว: 15.2 เมตร
ความกว้างช่วงปีก: 8.6 เมตร
ความสูง: 4.5 เมตร
พื้นที่ปีก: 31.0 ตร.ม.
น้ำหนักตัวเปล่า: 8,000 กก.
น้ำหนักบรรทุกปกติ: 10,500 กก.
น้ำหนักสูงสุดในการขึ้นบิน: 16,500 กก.
เครื่องยนต์: เทอร์โบแฟน F414-GE-39E ให้แรงขับ 64 กิโลนิวตันเมื่อขับแห้ง, 98 กิโลนิวตันเมื่อสันดาปท้าย
ความเร็วสูงสุด: มัค 2.0 (2,100 กม/ชม.) ที่ระดับห้าหมื่นฟุต มัค 1.25 (1,500 กม/ชม.) ที่ระดับน้ำทะเล
เพดานบิน: 16,000 เมตร (52,000 ฟุต)
อัตราไต่: 254 เมตร/วินาที
พิสัยการรบ: 1,500 กม. (ภารกิจโจมตีภาคพื้นดิน)
พิสัยบินสูงสุด: 4,000 กม. (พร้อมถังเชื้อเพลิงเสริม)
ระยะทางวิ่งขึ้นบิน: 500 เมตร
ระยะทางวิ่งลงจอด: 600 เมตร
ระบบอาวุธ
ปืนใหญ่อากาศ: Mauser BK-27 ขนาด 27 มม. จำนวน 1 กระบอก บรรจุ 120 นัด (มีเฉพาะรุ่นที่นั่งเดี่ยว)
ตำบลติดอาวุธ: 10 จุด บรรทุกได้รวม 7,200 กิโลกรัม (15,900 ปอนด์) มิสไซล์ที่ใช้ได้เพิ่มเติมจาก C/D ได้แก่ RBS-15 Mk.4 Gungnir, SPEAR 3 และ Brimstone ระเบิดที่ใช้ได้เพิ่มเติมจาก C/D ได้แก่ SDB I (GBU-39/B) และ SDB II (GBU-53/B) สามารถติดตั้งกระเปาะก่อกวนโจมตีสัญญาณ อิเล็กทรอนิกส์แบบ Saab Arexis EAJP
เรดาร์: Leonardo PS-05/A Raven (AESA)
สังกัด : ฝูงบิน 102 กองบิน 1 โคราช
สถานะ : รอเข้าประจำการ
Gripen บินในท่า Invert Flight
กองทัพอากาศไทยยังคงมีความพร้อมในการเตรียมฝูงบินขับไล่ Gripen C/D ฝูงแรกในการปะทะรอบ 3 ที่ไม่สามารถคาดเดาได้ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อใด ก่อนที่ Gripen E/F ฝูงบิน 102 กองบิน 1 โคราชจะมาประจำการในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า การมีฝูงบินรบที่แข็งแกร่งถือว่าเป็นข้อได้เปรียบสำหรับกองทัพอากาศไทยดังที่มีคำกล่าวว่า "น่านฟ้าไทยจะมิให้ใครย่ำยี" สำหรับวันนี้ขอลาไปก่อน สวัสดีครับ
Credit บทความและภาพประกอบ
Kittidej Sanguantongkam
THANAPON KANJANALUK
วีรภัทร หาญสงคราม
วัชย์ชนัน ภัชร์จรินท์ญา
อนุรักษ์ สิงโตอ่อน
Wim Calleart
SUKASOM HIRANPHAN
Thairath News-ข่าวไทยรัฐ
History World
ชูก้าร์-sugar
THAI PBS
PPTV
Thaiarmedforce
Sniper News
Airlinesweek
Liyu Wu
Thai Weapon Channel
เรียบเรียงโดย : นักรบดาวแดง
โฆษณา