Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
กุ้ยหลิน
•
ติดตาม
เมื่อวาน เวลา 10:20 • ประวัติศาสตร์
ความฝันในหอแดง 95 พัดของไอ้ทึ่มหิน
ชั่วพริบตาก็ถึงเดือนสิบ เป็นเวลาคิดบัญชีประจำปีให้เหล่าผู้จัดการและหุ้นส่วนร้านค้าที่ต้องการกลับบ้าน และจะมีการจัดเลี้ยงส่งที่บ้านด้วย ในกลุ่มนั้นมีจางเต๋อฮุย 张德辉 ทำงานเป็นผู้จัดการโรงรับจำนำให้เซวียผานตั้งแต่ยังหนุ่ม ทางบ้านมีหลักทรัพย์สองสามพันตำลึงทอง ปีนี้จะกลับบ้าน แล้วกลับมาใหม่ในฤดูใบไม้ผลิ จึงมาเสนอว่า
“ปีนี้เครื่องกระดาษและเครื่องหอมขาดแคลน ปีหน้าราคาคงแพงขึ้น ปีหน้าก่อนเทศกาลตวนหยาง 端阳 ข้าจะให้ลูกชายคนโตและคนเล็กมาช่วยดูแลโรงรับจำนำ ระหว่างทางขากลับมา ข้าจะหาซื้อเครื่องกระดาษ เครื่องหอม และพัดมาไว้ขาย หักภาษีและค่าใช้จ่ายแล้ว ยังคงมีกำไรอีกหลายส่วน”
เซวียผานได้ยิน ฉุกคิดได้ว่า
“ตอนนี้ข้าถูกตีจนไม่อาจพบหน้าผู้คน ต้องคอยหลบหน้าไปอีกครึ่งปีหรือหนึ่งปี จะแกล้งป่วยทุกวันก็ใช่ที่ อีกอย่างข้าโตมาจนป่านนี้ บุ๋นไม่บุ๋น บู๊ไม่บู๊ ถึงจะบอกว่าเป็นพ่อค้า แม้ตาชั่งกับลูกคิดยังไม่เคยจับ ภูมิประเทศวัฒนธรรมประเพณี เส้นทางใกล้ไกลไม่รู้สักอย่าง มิสู้หาเงินทุนสักก้อนออกไปท่องเที่ยวกับจางเต๋อฮุยสักปี หาเงินได้ก็ดี ไม่ได้ก็ดี ยังได้หนีอาย ทั้งยังได้เที่ยวชมธรรมชาติแม่น้ำภูเขาดียิ่งนัก”
เมื่อตัดสินใจได้แล้ว ก็บอกกับจางเต๋อฮุยหลังงานเลี้ยงส่ง สั่งให้รอวันสองวันแล้วออกเดินทางพร้อมกัน ตกเย็น เซวียผานแจ้งเรื่องนี้แก่มารดา แม่น้าเซวียฟังแล้วแม้จะชอบใจ แต่ก็ยังกลัวว่าอยู่ข้างนอกเซวียผานจะเที่ยวก่อเรื่อง เงินทุนหมดไปไม่ใช่เรื่องสำคัญ จึงไม่ยอมให้ไปโดยว่า
“เจ้าอยู่กับข้า ข้าสบายใจกว่า อีกอย่างเจ้าไม่ต้องไปค้าขายนั่น หาเงินใช้ได้ไม่กี่ร้อย”
เซวียผานตัดสินใจแน่วแน่แล้ว มีหรือจะยอม จึงว่า
“วันวันท่านก็บอกว่าข้าไม่รู้จักโลก นี่ก็ไม่รู้ นั่นก็ไม่หัด ตอนนี้ข้าตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่าจะเลิกทำตัวไร้สาระ จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ จะหัดค้าขาย หากท่านไม่ยอมแล้วจะให้ข้าทำอะไร ข้าไม่ใช่เด็กสาว จะได้ขังข้าไว้ในบ้าน ไม่รู้เมื่อไรจะหมดวัน อีกอย่างจางเต๋อฮุยเป็นผู้อาวุโส เป็นคนคุ้นเคยกับบ้านเรา หากข้าทำอะไรผิดพลั้งไป เขาจะได้ตักเตือนข้า สินค้าถูกหรือแพง เขาก็รู้ มีอะไรสงสัย ข้าก็ถามเขาได้สะดวก กลับไม่ให้ข้าไป ไว้อีกสองวัน ข้าหนีไปไม่บอกทางบ้าน ปีหน้าร่ำรวยกลับมา ท่านจะได้รู้จักข้า”
กล่าวจบ ก็ตุปัดตุป่องไปเข้านอน
แม่น้าเซวียจึงมาหารือกับเป่าไช เป่าไชยิ้มว่า
“พี่ชายจะหาประสบการณ์การทำงานนั้นดีอยู่ เพียงแต่ว่า หากอยู่บ้านพูดเช่นนี้ พอออกไปข้างนอก โรคเก่ากำเริบก็ยากจะควบคุม แต่ท่านแม่อย่าได้กังวลจนเกินไป หากเขากลับตัวได้จริง ก็เป็นเรื่องดีในชีวิต แต่หากกลับตัวไม่ได้ ท่านแม่ก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี
ครึ่งหนึ่งลิขิตฟ้า ครึ่งหนึ่งมานะคน มัวแต่กลัวว่ายังไม่รู้จักโลก ไม่ให้ออกจากบ้าน ไม่ให้ทำอะไร ปีนี้เป็นอย่างไร ปีหน้าก็ยังเป็นอย่างนั้น เขาพูดจาหนักแน่นเช่นนี้ ท่านแม่ก็สละให้ทดลองสักแปดร้อยถึงหนึ่งพันตำลึงเงิน มีหุ้นส่วนช่วยดูแล พอไว้ใจได้ว่าไม่หลอกเขา อีกอย่างหนึ่ง พอออกไปใช้ชีวิตข้างนอก ซ้ายขวาไม่มีใครคอยยุ ไม่มีใครให้พึ่งพา ข้างนอกนั่น ตัวใครตัวมัน มีก็กิน ไม่มีก็อด อาศัยใครก็ไม่ได้ อาจไม่เที่ยวก่อเรื่องเหมือนอยู่บ้านก็ได้ใครไปรู้”
แม่น้าเซวียฟังแล้วไตร่ตรองอยู่ค่อนวันจึงว่า
“เจ้าพูดมาก็ถูก เสียเงินไปบ้างให้เขาได้เรียนรู้ก็ถือว่าคุ้ม”
วันรุ่งขึ้น แม่น้าเซวียสั่งคนไปเชิญจางเต๋อฮุยมายังห้องหนังสือ สั่งเซวียผานให้ดูแลเรื่องสุราอาหาร ตัวนางเองนั่งอยู่ที่ระเบียงหลังนอกหน้าต่าง กล่าวฝากฝังสักพันหมื่นเรื่องแก่จางเต๋อฮุย จางเต๋อฮุยรับปากทั้งสิ้น หลังอาหารก่อนอำลา จางเต๋อฮุยบอกเซวียผานว่า
“วันที่สิบสี่เป็นวันฤกษ์ดีสำหรับออกเดินทาง คุณชายใหญ่รีบจัดสัมภาระเดินทาง จ้างล่อให้พร้อม วันที่สิบสี่ออกเดินทางแต่เช้าตรู่”
เซวียผานยินดียิ่ง รีบนำความแจ้งแก่มารดา
แม่น้าเซวีย เป่าไช เซียงหลิง และหม่อมอเฒ่าอีกสองนางช่วยกันจัดสัมภาระตลอดทั้งวัน ผู้ร่วมเดินทางกำหนดไว้มีผู้เฒ่าผมขาวสามีของแม่นมเซวียผานหนึ่งคน คนรับใช้เก่าแก่มากประสบการณ์สองคน บ่าวหนุ่มใกล้ชิดติดตามเซวียผานสองคน นายบ่าวรวมหกคน ว่าจ้างรถขนสัมภาระสามคันใหญ่ ล่อสำหรับเดินทางไกลสี่ตัว เซวียผานขี่ล่อใหญ่สีเขียวเหล็กที่เลี้ยงเองในบ้านอีกหนึ่งตัว มีม้าพร้อมอานสำรองไว้ให้อีกหนึ่งตัว จัดเตรียมเสร็จ แม่น้าเซวีย กับเป่าไชก็กล่าวตักเตือนฝากฝังอีกสารพัดมากมายตลอดคืน
ถึงวันที่สิบสาม เซวียผานไปอำลาน้าชาย แล้วมาอำลาญาติผู้ใหญ่ทุกคนในจวนเจี่ย พวกเจี่ยเจินต่างให้โอวาทกันถ้วนหน้า เช้าตรู่วันที่สิบสี่ แม่น้าเซวีย เป่าไชมาส่งเซวียผานที่ประตูหยีเหมิน และมองตามจนลับตา
แม่น้าเซวียพาผู้ติดตามเข้ากรุงมาด้วยกันสี่ห้าครอบครัว รวมถึงสามหม่อมอเฒ่าและสาวใช้ บัดนี้ให้ติดตามเซวียผานไปจึงเหลือบ่าวชายอยู่อีกเพียงสองคน ในวันที่ออกเดินทาง แม่น้าเซวียสั่งให้เก็บของตกแต่งและผ้าม่านในห้องหนังสือ แล้วให้ภรรยาของบ่าวชายที่ติดตามเซวียผานเดินทางย้ายเข้ามาพักข้างใน ส่วนเซียงหลิงนั้นให้เก็บเรือนของเซวียผาน ลงกลอนแน่นหนาแล้วให้ย้ายมาพักกับตน
เป่าไชว่า “ท่านแม่มีคนอยู่เป็นเพื่อนมากแล้ว มิสู้ให้พี่หลิง 菱姐姐 ไปอยู่เป็นเพื่อนข้าในอุทยาน อุทยานทั้งโล่ง ราตรียาว ตกกลางคืนมีเพื่อนเพิ่มอีกคนย่อมดีกว่า”
แม่น้าเซวียยิ้มว่า “จริงด้วยสิ ข้าก็ลืมไป น่าจะให้ไปอยู่กับเจ้าตั้งแต่แรก วันก่อนข้ายังคุยกับพี่ชายเจ้าอยู่ว่า เหวินซิ่ง 文杏 ยังเด็กนัก มีอิงเอ๋อ 莺儿 อยู่คนเดียวรับใช้เจ้าคงไม่พอ น่าจะซื้อสาวใช้มาเพิ่มอีกคน”
(อิงเอ๋อ เหวินซิ่ง คือสาวใช้ของเป่าไช)
เป่าไชว่า “ซื้อมาแล้วไม่รู้ตื้นลึกหนาบาง เสียเงินไม่ว่า พอคลาดสายตามาเล่นตุกติก ไว้ค่อยๆ หาที่พอรู้ประวัติความเป็นมา แล้วค่อยซื้อดีกว่า”
ว่าแล้วก็สั่งให้เซียงหลิงเก็บเสื้อผ้าข้าวของให้หม่อมอเฒ่ากับเจินเอ๋อ 臻儿 ช่วยกันขนไปไว้ที่ลานขิงหอม จากนั้นเป่าไชกับเซียงหลิงค่อยตามมาที่อุทยาน
เซียงหลิงกล่าวกับเป่าไชว่า
“เดิมข้าคิดจะบอกไท่ไท่ว่า พอนายใหญ่เดินทางแล้ว ข้าจะขอมาอยู่เป็นเพื่อนคุณหนู ก็กลัวไท่ไท่จะคิดมากว่า ข้าอยากจะเข้ามาเที่ยวในอุทยาน คิดไม่ถึงว่าคุณหนูจะพูดเอง”
เป่าไชยิ้มว่า “ข้ารู้ว่าเจ้าอยากเข้ามาในอุทยานไม่เพียงวันสองวันมานี้ เพียงแต่หาเวลาไม่ได้ ต่อให้เข้ามาได้วันละหนแล้วต้องรีบๆ ก็ไม่สนุกอันใด ถือโอกาสนี้เข้ามาอยู่สักปี ข้ามีคนอยู่เป็นเพื่อนเพิ่มอีกคน เจ้าก็ได้สมดังใจ”
เซียงหลิงยิ้มว่า “คุณหนูแสนดี ถือโอกาสนี้ สอนข้าแต่งกลอนเสียด้วยเลย”
เป่าไชยิ้มว่า “ข้าว่าเจ้านี่ได้คืบจะเอาศอก 得陇望蜀 ข้าเตือนเจ้าให้ค่อยเป็นค่อยไป วันนี้เข้ามาวันแรก เจ้าออกทางประตูมุมตะวันออกไปเยี่ยมคารวะทุกคนก่อนเริ่มจากเหล่าไท่ไท่ และไม่จำเป็นต้องจำเพาะแจ้งว่าย้ายเข้าอุทยานมา หากเขาถามก็บอกว่า ข้าพาเจ้าเข้ามาอยู่เป็นเพื่อนก็พอ พอกลับเข้ามาในอุทยานแล้ว ค่อยไปเยี่ยมพวกคุณหนู”
เซียงหลิงตอบรับ พอจะออกไปก็เห็นผิงเอ๋อรีบร้อนเข้ามา เซียงหลิงรีบทักทาย ผิงเอ๋อเพียงยิ้มแล้วทักตอบ เป่าไชยิ้มแล้วบอกผิงเอ๋อว่า
“วันนี้ข้าพานางเข้ามาอยู่เป็นเพื่อน ว่าจะไปแจ้งคุณนายของเจ้าอยู่”
ผิงเอ๋อยิ้มว่า “คุณหนูไยกล่าวเช่นนั้น ข้าไม่รู้จะตอบอย่างไร”
เป่าไชว่า “เรื่องนี้ต้องทำอยู่ ร้านมีเจ้าของ วัดมีเจ้าอาวาส แม้จะไม่ใช่เรื่องใหญ่ก็จำต้องแจ้งให้รู้ อย่างเวรยามในสวน รู้ว่ามีคนมาอยู่เพิ่ม จะได้รู้ว่าควรเปิดปิดประตูเมื่อไร เจ้ากลับไปบอกให้ด้วย ข้าไม่ส่งคนไปแจ้งแล้ว”
ผิงเอ๋อรับคำ แล้วหันมาหาเซียงหลิงว่า
“เจ้ามาแล้ว ไม่ไปคารวะเพื่อนบ้านหรือ”
เป่าไชยิ้มว่า “ข้าบอกให้นางไปอยู่พอดี”
ผิงเอ๋อว่า “เจ้าไม่จำเป็นต้องไปที่บ้านข้าหรอก นายรองนอนป่วยอยู่ในบ้าน”
เซียงหลิงรับคำแล้วออกไปเยี่ยมคารวะโดยเริ่มจากแม่เฒ่าเจี่ย
ผิงเอ๋อเห็นเซียงหลิงไปแล้ว จึงดึงตัวเป่าไชไว้กระซิบว่า
“คุณหนูได้ยินข่าวเกี่ยวกับพวกเราหรือไม่”
เป่าไชว่า “ข้าไม่ได้ข่าวอะไร หลายวันนี้ข้าเตรียมให้พี่ชายเดินทาง เรื่องทางนี้ข้าจึงไม่รู้ พวกพี่น้องสองวันนี้ก็ไม่ได้พบ”
ผิงเอ๋อยิ้มว่า “นายท่าน (เจี่ยเส้อ) ตีนายรอง (เจี่ยเหลียน) จนเดินไม่ได้ คุณหนูไม่ได้ข่าวหรือ”
เป่าไชว่า “เช้านี้พอได้ยินอยู่บ้าง แต่ยังไม่เชื่อ กำลังจะไปหาคุณนายเจ้าอยู่ เจ้ามาพอดี ทำไมถึงโดนตีเล่า”
ผิงเอ๋อขบฟันด่าว่า “เป็นเพราะเจี่ยหวี่ชุน 贾雨村 อะไรนั่น เถื่อนพันทางตายอดตายอยากมาจากไหนก็ไม่รู้ รู้จักกันไม่ถึงสิบปี เกิดเรื่องไม่รู้กี่หน ฤดูใบไม้ผลิปีนี้ นายท่านไม่รู้ไปเห็นพัดเก่าที่ไหน พอกลับมาถึงบ้านเห็นพัดที่เก็บเอาไว้ทั้งหมดไม่ถูกใจเสียแล้ว สั่งให้คนออกหาใหม่
มีคู่เวรคู่กรรมเดนตายคนหนึ่งฉายาไอ้ทึ่มหิน 石呆子 ยากจนจนข้าวสารไม่มีจะกรอกหม้อแต่กลับมีพัดโบราณอยู่สิบเล่ม เป็นตายก็ไม่ยอมเอาออกพ้นประตูบ้าน นายรองไหว้วานคนรู้จักไม่รู้เท่าไรให้ติดต่อกว่าคนผู้นี้จะให้เข้าพบ เขาเชิญนายรองไปที่บ้าน ให้ชมพัดแต่ละเล่มที่นายรองบอกว่าไม่ใช่หาได้ง่ายๆ เป็นพัดที่ทำจากไผ่หายากทั้งสี่ ไผ่เซียงเฟย(ไผ่ลายแถบลุ่มน้ำเซียง 湘) 湘妃 ไผ่จงจู๋ (ไผ่มีมากในแคว้นสู่ 蜀) 棕竹 ไผ่หมีลู่(ผิวเขากวาง) 麋鹿 ไผ่วี่จู๋(ไผ่หยก) 玉竹 มีภาพวาดของคนมีชื่อแต่โบราณ
พอกลับมาบอกนายท่าน นายท่านให้ไปขอซื้อ จะเรียกเงินเท่าไรก็จ่ายให้ ไอ้ทึ่มหินว่า “ต่อให้ข้าต้องอดตายหนาวตาย ให้เล่มละพันตำลึงก็ไม่ขาย” นายท่านจนปัญญา วันวันได้แต่ด่านายรองว่าไม่มีความสามารถ
เคยไปขอซื้อเล่มละห้าร้อยตำลึงจ่ายล่วงหน้าก่อนรับพัด ไอ้ทึ่มหินไม่ขายบอกว่า “อยากได้พัด เอาชีวิตข้าไปก่อน” คุณหนูลองคิดดูจะทำอย่างไรได้อีก
หวี่ชุนคนไม่สนใจกฎสวรรค์ พอรู้เข้าก็วางแผนให้ไอ้ทึ่มหินเป็นหนี้เงินหลวง จับตัวมายังที่ว่าการว่าเป็นหนี้เงินหลวงต้องขายทรัพย์ชดใช้ จึงยึดพัดทั้งหมดเป็นของกลาง ไอ้ทึ่มหินปัจจุบันเป็นหรือตายไม่รู้
นายท่านถามนายรองว่า
“ทำไมเขาถึงเอามาได้”
นายรองตอบเพียงว่า
“อาศัยเรื่องเล็กน้อยนี้ทำให้คนต้องล่มจมหมดเนื้อหมดตัว เป็นความสามารถอย่างไร”
นายใหญ่ฟังแล้วโกรธจัด นี่เป็นเรื่องใหญ่ที่สุด
ไม่กี่วันถัดมา ยังมีเรื่องเล็กอีกหลายเรื่อง ซึ่งข้าก็จำไม่ได้ชัดเจนนัก แต่พอจับมารวมๆ กัน ก็กลายเป็นเรื่องขึ้นมา อันที่จริงก็ไม่ถึงกับจับมาเฆี่ยนมาโบย เพียงยืนอยู่แล้วใช้อะไรบางอย่างที่ฉวยได้ตีใส่นายรองจนหน้าแตกไปสองแห่ง เห็นว่าท่านน้าหญิงมียาสมานแผลฟกช้ำอยู่ที่นี่ คุณหนูลองหาดูให้ข้าสักเม็ด”
เป่าไชได้ฟัง รีบสั่งให้อิงเอ๋อไปหายามาให้ผิงเอ๋อสองเม็ด เป่าไชว่า
“เช่นนี้แล้ว เจ้าช่วยถามอาการแทนข้าด้วย ข้าคงไม่ไปแล้ว”
ผิงเอ๋อรับคำแล้วลากลับ
ตอนก่อนหน้า : สั่งสอนป้าอ๋องทึ่ม
https://www.blockdit.com/posts/69f86799dc9629a2d0945ee0
ตอนถัดไป : เซียงหลิงหัดแต่งกลอน
บันทึก
2
2
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
ความฝันในหอแดง
2
2
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย