7 พ.ค. เวลา 10:34 • หุ้น & เศรษฐกิจ

ความต๊องของแลนบิด

สำหรับคนที่งงว่า land bridge มันดีจริงมั้ย นี่ผมมาจำลองการทำงานให้ดูแบบ best case scenario ครับ
สมมติฐานเบื้องต้น:
- ปริมาณตู้: 10,000 TEU (เทียบเท่าเรือขนส่งขนาดใหญ่ 1 ลำ)
- สถานะศุลกากร: เป็นสินค้าถ่ายลำ (Transshipment) ทั้งหมด
โหนดที่ 1: ฝั่งขาเข้า (Inbound & Unload)
พิธีการศุลกากร (0 ชั่วโมง - ขนานไปกับการทำงาน): สำหรับระบบ Land Bridge สินค้าจะเป็นแบบถ่ายลำ ไม่ต้องเปิดตรวจหรือเสียภาษี ข้อมูล e-Manifest จะถูกยิงเข้าระบบศุลกากรล่วงหน้าแบบ Single Window ทันทีที่เรือเทียบท่า เครนสามารถเริ่มงานได้เลย
ยกตู้ลงจากเรือ (Unload): ใช้เครน 5 ตัวทำงานพร้อมกัน (ความเร็วรวม 150 ตู้/ชั่วโมง)
เวลาที่ใช้: 10,000 / 150 = ~66 ชั่วโมง (2.7 วัน)
เคลื่อนย้ายเข้าลานตู้ (Yard): รถหัวลากหน้าท่าจะรับตู้จากใต้เครนไปเรียงในลานตู้ (กระบวนการนี้ทำคู่ขนานไปกับการยกตู้ลง)
โหนดที่ 2: ระบบรางและลานตู้ (The Rail Bottleneck)
นี่คือจุดที่เป็นคอขวดที่สุดในทางวิศวกรรมระบบโลจิสติกส์ เพราะเป็นการเปลี่ยนโหมดจาก "เรือขนาดยักษ์" ไปสู่ "รถไฟ"
ความจุรถไฟ: รถไฟบรรทุกสินค้า 1 ขบวนยาวๆ จะขนได้ประมาณ 100 TEU
จำนวนเที่ยว: ต้องใช้รถไฟถึง 100 ขบวน เพื่อขนตู้ทั้งหมดย้ายฝั่ง
การจัดการตารางวิ่ง (Headway): หากระบบรางคู่บริหารจัดการได้ดีเยี่ยม ปล่อยรถไฟได้ 1 ขบวนทุกๆ 1 ชั่วโมง
เวลาที่ใช้เคลียร์ตู้ 10,000 ใบออกจากลาน: 100 ชั่วโมง (4.1 วัน)
ระยะเวลาวิ่งจริง (Transit): จากระนองไปชุมพร (ประมาณ 90 กม.) ใช้เวลาวิ่งราวๆ 2-3 ชั่วโมง ต่อขบวน (แต่ขบวนสุดท้ายกว่าจะได้ออกก็คือชั่วโมงที่ 100)
โหนดที่ 3: ฝั่งขาออก (Reload & Outbound)
เมื่อรถไฟขบวนแรกไปถึงท่าเรือฝั่งตรงข้าม (สมมติว่าเป็นชุมพร)
ยกตู้ลงจากรถไฟเข้าลานตู้: เริ่มต้นที่ชั่วโมงที่ 4 (หลังจากรถไฟขบวนแรกมาถึง) และทยอยเข้าลานไปเรื่อยๆ จนครบ 100 ขบวน
ยกตู้ขึ้นเรือลำใหม่ (Load): เรือลำใหม่มารอเทียบท่า เครน 5 ตัวเริ่มยกตู้ขึ้นเรือ
เวลาที่ใช้: ~66 ชั่วโมง (2.7 วัน)
รุปสมการเวลา (Pipeline Lead Time)
ในระบบปฏิบัติการจริง กระบวนการเหล่านี้ทำงานแบบเหลื่อมเวลากัน (Pipelining) ไม่ได้รอให้เสร็จทีละขั้นตอนแล้วค่อยเริ่มสเต็ปต่อไป หากคำนวณตามเส้นทางวิกฤต (Critical Path):
ชั่วโมงที่ 0: เรือฝั่งระนองเริ่มยกตู้ใบแรกลง
ชั่วโมงที่ 66: ตู้ใบสุดท้ายลงจากเรือ
ชั่วโมงที่ 100: ตู้ใบสุดท้ายถูกยกขึ้นรถไฟขบวนที่ 100
ชั่วโมงที่ 103: รถไฟขบวนสุดท้ายเดินทางถึงชุมพร
ชั่วโมงที่ 115-120: เครนฝั่งชุมพรทำการจัดเรียงและยกตู้ล็อตสุดท้ายขึ้นเรือลำใหม่เสร็จสิ้น (เผื่อเวลาบัฟเฟอร์การสลับคิวหน้าลาน)
เวลาสุทธิแบบ End-to-End: ประมาณ 110 - 130 ชั่วโมง (4.5 ถึง 5.5 วัน) ต่อเรือ 1 ลำ ในสภาวะที่ ทุกอย่างทำงานได้สมบูรณ์แบบ 100% (Ideal State)
แต่ถ้าดูความ make sense มันจะประหลาดมากๆ และที่ประหลาดที่สุด คือ รถไฟ
ลองคิดว่าว่า เราต้องมีรถไฟจำนวนมากที่พร้อมขับวนไปวนมา รับของ ถ้าเอาแบบไม่เสียเวลาเลย ก็ต้องมีรถไฟอย่างน้อย 10-12 ขบวน ที่ขนของกันแบบ 24 ชั่วโมงไม่หยุดเลย ระหว่างทางก็ต้องห้ามหยุดด้วย
Best Case Scenario ยังต้องอย่างน้อยๆ 4 วันเลย แต่ Base Case น่าจะตกอยู่ที่ 7-10 วันครับ ช้ากว่าวิ่งผ่านช่องแคบมะละกาที่เสียเวลาประมาณ 4-5 วันเอง
สรุปง่ายๆ ว่า อยากขนของให้เร็ว ให้ไว ให้ประหยัด ให้ขนผ่านช่องแคบมะละกา
อยากขนให้ช้า ให้แพง ให้ผ่าน land bridge ครับ
3
ยังงี้ ใครจะมาใช้ land bridge นะครับ
ป.ล. 1 ภาพประกอบไม่เกี่ยวอะไรเลยครับ
ป.ล. 2 มีคำถามมาให้ทายกัน เวลาขนตู้ขึ้นรถไฟยาวร้อยตู้ คิดว่าเค้าทำไงกันครับ?
โฆษณา