Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
PPTVHD36
ยืนยันแล้ว
•
ติดตาม
8 พ.ค. เวลา 05:45 • สุขภาพ
เตือน! ปวดหัวไมเกรนไม่ใช่เรื่องเล็ก เปิดแนวทางรักษา-ป้องกัน
“ไมเกรน” อาการปวดศีรษะรุนแรง มักปวดข้างเดียว ร่วมกับคลื่นไส้ ไวต่อแสงเสียง หากปวดหนักหรือมีอาการผิดปกติควรรีบพบแพทย์ เปิดแนวทางการรักษา และป้องกัน
ปวดศีรษะไมเกรน คืออาการปวดศรีษะอย่างรุนแรง ที่บริเวณด้านใดด้านหนึ่ง ซึ่งมักปวดข้างเดิมอยู่ซ้ำ ๆ และมักมาพร้อมกับอาการคลื่นไส้อาเจียน รวมถึงความรู้สึกไวต่อแสงและเสียง อาการไมเกรนสามารถอยู่ได้นานหลายชั่วโมงต่อวัน อาการปวดอาจรุนแรงจนรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน หากละเลยไม่ได้รับการรักษา อาจทำให้อาการปวดรุนแรงมากขึ้น ความถี่เพิ่มขึ้น ตอบสนองต่อยาที่รักษาได้ไม่ดีนัก แม้ว่าจะได้รับยาลดอาการปวดหลายชนิดก็ตาม
ปวดไมเกรน
สาเหตุของการปวดศีรษะไมเกรน
อาการปวดศีรษะไมเกรน เกิดจากความผิดปกติของระบบสารสื่อประสาทในสมองบริเวณชั้นเยื่อหุ้มสมอง ทำให้เกิดการหลั่งสารสื่อประสาทผิดปกติ มีผลให้หลอดเลือดบริเวณเยื่อหุ้มสมองเกิดการอักเสบและขยายตัว ส่งผลให้มีอาการปวดศีรษะอย่างรุนแรง ทั้งนี้ไมเกรนถือว่าเป็นโรคทางสมองชนิดหนึ่งที่ยังไม่สามารถระบุสาเหตุสิ่งผิดปกติได้แน่ชัด มักเกิดขึ้นโดยมีปัจจัยกระตุ้น
●
พันธุกรรม ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นไมเกรน มีความเสี่ยงเป็นไมเกรนได้เช่นกัน
●
อายุ ไมเกรนสามารถเกิดได้กับทุกเพศทุกวัย มักเกิดสูงสุดในช่วงอายุ ระหว่าง 25 – 45 ปี
●
เพศ ผู้หญิงมีแนวโน้มที่จะเป็นไมเกรนมากกว่าผู้ชายถึง 3 เท่า
●
การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน สำหรับผู้หญิงที่เป็นไมเกรน มักมีอาการปวดศีรษะช่วงก่อนหรือหลังมีประจำเดือน ซึ่งส่วนใหญ่จะหายไปในระหว่างตั้งครรภ์หรือวัยหมดประจำเดือน
●
การรับประทานยาเม็ดคุมกำเนิด หรือการบำบัดทดแทนฮอร์โมน อาจทำให้อาการไมเกรนแย่ลง แต่ในผู้หญิงบางคนพบว่าอาการปวดศีรษะไมเกรนเกิดน้อยลงเมื่อรับประทานยาเหล่านี้
●
อาหารบางชนิด เช่น ผงชูรส น้ำตาลเทียม ชีส ไวน์ ช็อกโกแล็ต ชา และกาแฟ
●
การกระตุ้นทางประสาทสัมผัส เช่น แสงจ้า เสียงดัง กลิ่นเหม็น และควันบุหรี่
●
การอดนอน และความเครียด มีผลกระตุ้นให้อาการปวดไมเกรนเกิดขึ้นบ่อยและรุนแรงมากขึ้น
อาการของไมเกรน
●
อาการปวดศีรษะรุนแรงที่มีลักษณะปวดตุ้บๆ เป็นจังหวะที่บริเวณด้านใด ด้านหนึ่งของศีรษะ หรืออาจเกิดขึ้นทั้งสองข้าง และมักปวดข้างเดิมๆ ซ้ำๆ
●
การเคลื่อนไหวร่างกายหรือเปลี่ยนท่าทางจะกระตุ้นให้ปวดมากขึ้น
●
รู้สึกไวต่อแสง เสียง และกลิ่น
●
คลื่นไส้และอาเจียน
ปวดแบบไหนที่ควรพบแพทย์
อาการไมเกรนมักเกิดขึ้นนานตั้งแต่ 4- 72 ชั่วโมง และเกิดขึ้นบ่อยแค่ไหนนั้นแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล แต่หากพบว่าอาการรุนแรงจนรบกวนชีวิตประจำวัน หรือมีอาการต่อไปนี้ควรพบแพทย์โดยทันที
●
ปวดศีรษะอย่างฉับพลันและรุนแรงเหมือนสายฟ้าฟาด
●
ปวดศีรษะ มีไข้ และสับสน ทานยาแก้ปวด เช่น พาราเซตามอลแล้วไม่ดีขึ้น
●
อาการปวดเรื้อรัง หรือแย่ลงหลังจากการไอ การออกแรง หรือมีการเคลื่อนไหวอย่างฉับพลัน
●
แขนขาอ่อนแรงครึ่งซีก ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ชาตามร่างกาย
●
การมองเห็นผิดปกติ เช่น มองเห็นภาพซ้อน ตามัว ภาพดับ สายฟ้า ( flashing)
การรักษาไมเกรน
1. ยาบรรเทาอาการปวด ได้แก่ กลุ่มที่ไม่ใช่ Steroid หรือที่เรียกว่า NSAIDS, กลุ่มทริปแทน (Tryptan) และ ยากลุ่ม GPANT ( ละลายในปาก ใช้อมใต้/บนลิ้น ) ซึ่งเป็นกลุ่มยาที่ใช้เมื่อมีอาการปวดฉับพลัน ทั้งนี้การใช้ยาแก้ปวดแต่ละชนิดควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์
เนื่องจากยาแต่ละชนิดก็เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละคนไม่เหมือนกัน อย่างไรก็ตาม หากใช้ยาแก้ปวดติดต่อกันเป็นระยะเวลานานเกินไป อาจทำให้เสี่ยงต่อการเกิดการปวดศีรษะมากกว่าเดิมจากการใช้ยาที่มากเกินไป ภาวะไตและตับทำงานหนัก รวมถึงอาจทำให้เกิดแผลในทางเดินอาหารได้ แนะนำควรปรึกษาการใช้ยากับแพทย์เฉพาะทางโดยตรง
2. ยาต้านอาการคลื่นไส้ ช่วยได้ในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการคลื่นไส้ อาเจียนและเวียนศีรษะร่วมด้วย
การป้องกันไมเกรน
●
ยาป้องกันแบบรับประทาน ซึ่งต้องรับประทานทุกวัน ได้แก่กลุ่ม ยาควบคุมความดันโลหิต ยากันชักบางชนิด ยาต้านอาการซึมเศร้า โดยแพทย์เป็นผู้พิจารณาความเหมาะสมในแต่ละบุคคล
●
การฉีดโบท็อกซ์ แพทย์มักใช้รักษาในกรณีผู้ป่วยที่มีอาการปวดศีรษะไมเกรนอย่างน้อย 14 วันต่อเดือนขึ้นไป (ไมเกรนเรื้อรัง) รวมถึงมีภาวะกล้ามเนื้อต้นคอแข็งตึงจากภาวะ office syndrome ร่วมด้วย การฉีดโบท็อกซ์ช่วยให้กล้ามเนื้อคลายตัว และยับยั้งปลายประสาท ที่ส่งสัญญาณความเจ็บปวดไปยังสมอง ลดความรุนแรงและความถี่ของอาการปวดศีรษะได้ในระยะเวลาที่ยาวขึ้นกว่ายารับประทาน มีผลข้างเคียงน้อยกว่า
●
การฉีดยาเข้าใต้ผิวหนัง เป็นการฉีดยาลดสารตั้งต้นที่เก่อให้กิดการปวดไมเกรน โดยฉีดเข้าใต้ผิวหนังบริเวณต้นแขน หรือต้นขา หรือหน้าท้อง เดือนละ 1 ครั้ง ให้การรรักษาแบบผู้ป่วยนอก หลังฉีดแล้วสามารถทำกิจวัตรได้ตามปกติ
โดยการรักษาที่กล่าวมาข้างต้น ควรได้รับการวินิจฉัยที่ถูกต้องก่อน จากนั้นจึงแนะนำวิธีรักษาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยรายนั้นๆต่อไป จึงแนะนำให้พบแพทย์เฉพาะทางปวดศีรษะก่อนเสมอ แม้ไมเกรนจะเป็นภาวะการปวดศีรษะเรื้อรังหรือเป็น ๆ หาย ๆ
ดังนั้นผู้ป่วยจึงควรหลีกเลี่ยงภาวะที่เป็นตัวกระตุ้น การปวดศีรษะดังที่กล่าวมา รวมถึงการป้องกัน เช่น นอนหลับให้เพียงพอ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ พยายามลดความเครียดเมื่อเริ่มมีอาการของไมเกรนควรอยู่ในห้องที่เงียบและมืด หลับตาและพักผ่อนหรือนอนหลับ ร่วมกับการประคบเย็นบริเวณต้นคอ พร้อมกับนวดบริเวณที่ปวดก็จะช่วยบรรเทาอาการได้ทั้งนี้หากมีอาการปวดศีรษรุนแรง รวมถึงมีอาการอื่นๆ เช่น คลื่นไส้อาเจียน มองเห็นภาพซ้อน พูดลำบาก ร่างกายอ่อนแรงครึ่งซีก ควรพบแพทย์พื่อการวินิจฉัยและรักษาที่ถูกต้อง
อ่านเนื้อหาต้นฉบับได้ที่ :
https://www.pptvhd36.com/health/care/7892
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมที่เว็บไซต์
https://www.pptvhd36.com
และช่องทาง Social Media
Facebook PPTVHD36 :
https://www.facebook.com/PPTVHD36
YouTube :
www.youtube.com/@PPTVHD36
สุขภาพ
ไมเกรน
ข่าว
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย