Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Life is so dark
•
ติดตาม
8 พ.ค. เวลา 14:01 • นิยาย เรื่องสั้น
Office Syndrome (Psychosis) The Series
EP1. สมรภูมิไอเดีย
วันนี้เป็นอีกวันที่สุดรันทดหดหู่ที่สุดของนายเก่งพนักงานออฟฟิศสุดแสนจะธรรมดา เก่งเติบโตมาในบ้านข้าราชการที่ "คุยกันด้วยเหตุผล" พ่อแม่เขาไม่ได้สอนให้ต้องกราบกรานอำนาจ แต่สอนให้เคารพใน "ความรู้" และ "หน้าที่" เขาจบ ป.โท ด้วยเกียรตินิยม มีทักษะที่สูงลิบลิ่ว แต่ความเก่งนั้นมาพร้อมกับความอ่อนน้อม (Humility) ซึ่งในโลกออฟฟิศสีเทาๆ ความอ่อนน้อมมักถูกตีความว่าเป็น "ความอ่อนแอ" ที่จะถูกใครขย้ำก็ได้
เรื่องราวทั้งหมดของวันนี้เริ่มต้นขึ้นและใช้เวลาที่จบเร็วกว่าที่คาดไว้ เมื่อวิชัยผู้จัดการฝ่ายการตลาด ผู้ซึ่งได้ฉายา “มหาโจร” ชายผู้ซึ่งทำทุกอย่างเพื่อทำให้ตัวเองนั้นดูสูงส่งในสายตาของท่านประธาน ได้เรียกเก่งเข้าไปคุยเพื่อขอไอเดียจากชายผู้ที่แบกแผนกไว้บนบ่าและเพื่อนร่วมแผนกที่พร้อมจะตะบันหน้ามหาโจร ในห้องประชุมที่มีกลิ่นกาแฟจางๆ กับเสียงเคาะปากกาของ "บอสวิชัย" ที่จังหวะไม่สม่ำเสมอตามอารมณ์ที่แปรปรวน
วิชัย: (ถอนหายใจยาว) "ไหน... ใครมีอะไรดีๆ บ้าง? อย่าให้เสียเวลา พี่มีนัดตีกอล์ฟตอนบ่าย"
เก่ง : "ผมเตรียมแผนสำหรับโปรเจกต์ใหม่มาครับพี่ เป็นการใช้ Micro-Influencer ร่วมกับระบบ AI Tracking เพื่อลดต้นทุนการตลาดลง 30% แต่ยอด Reach แม่นยำขึ้น..." (วางเอกสารลงตรงหน้า)
วิชัย: (กวาดสายตาดูไม่ถึง 3 วินาที แล้วโยนเอกสารทิ้งลงกลางโต๊ะเหมือนเศษขยะ) "หึ... Micro อะไรนะ? กระจอกว่ะเก่ง นี่คือสิ่งที่คุณเค้นออกมาจากสมองทั้งคืนเหรอ? พี่ผิดหวังนะ นึกว่าจะเห็นอะไรที่มัน 'ว้าว' กว่านี้ นี่มันไอเดียเด็กประถมเขาก็คิดได้"
เก่ง: "แต่ตัวเลขผลทดสอบมัน..."
วิชัย: (กระแทกเสียง) "พอ! เลิกเอาขยะมาสุมบนโต๊ะพี่ได้แล้ว ถ้าสมองคิดได้แค่นี้ วันหลังไม่ต้องเสนอ นั่งเงียบๆ ไป เป็นใบ้ยังจะมีประโยชน์กว่า... จบประชุม!"
และถึงแม้จะมีเพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆ เสนออะไรมามากมายเท่าไรมหาโจรวิชัย ก็เลือกที่จะบอกปัดตก แถมยังใช้ประโยคเดียวกันกับทุกคนที่เสนอ แต่คนที่เจ็บปวดที่สุดคงเป็นเก่งที่ได้นำเสนองานที่เขาทุ่มทำมันจนเขาต้องกินยาและเติมกาแฟเพื่อพยุงให้ร่างกายเข้านั้นยืนหยัดอยู่ได้จนหมดวัน
แต่หลังจากนั้นเพียงแค่ 30 นาที มหาโจรวิชัย ได้ถูกท่านประธานเรียกเข้าประชุมในระดับผู้บริหารเพื่อหาไอเดียในการพัฒนาแนวทางการตลาดของบริษัท วิชัยเข้าไปในห้องนั้นพร้อมสีหน้าที่มีความมั่นใจและคอมพิวเตอร์แล็ปท๊อปในวงแขน ทุกคนที่ถูกเรียกเข้าไปในห้องนั้นหรือหัวหน้าของแต่ละฝ่าย ห้องประชุมผนังกระจกใสที่มองเห็นคนที่ร่วมประชุมได้อย่างชัดเจน พนักงานทุกคนเรียกห้องนั้นว่า “ห้องเสนอหน้า” ส่วนห้องที่ทีมงานของเก่งประชุมนั้นเรียกว่า “ห้องเชือด”
เมื่อถึงเวลาหัวหน้าแต่ละแผนกก็แสดงวิสัยทัศน์ในการที่จะพัฒนา บรรยากาศในห้องเป็นไปอย่างอึมครึม และมีการถกเถียงกันอย่างมีอารย และเมื่อถึงคิวของมหาโจร เขาก็ได้แสดงความสามารถให้ท่านประธานได้เห็น ซึ่งมันเป็นช่วงเวลาที่เก่งกำลังเดินไปชงกาแฟพอดิบพอดี และด้วยความที่เก่งอยากรู้ว่ามหาโจรนี้จะทำอย่างไร แต่สิ่งที่เก่งเห็นนั้นมันคืออะไรที่ทำให้ฟางเส้นสุดท้ายของความอดทนของเก่งนั้นขาดลงเพราะเขาเห็นมหาโจรกำลังยืนวาดลวดลายหน้าจอ Presentation ด้วยข้อมูลของเก่งที่ทำให้และถูกด่าทอกลับมา แต่มันกลับโชว์หราอยู่บนหน้าจอ
วิชัย (ในห้องประชุมใหญ่): "และนี่คือไม้ตายของผมครับท่านประธาน เราจะใช้ Micro-Influencer ผสานกับ AI Tracking ครับ ผมนั่งคิดกลยุทธ์นี้มาทั้งอาทิตย์แทบไม่ได้นอน เพื่อให้บริษัทเราประหยัดต้นทุนไปได้ถึง 30%"
เสียงประธาน: "ยอดเยี่ยมมากวิชัย! สมกับเป็นมือขวาของผมจริงๆ”
และหลังจากการนำเสนอนั้นจบลง ภาพที่เก่งได้เห็นและจำไม่มีวันลืม นั้นคือ วิชัย กำลังยืนตัวพองด้วยความภาคภูมิใจ ข้างๆ เขาคือ ท่านประธาน ที่กำลังยิ้มกว้างและจับมือกับวิชัยอย่างยินดี
ประธาน: "วิชัย... ผมไม่ผิดหวังจริงๆ วิสัยทัศน์เรื่อง AI กับ Micro-Influencer ของคุณมันคือจุดเปลี่ยนของบริษัทเราในปีนี้เลยนะ ยอดเยี่ยมมาก!"
วิชัยยิ้มรับหน้าบาน พลางปัดมือทำเป็นถ่อมตัวแต่พยักหน้าหงึก ๆ "ขอบคุณครับท่าน ผมกินไม่ได้นอนไม่หลับมาหลายคืนเลยครับกว่าจะเค้นไอเดียนี้ออกมาได้ เพื่อบริษัทผมทุ่มสุดตัวครับ
เหมือนโดนมีดปักลงกลางหลัง โลกทั้งใบของเก่งมืดดับลงทันที อาการซึมเศร้ากลับมาหาแบบที่เขาเองก็คาดไม่ถึง เก่งรีบเดินกลับไปที่โต๊ะทำงานที่อยู่มุมห้องอย่างรวดเร็ว พลางเอามือที่สั่นเทาเปิดช่องเล็กๆ ที่อยู่บนกระเป๋าสะพาย หยิบขวดยาสีส้มที่ข้างในบรรจุยาเม็ดกลมเล็กสีขาวพร้อมฉลากที่เขียนว่า “ยาต้านอาการซึมเศร้า” เขาเปิดฝามันออกและเทมันออกมา 1 เม็ดไว้บนฝ่ามือรีบตบยาเข้าปากและดื่มน้ำตามในทันที หลังจากนั้นอาการก็ดีขึ้นและด้วยสิ่งที่เขาพบเจอในวันนี้ เขาจึงตั้งมั่นกับตัวเองว่า “กูต้องเล่นแม่งให้ได้”
สัปดาห์ต่อมาเป็นช่วงเวลาที่ต้องมาการสรุปแนวทางและวิธีการเพื่อดำเนินการต่อไป วิชัยได้เรียกทุกคนรวมถึงเก่งเข้าไปใน “ห้องเชือด” บรรยากาศแบบเดิมที่กลับมา ทำให้เก่งตกอยู่ในภาวะเดิมอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เขาเลือกที่จะตอบโต้กับสิ่งที่เขาเจอ
วิชัย: (ยิ้มหน้าระรื่น อารมณ์ดีเพราะเพิ่งได้หน้ามา) "เอาล่ะทุกคน โปรเจกต์ที่แล้วพี่ทำสำเร็จไปได้ด้วยดี ทีนี้งานใหม่ เก่ง มีไอเดียอะไรเด็ดๆ อีกไหม? ไหนลองโชว์สมองระดับมือโปรหน่อยซิ"
เก่ง: (ขยับแว่นตา เปิดสมุดโน้ตที่ว่างเปล่า) "ไม่มีครับพี่ ผมคิดไม่ออกครับ"
วิชัย: (คิ้วขมวดทันที) "อะไรนะ? ปกติเห็นเสนอหน้าเก่งนักไม่ใช่เหรอ? วันนี้เป็นอะไร ตายด้านทางปัญญาหรือไง?"
เก่ง: (ตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยที่สุดในชีวิต) "ก็น่าจะเป็นอย่างที่พี่เคยบอกวันก่อนมั้งครับ... ว่าคนอย่างผม 'เป็นใบ้' น่าจะมีประโยชน์กว่า"
แต่แล้วบรรยากาศการประชุมในห้องเชือดนั้นต้องเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน เมื่อท่านประธานเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับความอยากเจอวิชัยเป็นอย่างมาก เพราะการนำเสนอเมื่อสัปดาห์ที่แล้วนั้นช่างเข้าตาซะเหลือเกิน
วิชัย: (สะดุ้งเล็กน้อยแต่รีบเก๊กหล่อ) "อ้าว ท่านประธานขอบคุณที่มาครับ... เอ้า! เก่ง มีไอเดียอะไรใหม่ๆ สำหรับเฟสสองไหม? อย่าให้ท่านประธานผิดหวังนะ"
เก่ง: (วางสมุดโน้ตที่ว่างเปล่าลงบนโต๊ะ) "ไม่มีครับพี่... สมองระดับเด็กประถมอย่างผม คิดอะไรที่มัน 'ว้าว' แบบที่พี่ต้องการไม่ได้จริงๆ ครับ"
วิชัยหน้าเสีย รีบด่ากลบเกลื่อน "นี่คุณประชดผมเหรอเก่ง? ต่อหน้าท่านประธานเนี่ยนะ? ไร้ความรับผิดชอบจริงๆ!"
ประธาน: (ยกมือขัดจังหวะ) "ไม่เป็นไรวิชัย... เก่งเขาคิดไม่ออกไม่เป็นไร งั้นผมถามคุณเลยแล้วกัน โปรเจกต์เฟสแรกที่คุณเสนอผมไปน่ะ ผมเอาไปคุยกับบอร์ดบริหารมา เขาถามเจาะลึกลงไปว่า 'ถ้า Algorithm ของ AI มันเปลี่ยนค่า Tracking เราจะแก้ Back-end ยังไงให้ยอด Reach ไม่ตก?' คุณเตรียมแผนรับมือเรื่องนี้ไว้ยังไง?"
ห้องทั้งห้องเงียบกริบ... วิชัยอ้าปากค้าง เหงื่อเริ่มซึมตามไรผม เขาไม่ได้ทำ Slide หน้าที่เกี่ยวกับ Back-end มา เพราะในไฟล์ที่เขาขโมยเก่งมา... เก่งยังไม่ได้ใส่หน้านั้นลงไป
วิชัย: "เอ่อ... คือ... ผมว่าเราต้อง... เราต้องใช้คนมอนิเตอร์ครับ... ใช่ครับ ใช้คนดูเอา"
ประธาน: (หรี่ตาลง มองด้วยสายตาเย็นชา) "ใช้คนมอนิเตอร์? ในระบบ AI Automation ที่คุณเคลมว่ามันอัจฉริยะที่สุดน่ะนะ?"
ประธานเปิด Slide หน้าที่วิชัยเคยนำเสนอขึ้นมา แล้วถามต่อ "แล้วตรงนี้ล่ะ... ค่า R^2 ที่คุณลงไว้ในกราฟว่ามันจะส่งผลต่อ Conversion Rate... มันคำนวณมาจากฐานข้อมูลชุดไหน? ตอบผมมาสิวิชัย"
วิชัยอึกอัก หน้าเปลี่ยนจากสีขาวเป็นสีเทา "คือ... ผม... ผมจำรายละเอียดแม่นๆ ไม่ได้ครับท่าน งานมันเยอะ..."
ประธาน: (หัวเราะออกมาดัง หึ) "แปลกนะวิชัย... วันนั้นคุณพรีเซนต์เหมือนมันออกมาจากจิตวิญญาณของคุณ แต่พอวันนี้ผมถามจี้แค่สองคำถาม คุณกลับทำเหมือนคนไม่เคยเห็นงานชิ้นนี้มาก่อน... สรุปว่าไอเดียสุดยอดและวิสัยทัศน์ที่ผมชมคุณไปวันก่อนเนี่ย... คุณเอามาจากไหน? หรือคุณไป 'หยิบ' ของใครมาแล้วลืมอ่านวิธีใช้?"
วิชัยก้มหน้าจนคางชิดอก ไม่กล้าสบตาทั้งประธานและเก่ง
ประธาน: (หันไปหาเก่ง) "เก่ง... ผมเห็นคุณนั่งเงียบมานาน ข้อมูล Back-end ที่ผมถามไปเมื่อกี้ คุณพอจะมีคำตอบให้ผมไหม?"
เก่งขยับยิ้มที่มุมปากนิดๆ ก่อนจะตอบด้วยเสียงราบเรียบ "ผมมีคำตอบอยู่ในหัวครับท่าน... แต่คงต้องขออนุญาตจดสิทธิบัตรทางปัญญาก่อนนำเสนอนะครับ พอดีช่วงนี้ 'หัวขโมย' ในออฟฟิศมันเยอะ ผมกลัวว่าไอเดียผมมันจะกลายเป็นวิสัยทัศน์ของคนอื่นอีก"
หลังจากสิ้นเสียงของเก่ง ความเงียบเข้าปกคลุมห้องประชุม วิชัยหน้าซีดเผือดเหมือนคนกำลังจะอาเจียน ส่วนท่านประธานมองเก่งด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป... มันไม่ใช่แค่การมองพนักงานคนหนึ่ง แต่เป็นการมอง "เพชร" ที่เกือบจะถูกระบบห่วยๆ บดขยี้จนแหลกสลาย
เมื่อการประชุมจบลง เก่งเดินออกมาจากห้องประชุมด้วยความรู้สึกที่ต่างจากเดิม
เพื่อนร่วมงานที่รักเก่ง (เช่น พี่ต้อย ฝ่ายบุคคล): เดินเข้ามาแตะไหล่ "เก่ง... เมื่อกี้สุดยอดมากนะพี่แอบดูอยู่ ใจพี่หล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มแทนเราเลย"
เก่งยิ้มน้อยๆ เป็นยิ้มที่ถึงดวงตาครั้งแรกในรอบหลายเดือน "ขอบคุณครับพี่ต้อย ผมแค่... ไม่อยากให้ยาที่ผมกินไปทุกเช้ามันเสียเปล่าน่ะครับ"
และด้วยสาเหตุนี้เองทำให้วิชัยถูกบริษัทพิจารณาให้พักงาน 6 เดือน และส่วนเก่งเองนั้นท่านประธานได้ย้ายเขาไปในแผนกใหม่ที่เป้าหมายใหญ่ขึ้น เพราะมองเห็นความสามารถของเก่งที่จะไปต่อในอนาคตได้
สุดท้ายแล้วชีวิตของเก่งจะเป็นอย่างไร เมื่อย้ายแผนกใหม่เขาจะต้องเจอกับอะไรบ้าง และเมื่อสิ่งที่คอยช่วยชีวิตของเขานั้นกำลังจะหมด เขาจะเป็นอย่างไรต่อไป ติดตามกันต่อได้ใน Office Syndrome (Psychosis) The Series
EP2 ในสัปดาห์หน้าครับ
บริษัทมักจะถามหาพนักงานที่เก่งและทุ่มเท แต่กลับปล่อยให้หัวหน้าที่ไร้ความสามารถทำลายหัวใจของคนเหล่านั้นจนป่วยไข้... การรักษาภาวะซึมเศร้าในที่ทำงานที่ดีที่สุด ไม่ใช่แค่การกินยา แต่คือการสร้างระบบที่ 'คนเก่งต้องได้รับเกียรติ' และ 'คนโกงต้องไร้ที่ยืน
Officer Guy
เรื่องสั้น
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย